shadow

หนุ่มไม่กลัวบาป ล้วงกระเป๋าฉกทองแม่นาค ตร.จับได้ ยังเอาทองปลอมมาเนียนคืน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 21 เม.ย. พ.ต.ท.ถาวร อารีรื่น รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ศุฏฤกษ์ ทรายสมุทร รอง ผกก.สืบสวน ร.ต.อ.ดิเรก เอี่ยมเล่ ร้อยเวร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาบางแกรก อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้นำตัวนายธวัช หรือบอม กำพล อายุ 19 ปี ไปประกอบคำรับสารภาพ ในข้อลักทรัพย์ ที่วัดหน้าพระอุโบสถ์วัดสามัคคีรังสรรค์ (หรือวัดทุ่งนาใหม่) หมู่ 1 ต.เขาบางแกรก อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี หลังจากก่อเหตุล้วงกระเป๋า นางมนตรี จำรัส อายุ 66 ปี ระหว่างที่กำลังบวชลูกชาย

โดยพบว่าเหตุเกิดวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา  นางมนตรี จำรัส อายุ 66 ปี แม่บ้านประจำร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอย ราคาถูก ได้จัดงานพิธีอุปสมบทลูกชาย หลังจากนั้นได้แห่นาคไปบวชที่วัดวัดสามัคคีรังสรรค์ (หรือวัดทุ่งนาใหม่) โดยญาติ ๆ เพื่อนบ้านร่วมงานแห่นาคเป็นจำนวนมาก โดยแม่นาค ได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น หนัก 2 บาท 1 เส้น และสร้อยคอของอาจารย์หนูกันภัยอีกหนึ่งเส้น ให้นาคสวมใส ภายในงาน และแห่ไปพระอุโบสถ์

หลังจากที่มีการวนนาครอบโบสถ์ได้ 3 รอบแล้วเสร็จ ก็มีการโปรยทานหน้าโบสถ์แล้วเสร็จ ก็จะนำนาคจะเข้าไปในโบสถ์ ได้มีพี่ชายของนาค ๆ ได้ไปถอดสร้อยคอทองคำที่นาคสวมใส่ ออกมาจากคอนาค แล้วก็มายืนให้ตนเองที่หน้าโบสถ์ หลังจากที่ตนเองได้รับสร้อยทองมาแล้ว ก็นำมาสร้อยกระเป๋าสะพาย ที่ภายในมีแต่ซองที่ญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมทำบุญ

ระหว่างนั้นตนเองก็ได้สังเกตเห็นนายธวัช หรือบอม มายืนปะปนอยู่ญาติ ๆ จำนวนมากที่กำลังจะนำนาคเข้าบวช หลังจากนั้นนายธวัช หรือ บอม ได้มายืนข้างหลังใกล้ชิดกับตนเอง และได้ใช้มือล้วงไปในกระเป๋าสะพายของตนเองเอาสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น หนัก 2 บาท 1 เส้น และสร้อยคอของอาจารย์หนูกันภัยอีกหนึ่งเส้นไป ซึ่งช่วงนั้นตนเองก็ยังไม่ทราบว่าโดนล้วงกระเป๋า

เมื่อกลับถึงบ้านจึงทราบว่าถูกคนร้ายล้วงสร้อยทองไปแล้ว จึงนำความไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาบางแกรก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้นำรูปภาพของนายธวัช หรือ บอม มาให้ดู ตนเองก็จำได้ว่าคนในภาพนี้ ได้อยู่ภายในงานและยืนใกล้ชิดกับตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายธวัช หรือ บอม มาทำการสอบสวนโดยใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงรับสารภาพว่าตนเองได้ล้วงสร้อยคอทองคำในกระเป๋าสะพายของนางมนตรี มาจริง

โดยหลังก่อเหตุได้ขี่รถกลับบ้านและวานคนข้างบ้านเอาไปขาย 2 บาท ส่วนทองที่เหลืออีก 3 บาท ผู้ต้องหาได้นำทองปลอมใส่ตลับมาให้เจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าเป็นทองจริงที่ล้วงมา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การจึงนำตัวนายธวัช หรือบอม มาตรวจค้นที่บ้าน พบเงินสดจำนวน 29,920บาทเจ้าหน้าที่จึงไว้เป็นของกลางในการขายสร้อยคอทองคำ พร้อมกับนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เขาบางแกรก จากนั้นจึงสามารถตามทองที่เหลือคืนได้จากเพื่อนของผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาบางแกรกกล่าวนายธวัช หรือ บอม นั้นทราบว่า ได้ติดคุกเกี่ยวกับเรื่องการลักทรัพย์ ในงานพิธีต่างมาหลายครั้ง เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น หลังจากออกจากคุกมาไม่นานก็ก่อคดีไว้หลานสถานที่ โดยจำเพราะในเขตจังหวัดอุทัยธานี และเขตจังหวัดชัยนาท ขอให้เจ้าทุกข์หลายได้ที่ถูกกระทำให้มาชี้ตัวได้ที่ สภ.เขาบางแกรก ดังกล่าว

ฆ่าโหด แทงอกสาวดับ หนุ่มมือมีดสุดเหี้ยม ซ่อนตัวเตรียมหนี โดนรวบทันควัน

ฆ่าโหด แทงอกสาวดับ หนุ่มมือมีดชาวเมียนมาสุดเหี้ยม ซ่อนตัวเตรียมหนี โดนรวบทันควัน พยานแฉเพิ่งถูกจับผลักดันออกนอกประเทศ จู่ๆ เดินวนเวียนในโรงงาน ก่อนทะเลาะกับเหยื่อ คว้ามีดแทงดับ ตร.เผยให้การไม่รู้เรื่อง คาดเรื่องชู้สาว หรือส่วนตัว

แทงอกสาวดับ วันที่ 26 มี.ค. ร.ต.อ.สิทธิเดช สิงห์ชินสุข รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงเสียชีวิต ภายในโรงงานทำมะพร้าวแห่งหนึ่ง หมู่ 9 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุรวุฒิ เจริญจิตร ผกกก.สภ.กรับใหญ่ ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องพักคนงาน พบศพ นางทันทันอาย อายุ 42 ปี ชาวเมียนมา มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอก 1 แผล ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายทุง วิน อายุ 46 ปี ชาวเมียนมาด้วยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงค้นหาตัวกระทั่งสามารถจับกุมได้ภายในโรงงานผลิต EPE โฟม และโฟมกันรอย ดังกล่าว หลังซ๋อนตัวเพื่อพยายามหลบหนี นอกจากนี้ยังพบมีดทำครัวที่ใช้ก่อเหตุถูกโยนทิ้งไว้ในป่า 1 เล่ม จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อประมาณเดือนเศษ นายทุง วิน มีประวัติถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในโรงงานดังกล่าวและถูกผลักดันออกนอกประเทศไปด้วยข้อหาเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จนกระทั่งในช่วงบ่ายของวันนี้มีคนงานพบ นายทุง วิน เดินวกไปวนมาอยู่ภายในโรงงาน จากนั้นก็ได้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงกับผู้ตาย ก่อนคว้ามีดทำครัวแทงเข้ากลางหน้าอกจนผู้ล้มลงและเสียชีวิตทันที

เบื้องต้น นายทุง วิน ยังคงให้การวกวนไม่ชัดเจน คาดว่าปมสังหารอาจเกิดจากทะเลาะวิวาทหรือเรื่องชู้สาว ซึ่งจะได้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบสาววัย 22 เจอตำรวจตกใจหนัก สารภาพสิ้น ในห้องมียาบ้า ยาไอซ์ไว้ขาย

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 16 ก.พ. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ สวป.(หัวหน้าชุดจู่โจม)สน.บางเขน ,ร.ต.อ.รัตนชัย สลับศรี รอง สวป.นำกำลังชุดจู่โจม สน.บางเขน เข้าจับกุม น.ส.นันทิกานต์ หรือ กี้ โสดา อายุ 22 ปีพร้อมของกลางยาไอซ์ 2.55 กรัม ยาบ้า 640 เม็ดและ กระเป๋าเป้ สีดำ 1 ใบ โดยจับกุมได้บริเวณภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แถวร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอยราคาถูก ภายในซอยลาดปลาเค้า 75 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

พ.ต.ท.อนันต์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมฯได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด ภายในซอยลาดปลาเค้า 75 จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพบหญิงสาววัยรุ่น กำลังเดินอยู่บริเวณภายในอพาร์ตเมนต์ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมา หญิงสาวคนดังกล่าวแสดงท่าทาง มีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน และพยายามเดินเลี่ยงหลบหนี เข้าไปในห้องพัก

เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้นและสอบถาม แต่หญิงสาวคนดังกล่าวแสดงอาการตกใจโดยบอกว่า ภายในห้องพักของตนมียาเสพติดจำนวนหนึ่ง และยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ จึงพบยาไอซ์และยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ สีดำ วางอยู่ที่พื้นกลางห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผล

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์และยาบ้ามีไว้เพื่อจำหน่าย โดยซื้อยาเสพติดมาจากนายนัท (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 37 ปีรูปร่าง ท้วม ผิวขาว สูงประมาณ 170 ซ.ม.แก็งยาเสพติดย่านลาดปลาเค้า จากนั้นนำมาแบ่งขายให้กับวัยรุ่นและลูกค้าทั่วไป โดยก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานเป็นเด็กนั่งดริ้ง ที่ร้านคาราโอเกะ ในซอยรามอินทรา 5 และได้ลาออกเพราะรายได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากไม่มีลูกค้ามาเที่ยว ส่วนสามีตนก็ถูกตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมในคดียาเสพติด ไปก่อนหน้านี้แล้ว ตนจึงหันมาขายยาไอซ์และยาบ้า โดยทำมาประมาณ 2 เดือนแล้ว จึงมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป​


สลด! รถตู้ชนจยย.ตกข้างทาง โจ๋ 16 คอหักดับคาที่ คนขับเผ่น อ้างไปส่งผู้โดยสารก่อน

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. พ.ต.ท. ญาณวรรธน์ ธนัฐบวรลักษณ์ รอง ผกก.สอบสวน ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย บริเวณบนสาย 333 หนองฉาง-บ้านไร่ หลักกิโลเมตร ที่ 4 หมู่ 2 ต.บ้านบึง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี บริเวณหน้าร้านจำหน่าย EPEโฟม หรือ โฟมกันรอย จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยอุทัยธานี (จุดบ้านไร่)

ที่เกิดเหตุพบศพนายณัฐวุฒิ จันทร์รักษ์ อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 36/3 หมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สภาพศพนอนหงายอยู่ในป่าหญ้า สภาพบาดแผล ที่ศีรษะฉีกขาด บาดแผลฉกรรจ์ สภาพคอหัก ห่างจากผู้ตายไปประมาณ 5 เมตร พบจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง รุ่นใหม่ ซูเปอร์คัพ สภาพใหม่เอี่ยม เพิ่งวิ่งได้ 20 กิโลเมตร ตรวจสอบบนถนนบริเวณช่วงกลางถนน พบเศษกระจกเขียน ว่า ม. ศิลปกร แตกกระจายเกลื่อนถนน และบนถนนพบรอยขูดของรถจักรยานยนต์หลักตกลงไปข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายประวัติ จันทร คนขับรถกระบะ ทะเบียน บท 1901 อุทัยธานี ที่ตามหลังรถจักรยานยนต์ของผู้ตายมา ให้การว่า มีรถตู้สาย บ้านไร่-ด่านช้าง-กรุงเทพฯ ได้แซงรถกระบะคันหนึ่ง ในช่วงจังหวะที่แซงได้ข้ามเลนมาเฉี่ยวรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แล้วมาเฉี่ยวรถกระบะของตนเองที่ขับตามหลัง จยย.ของผู้ตายมาจนทำให้รถกระบะด้านคนขับโดยเสียหาย แก้มขวายุบ กระจกมองข้างแตก หลังจากที่รถตู้โดยสารก่อเหตุแล้ว ไม่จอดลงมาดู แต่ขับหลบหนีไปทาง อ.บ้านไร่ ตนจึงโทรศัพท์แจ้ง สภ.บ้านไร่ ให้ช่วยสกัดจับรถตู้โดยสารคันดังกล่าว

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจบ้านไร่ ตรวจพบรถตู้คันดังกล่าว บริเวณ 4 แยกบ้านไร่ จึงควบคุมตัวคนขับทราบชื่อนายชาตรี ศรีชาวนา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 213 หมู่ 5 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พร้อมรถตู้โดยสารคันก่อเหตุ ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1931 สุพรรณบุรี มายัง สภ.บ้านไร่ ในสภาพแก้มด้านขวาคนขับยุบ ข้างรถด้านขวามีรอยขีดเป็นทางยาว กระจกมองข้างแตก 2 บาน

สอบสวนนายชาตรีให้การรับสารภาพว่า ตอนที่ไม่ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เนื่องจากบนรถตู้ยังมีผู้โดยสารอยู่ จึงรีบนำผู้โดยสารไปส่งที่ท่ารถรถก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า เมื่อช่วงเช้าผู้ตายเพิ่งซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาในราคา 45,000 บาท เ หลังจากที่ซื้อแล้วก็มาแต่งรถตามประสาวัยรุ่นที่บ้านเพื่อน โดยมีเพื่อนของผู้ตายหลายคนที่ร่วมกันแต่ง หลังจากนั้นผู้ตายก็นำรถจักรยานยนต์ออกไปลอง แล้วประสบอุบัติเหตุดังกล่าว พอเพื่อนผู้ตายทราบต่างรีบไปยังที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมากดังกล่าว

หนุ่มกลัดมัน! ปีนเข้าห้องลูกสาว พ่อขาร็อก ได้ยินเสียงกรี๊ด คว้าลูกซองอัดพรุน 9 รู

 

 

 

 

 

 

 

พ่อขาร็อก – หนุ่มกลัดมัน! ย่องเบาปีนบ้านหาลูกสาวกลางดึก พ่อขาร็อก ได้ยินเสียงลูกกรี๊ด คว้าลูกซองลั่นใส่ร่างพรุน 9 รู ดับคาห้องนอนลูกสาว ก่อนขับรถไปมอบตัว

สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.ณัท รัตนพันธ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง รับแจ้งจากนายหน่อย (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ชาว ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด ขอเข้ามอบตัว หลังใช้อาวุธปืนลูกซองยิงชายที่บุกรุกเข้ามาในบ้านเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงดึกวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุพบร่างชายนอนเสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ นายอภิชัย เชื่อนุช อายุ 35 ปี เป็นพันกงานโรงงานผลิตม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยเเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 158 ม.6 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพนอนตะแคงจมกองเลือดอยู่ข้างเตียง ภายในห้องนอนลูกสาวของบ้าน มีบาดแผลถูกยิงเข้าใต้ไหล่ขวา ข้างลำตัว ด้วยปืนลูกซองเป็นรูพรุน 9 รู

สอบถามผู้ยิง ให้การรับสารภาพว่า ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้ตายจริง โดยก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนและภรรยานอนหลับอยู่หน้าจอทีวีในบ้าน ได้ยินเสียงลูกสาวร้องเสียงดังจนตนเองตื่น พร้อมลูกสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องนอน

ตนเห็นคนร้าย จึงคว้าปืนลูกซองที่เก็บไว้บนหัวนอน ยิงสวนเข้าไปในห้องลูกสาว 1 นัด ทำให้คนร้ายถึงแก่ความตายทันที จากนั้นจึงขับรถมามอบตัวที่ สภ.ห้วยยอด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวดำเนินคดีต่อไป

มานั่งดื่ม ที่ร้านอาหาร แล้วไม่กลับออกมาอีกเลย พบเป็นศพพรุน-หัวแหว่งหมกบ่อเกรอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

จากกรณี เหตุพบคราบเลือด ชิ้นส่วนสมอง เเละ กะโหลกมนุษย์ ภายใน ซอยร่มเกล้า 25/6 เขตพื้นที่ ลาดกระบัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เพื่อกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออก ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเเพทย์นิติเวช เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมปิดบ่อเกรอะเพื่อค้นชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติม ตามที่เสนอไปก่อนหน้า

ล่าสุด เพจ เกาะติดสถานการณ์และอุบัติเหตุ ได้รายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ทุบหัวแทงพรุน ยัดบ่อเกรอะ ริมถนนร่มเกล้า #วันนี้ 23/10/61 จ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง ได้รับแจ้งเหตุพบคราบเลือด ชิ้นส่วนสมอง เเละกะโหลกมนุษย์ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่าย EPE โฟมหรือโฟมกันรอยรายใหญ่ ซอยร่มเกล้า 25/6 เขตลาดกระบัง กทม.

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เข้าตรวจสอบบริเวณบ่อเกรอะด้านหลังร้านอาหารดังกล่าวพบว่า มีศพถูกฆ่ายัดไว้ในบ่อดังกล่าว โดยมีเครื่องซักผ้าทับเอาไว้ ได้นำขึ้นมาตรวจสอบทราบชื่อต่อมาคือ นายประสิทธิ์ อินปฐม หรือ หรั่ง อายุ 61 ปี

ตรวจสอบพบบาดแผลถูกของแข็งทุบที่ศีรษะ และถูกอาวุธมีดแทงที่บริเวณลำตัว 6 แผลและแขนซ้าย 1 แผล จากการสอบสวนญาติผู้ตายทราบว่า ศพดังกล่าวเป็นนายประสิทธิ์ จริง ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านในละแวกใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยก่อนพบเป็นศพผู้ตายได้มานั่งดื่มสุราที่ร้านอาหารแห่งนี้ และหายไปหลายวัน ทางญาติจึงได้ออกมาตามหาที่ร้านดังกล่าวแต่พบว่าร้านถูกปิด ข้าวของกระจัดกระจาย หลังร้านพบคราบเลือด อีกทั้งยังได้กลิ่นเหม็นเน่าที่บ่อเกรอะ จึงแจ้งให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบจนพบว่ากลายเป็นศพ

รายงานข่าวแจ้งว่า ร้านอาหารแห่งนี้ผู้ตายเข้ามาดื่มสุราอยู่เป็นประจำ โดยจะมีญาติของเจ้าของร้านดื่มกินด้วยเป็นประจำ แต่ปรากฎว่าหลังจากเกิดเหตุญาติเจ้าของร้านรายนี้ก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย จึงคาดว่าอาจจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่านายประสิทธิ์ ก็เป็นได้ นอกจากนี้บริเวณห้องครัวของร้านพบมีดพร้ายาวกว่า 1 ฟุต วางอยู่ใกล้กับรอยเลือดทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ และจะเร่งติดตามตัวญาติเจ้าของร้านมาสอบปากคำให้ได้โดยเร็วที่สุด

เสียงดังสนั่น! กระบะเสยท้าย รถบรรทุกอย่างจัง คนขับถูกอัดติดคาซาก

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงดังสนั่น – วันที่ 18 ก.ย. พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ บัวโพธิ์ สว.สอบสวน สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกัน มีผู้บาดเจ็บติดภายใน บริเวณจุดกลับรถหน้าด่านช่างน้ำหนัก ฝั่งขาเข้าก่อนถึงบริษัทผลิตเเละจำหน่าย EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกรายใหญ่ อ.บ้านโป่ง ถนนทรงพล ม.5 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง

จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.บ้านโป่ง และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ทะเบียน 87-7029 นครปฐม สภาพด้านท้ายมีรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย โดยมีนายไพวัลย์ กำจร อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับ ใกล้กันพบรถกระบะ นิสสัน สีขาว แบบมีแผงข้าง ทะเบียน บท 5247 อุทัยธานี สภาพด้านหน้ารถพังยุบ จนนายสุธี บุญสัญ อายุ 49 ปี คนขับ ถูกอัดติดคาซาก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดนำร่างออกมา แล้วรีบส่งรักษาตัว รพ.บ้านโป่ง

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายไพวัลย์ กำลังจะขับรถบรรทุกเพื่อกลับรถตรงจุดเกิดเหตุ ที่เป็นทางโค้ง และมีแสงไฟสลัว จึงทำให้ นายสุธี ที่ขับรถกระบะมาด้วยความเร็ว ไม่ทันได้สังเกต จึงชนเข้าไปที่ท้ายรถบรรทุกอย่างจังจนหน้ารถยุบอัดติดกับนายสุธี จนได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วจะทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เก็บความแค้นนาน 20 ปี หนุ่มบุกยิงผญบ.คาโรงเรียน ตร.ออกหมายจับล่าตัวแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

ตร.ออกหมายจับแล้วคนร้ายบุกยิงผู้ใหญ่บ้านต.เสวียดดับคากระบะ เผยปมสังหารน่าจะมาจากเมื่อ 20 ปีกาอน พ่อของคนร้ายถูกฆ่าตายในวงเหล้า เชื่อว่านายวิรัตน์มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงตามมาล้างแค้น

กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงนายวิรัตน์ รักษ์เดช อายุ 58 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านเเละเป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายม้วน EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกราคาถูก อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 8 ต.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ใหญ่บ้าน เสียชีวิตคาเบาะคนขับในรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ฒว 2717 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียนวัดประตูใหญ่ หมู่ 8 ต.เสวียด ตรวจสอบนายวิรัตน์มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนที่ศีรษะ ลำตัวหลายนัด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เสวียต อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี นำสำนวนการสอบสวนคดีคนร้ายใช้อาวุธปืน 11 ม.ม.รัวยิง นายวิรัตน์ รักษ์เดช อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.เสวียด เสียชีวิตคารถกระบะในโรงเรียนวัดประตูใหญ่ หมู่ 8 ต.เสวียด ไปเสนอต่อศาลจังหวัดไชยา และศาลอนุมัติหมายจับที่ 78/2561 ลงวันที่ 10 ก.ย.61 ให้จับกุมนายวัชรินทร์ ทิพย์มาก อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 8 ต.เสวียด อ.ท่าฉาง ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยมีพยานหลักฐานพบนายวัชรินทร์ จอดรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโว่ สีดำ ตอนเดียว ทะเบียน ผฉ6945 สุราษฎร์ธานี ที่หน้าโรงเรียนแล้วเดินเข้าไปใช้อาวุธปืนยิงนายวิรัตน์ ก่อนขับรถหลบหนีไป

จากการสอบสวนพบว่า สาเหตุมาจากความโกรธแค้นส่วนตัว เนื่องจากเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุฆ่ากันตายกลางวงเหล้าในหมู่บ้าน ทำให้พ่อของนายวัชรินทร์เสียชีวิต นายวัชรินทร์เชื่อว่านายวิรัตน์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้พ่อเสียชีวิต จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้นเพื่อแก้แค้น

สำหรับนายวัชรินทร์ มีประวัติต้องโทษคดีทำร้ายร่างกาย, พยายามฆ่าผู้อื่น และยาเสพติด รวม 5 คดี โดยเพิ่งพ้นโทษเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

หนุ่มคอหักดับคาฟอร์จูนเนอร์! ขับฝ่าฝนเสียหลักชนอัดเสาไฟฟ้าหัก รถพังยับ

 

 

 

 

 

 

 

สลด หนุ่มเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายม้วน EPE โฟม โฟมกันรอยและพลาสติกกันกระแทกราคาถูกแห่งหนึ่งขับฟอร์จูนเนอร์ฝ่าสายฝน ถนนลื่นเสียหลักพุ่งชนอัดติดเสาไฟฟ้ารถพังยับ คอหัก ดับสยอง ผู้เห็นเหตุการณ์ เผยรถคันดังกล่าว ขับออกจากปั้มน้ำมันมาอย่างรวดเร็ว ก่อนประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

เมื่อเวลา 00.15น. วันที่ 9 ส.ค. ร.ต.ท.ขุมทรัพย์ หอมบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนเสาไฟฟ้าและเสาไฟส่องสว่างหัก บนถนนสาย สงขลา-นาทวี พื้นที่ ม.2 บ้านสวนใต้ ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ฝั่งขาเข้าเมืองสงขลา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมิตรภาพสามัคคีทงเซียงเซี๊ยตึ๊งหาดใหญ่

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน ขพ-5368 สงขลา สภาพด้านหน้าและด้านข้างฝั่งซ้ายเสียหาย โดยฝั่งซ้ายชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้าและทำให้เสาไฟฟ้าหักแต่ยังไม่ล้ม เนื่องจากมีรถคันเกิดเหตุค้ำอยู่ ส่วนช่วงท้ายชนกับเสาไฟส่องสว่างเอียงเสียหายอีก 1 ต้น พบศพนายณรงค์ คงแก้ว อายุ 48 ปี เป็นเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายม้วน EPE โฟม โฟมกันรอย พลาสติกกันกระแทก คนขับร่างกระเด็นมาติดอยู่กับเบาะหลังฝั่งซ้าย สภาพคอหักศีรษะข้างซ้ายยุบ เจ้าหน้าที่กู้จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา โดยใช้เวลาประมาณ 20นาที

จากการสอบถามจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า รถคันดังกล่าวขับออกมาจากปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตรอย่างรวดเร็ว และช่วงเวลาเกิดเหตุถนนเปียกมีฝนตกลงมาเล็กน้อย ถึงจุดเกิดจึงทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเกิดเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำตรวจสอบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง

แม่ร้องไห้จนเป็นลม ลูกชายวัย 16 ถูกพ่วงทับดับขณะกลับจาก ร.ร. ครูเล่านาทีสยอง

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 2 ส.ค. ร.ต.อ.โสธร สุขแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุกพ่วงเฉี่ยวชนเด็กนักเรียนเสียชีวิต บนถนนสาย 340 บริเวณหมู่ 7 ก่อนถึงโรงงานผลิต EPE โฟมหรือโฟมกันรอย ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท และแพทย์เวรโรงพยาบาลสรรคบุรี

ที่เกิดเหตุพบศพ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนคุรุประชาสรรค์ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท สภาพร่างแหลกเหลว นอนจมกองเลือด ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบรถจยย.ฮอนด้าแดช สีน้ำเงินส้ม แต่งซิ่งทั้งคัน ทะเบียน กฉง 770 ชัยนาท สภาพไฟท้ายแตก เฟรมด้านข้างหลุด พลิกคว่ำอยู่ ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถพ่วง 18 ล้อ สีขาว ยี่ห้ออีซูซุ หัวลากทะเบียน 70-4155 ตาก ตัวพ่วงทะเบียน 70-4156 ตาก จอดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร มีร่องรอยการชนที่ล้อหลังของรถพ่วง โดยมี นายสนอง ตาละสา อายุ 52 ปี เป็นคนขับ ขณะที่แม่และญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงเกิดเหตุ ต่างร้ำไห้โฮจนเป็นลมล้มพับไป เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ขณะที่นายสุรพงษ์ ปิ่นแก้ว ครูโรงเรียนคุรุประชาสรรค์ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนขับรถตามหลังรถพ่วงมา พอถึงโรงสีใกล้ถึงทางแยกเข้าโรงเรียน มองเห็นนักเรียนกำลังขับรถออกมา และเด็กพะวงหันไปมองด้านหลังรถเหมือนมีของหล่น ขณะที่รถพ่วงขับผ่านพอดี จึงเสียหลักชนล้อหลังจองรถพ่วงตัวแม่ จนถูกตัวพ่วงเหยียบม้วนร่างเข้าไปใต้ท้องรถเสียชีวิตคาที่

ด้านนายสนอง เล่าว่า ตนขับรถขนไม้ยูคามาจาก จ.กำแพงเพชร จะไปส่งที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเมื่อถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถของเด็กนักเรียน พอมองผ่านกระจกหลังเห็นเด็กขี่รถจยย.เสียหลักพุ่งเข้ามาชนล้อหลังตัวแม่ จากนั้นถูกตัวลูกทับร่างจนเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปสอบปากคำ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป