shadow

จับแก๊งประธานสภา อบต. ยิงพ่ออดีตประธานสภาดับ หลังลูกก็เพิ่งถูกยิงตาย

วันที่ 22 เม.ย. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี และ สภ.ยะหริ่ง นำกำลังเข้าจับกุม นายมะซูดิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ประธานสภา อบต.แห่งหนึ่งใน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี, นายมูหะหมัด สุกูมุง อายุ 42 ปี, นายอิสมาแอ แวกาจิ อายุ 49 ปี, นายอับดุลรอยะ สุกูมุง อายุ 40 ปี และ นายมะรอฮิม กาเจกาซอ อายุ 70 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง ฯและซ่องโจร”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเย็นวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ นายไสว พรหมแก้ว อายุ 77 ปี หลังจากไปละหมาดอีซาที่มัสยิดใกล้บ้านติดกับโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนสงครามยิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับคนในครอบครัวของผู้ตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง

เหตุครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.62 ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิง นายเจ๊ะนา (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ญาติสนิท บาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นอีกแค่ 1 เดือน นายอามะ พรหมแก้ว อายุ 57 ปี อดีตประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ ลูกชายของ นายไสว ก็ยังถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ทางครอบครัวของผู้ตายจึงนำเรื่องเข้าร้องกองปราบ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.ต.จิรภพ จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อสืบหาเบาะแส โดยร่วมกับทางตำรวจท้องที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบว่า ปมสังหารมาจากความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ระหว่างกลุ่มของผู้ตายที่ชนะการเลือกตั้งกำนัน กับกลุ่มของ นายมะซูดิง ประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ คนปัจจุบัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและเข้าจับกุม นายมะซูดิง พร้อมพวกได้รวม 5 คน พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาดต่างๆ จำนวน 7 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวน นายมูหะหมัด สุกูมุง, นายอิสมาแอ และ นายอับดุลรอยะ ให้การรับสารภาพ โดยรับว่า นายมูหะหมัด เป็นมือปืนก่อเหตุ โดยมี นายอิสมาแอ เป็นผู้คุ้มกัน ส่วน นายอับดุลรอยะ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืน และก็นำอาวุธปืนไปซุกซ่อนฝังดินไว้ที่สวนปาล์มภายในหมู่บ้าน โดยมีการวางแผนก่อนก่อเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนนายมะซูดิง และ นายมะรอฮิม นั้นยังให้ปฏิเสธ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน พบว่า นายอิสมาแอ เคยมีคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2550 ติดตัวอีก 1 คดี จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ นำตัวส่ง สภ.ยะหริ่ง ดำเนินคดีต่อไป

ทะเลาะรุนแรง! หนุ่มวัย19 บีบคอเมียดับคาที่นอน ก่อนผูกคอหนีผิด ตายคาห้องเช่า

วันที่ 15 มี.ค. ร.ต.อ.ไมตรี พากุล ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติฯมาบตาพุด และหน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิมมาบตาพุด เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านเช่าชั้นเดียวติดกับร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ภายในห้องเช่าพบกับศพผู้ชายผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน และบนที่นอนพบศพผู้หญิงนอนหงายเสียชีวิต สภาพศพมีร่องรอยคล้ายถูกบีบคอจนช้ำ และรอยฟกช้ำทั่วตัว จึงรีบนำศพทั้งคู่ออกมาตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นคาดผู้หญิงเสียชีวิตเพราะถูกบีบคอจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายชายเสียชีวิตจากการผูกคอ ก่อนจะนำทั้งสองศพส่งพิสูจน์ ที่รพ.ระยอง

จากการตรวจสอบหลักฐานทราบชื่อของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน ผู้ชายชื่อ นายชูเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้หญิงชื่อ น.ส.อรอนงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ทั้งสองคน เป็นชาว จ.อุดรด้วยกันทั้งคู่ และสามีภรรยากัน

จากการสอบสวนเพื่อนบ้าน ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงทะเลาะดังออกมาจากห้องของทั้งสองคน ซึ่งขณะนั้นมีเสียงของเครื่องเสียงจากงานที่อยู่ใกล้เคียงจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้มาหา เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเป็นศพแล้วทั้งคู่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานจากพยานหลักฐานว่า ทั้งคู่คงจะมีปัญหาครอบครัว จึงนำไปสู่การเสียชีวิต คาดว่าฝ่ายชายคงจะพลั้งมือบีบคอแฟนสาวจนเสียชีวิต จากนั้นอาจจะสำนึกผิด จึงผูกคอตายตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามจะรอผลพิสูจน์จากแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง และเตรียมแจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้รับทราบเพื่อติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

เชียงรายสยอง! 7ศพปริศนา ลอยโผล่อ่างเก็บน้ำ คาดแก๊งขนยา จนท.เร่งพิสูจน์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.พ. นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย พ.ต.อ.ปวีน ทองสมบูรณ์ ผกก.สภ.เกาะช้าง อ.แม่สาย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง รับแจ้งมีผู้พบศพลอยหลังโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อยู่ในอ่างเก็บน้ำโครงการขุดลอกและปรับปรุงหนองวังมะราง หมู่บ้านป่าแดงหลวง หมู่11 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีน้ำรวกขวางกั้นเพียงประมาณ 500 เมตร

จึงร่วมกันรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพลอยอยู่ตามจุดต่าง ๆ จำนวน 7 ศพ สภาพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน เริ่มขึ้นอืดและลอยขึ้นเหนือน้ำ จึงประสานหน่วยกู้ภัยนำเรือและนักประดาน้ำไปทำการตรวจสอบและชักลากศพที่พบขึ้นมาบนฝั่ง ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสภาพศพได้โดยละเอียด จึงนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด

จากการสอบถามชาวบ้านข้างเคียงไม่พบว่ามีบุคคลสูญหายในช่วงนี้ถึง 7 คน เบื้องต้นสันนิฐานว่าทั้งหมดอาจเป็นกลุ่มคนที่มาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและได้เคยมีเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากทาง ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการขนยาเสพติดผ่านป่าช้าหมู่บ้านป่าแดงหลวงจึงสั่งการให้ ร.อ.จตุภูมิ กันคล้อย ผบ.ร้อย ม.3 ฉก.ม.2 นำกำลังไปดักซุ่มอยู่บริเวณป่าช้าและเกิดปะทะกับกลุ่มคนที่แบกกระสอบฟางเข้ามาประมาณ 20 คน จนทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามล่าถอยไปส่วนเจ้าหน้าที่ทุกปลอดภัย

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบตามทุ่งนามีการทิ้งกระสอบฟางเอาไว้กระจัดกระจายจำนวน 21 ใบ ภายในมียาเสพติดประกอบไปด้วยยาบ้าจำนวน 2,252,000 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ คาดว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีจะข้ามลำน้ำรวกไปแต่ได้เสียชีวิตจึงพลัดตกลงไปในแหล่งน้ำดังกล่าวส่วนคนที่เหลือหลบหนีไปได้

พ.ต.อ.ปวีน กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 7 รายนี้ คาดว่าคือกลุ่มคนที่ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นั่นเอง เพราะดูจากการแต่งตัวแล้วแต่ละคนคล้ายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ หรือกองคาราวานขนยาเสพติดที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีชาวบ้านหลายรายที่อาศัยอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านตรงกันข้าม ต.เกาะช้าง ได้ถามไถ่มายังฝั่งไทยว่าได้พบเห็นศพผู้เสียชีวิต มีคนถูกจับหรือมีรายงานสูญหายในฝั่งไทยหรือไม่

พ.ต.อ.ปวีน กล่าวต่อว่า เพราะญาติของพวกเขาได้หายไปหลายคน ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีคนเสียชีวิตช่วงหลังปะทะใหม่ ๆ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ห่างจากจุดปะทะกว่า 1 กิโลเมตรกว่า และใกล้ชายแดนเมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ คาดการณ์กันว่าอาจจะหลบหนีไปได้หมดกระทั่งได้รับแจ้งว่า มีผู้พบศพผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ดังกล่าว ขณะที่สาเหตุการเสียชีวิตนั้นอยู่ระหว่างนำไปชันสูตรพลิกศพ

ด้าน พ.อ.ชาตรี กล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบสภาพศพให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อที่จะได้ดูว่าศพผู้เสียชีวิตมีสาเหตุมาจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาหรือไม่อย่างไร หรืออาจเกิดจากการยิงของกลุ่มคนพวกเดียวกันเองเพราะในคืนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบมีกลุ่มคนเข้ามาถึงประมาณ 20 คน

หนุ่มไม่กลัวบาป ล้วงกระเป๋าฉกทองแม่นาค ตร.จับได้ ยังเอาทองปลอมมาเนียนคืน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 21 เม.ย. พ.ต.ท.ถาวร อารีรื่น รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ศุฏฤกษ์ ทรายสมุทร รอง ผกก.สืบสวน ร.ต.อ.ดิเรก เอี่ยมเล่ ร้อยเวร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาบางแกรก อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้นำตัวนายธวัช หรือบอม กำพล อายุ 19 ปี ไปประกอบคำรับสารภาพ ในข้อลักทรัพย์ ที่วัดหน้าพระอุโบสถ์วัดสามัคคีรังสรรค์ (หรือวัดทุ่งนาใหม่) หมู่ 1 ต.เขาบางแกรก อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี หลังจากก่อเหตุล้วงกระเป๋า นางมนตรี จำรัส อายุ 66 ปี ระหว่างที่กำลังบวชลูกชาย

โดยพบว่าเหตุเกิดวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา  นางมนตรี จำรัส อายุ 66 ปี แม่บ้านประจำร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอย ราคาถูก ได้จัดงานพิธีอุปสมบทลูกชาย หลังจากนั้นได้แห่นาคไปบวชที่วัดวัดสามัคคีรังสรรค์ (หรือวัดทุ่งนาใหม่) โดยญาติ ๆ เพื่อนบ้านร่วมงานแห่นาคเป็นจำนวนมาก โดยแม่นาค ได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น หนัก 2 บาท 1 เส้น และสร้อยคอของอาจารย์หนูกันภัยอีกหนึ่งเส้น ให้นาคสวมใส ภายในงาน และแห่ไปพระอุโบสถ์

หลังจากที่มีการวนนาครอบโบสถ์ได้ 3 รอบแล้วเสร็จ ก็มีการโปรยทานหน้าโบสถ์แล้วเสร็จ ก็จะนำนาคจะเข้าไปในโบสถ์ ได้มีพี่ชายของนาค ๆ ได้ไปถอดสร้อยคอทองคำที่นาคสวมใส่ ออกมาจากคอนาค แล้วก็มายืนให้ตนเองที่หน้าโบสถ์ หลังจากที่ตนเองได้รับสร้อยทองมาแล้ว ก็นำมาสร้อยกระเป๋าสะพาย ที่ภายในมีแต่ซองที่ญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมทำบุญ

ระหว่างนั้นตนเองก็ได้สังเกตเห็นนายธวัช หรือบอม มายืนปะปนอยู่ญาติ ๆ จำนวนมากที่กำลังจะนำนาคเข้าบวช หลังจากนั้นนายธวัช หรือ บอม ได้มายืนข้างหลังใกล้ชิดกับตนเอง และได้ใช้มือล้วงไปในกระเป๋าสะพายของตนเองเอาสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น หนัก 2 บาท 1 เส้น และสร้อยคอของอาจารย์หนูกันภัยอีกหนึ่งเส้นไป ซึ่งช่วงนั้นตนเองก็ยังไม่ทราบว่าโดนล้วงกระเป๋า

เมื่อกลับถึงบ้านจึงทราบว่าถูกคนร้ายล้วงสร้อยทองไปแล้ว จึงนำความไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาบางแกรก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้นำรูปภาพของนายธวัช หรือ บอม มาให้ดู ตนเองก็จำได้ว่าคนในภาพนี้ ได้อยู่ภายในงานและยืนใกล้ชิดกับตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายธวัช หรือ บอม มาทำการสอบสวนโดยใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงรับสารภาพว่าตนเองได้ล้วงสร้อยคอทองคำในกระเป๋าสะพายของนางมนตรี มาจริง

โดยหลังก่อเหตุได้ขี่รถกลับบ้านและวานคนข้างบ้านเอาไปขาย 2 บาท ส่วนทองที่เหลืออีก 3 บาท ผู้ต้องหาได้นำทองปลอมใส่ตลับมาให้เจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าเป็นทองจริงที่ล้วงมา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การจึงนำตัวนายธวัช หรือบอม มาตรวจค้นที่บ้าน พบเงินสดจำนวน 29,920บาทเจ้าหน้าที่จึงไว้เป็นของกลางในการขายสร้อยคอทองคำ พร้อมกับนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เขาบางแกรก จากนั้นจึงสามารถตามทองที่เหลือคืนได้จากเพื่อนของผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาบางแกรกกล่าวนายธวัช หรือ บอม นั้นทราบว่า ได้ติดคุกเกี่ยวกับเรื่องการลักทรัพย์ ในงานพิธีต่างมาหลายครั้ง เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น หลังจากออกจากคุกมาไม่นานก็ก่อคดีไว้หลานสถานที่ โดยจำเพราะในเขตจังหวัดอุทัยธานี และเขตจังหวัดชัยนาท ขอให้เจ้าทุกข์หลายได้ที่ถูกกระทำให้มาชี้ตัวได้ที่ สภ.เขาบางแกรก ดังกล่าว

ฆ่าโหด แทงอกสาวดับ หนุ่มมือมีดสุดเหี้ยม ซ่อนตัวเตรียมหนี โดนรวบทันควัน

ฆ่าโหด แทงอกสาวดับ หนุ่มมือมีดชาวเมียนมาสุดเหี้ยม ซ่อนตัวเตรียมหนี โดนรวบทันควัน พยานแฉเพิ่งถูกจับผลักดันออกนอกประเทศ จู่ๆ เดินวนเวียนในโรงงาน ก่อนทะเลาะกับเหยื่อ คว้ามีดแทงดับ ตร.เผยให้การไม่รู้เรื่อง คาดเรื่องชู้สาว หรือส่วนตัว

แทงอกสาวดับ วันที่ 26 มี.ค. ร.ต.อ.สิทธิเดช สิงห์ชินสุข รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงเสียชีวิต ภายในโรงงานทำมะพร้าวแห่งหนึ่ง หมู่ 9 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุรวุฒิ เจริญจิตร ผกกก.สภ.กรับใหญ่ ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องพักคนงาน พบศพ นางทันทันอาย อายุ 42 ปี ชาวเมียนมา มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอก 1 แผล ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายทุง วิน อายุ 46 ปี ชาวเมียนมาด้วยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงค้นหาตัวกระทั่งสามารถจับกุมได้ภายในโรงงานผลิต EPE โฟม และโฟมกันรอย ดังกล่าว หลังซ๋อนตัวเพื่อพยายามหลบหนี นอกจากนี้ยังพบมีดทำครัวที่ใช้ก่อเหตุถูกโยนทิ้งไว้ในป่า 1 เล่ม จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อประมาณเดือนเศษ นายทุง วิน มีประวัติถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในโรงงานดังกล่าวและถูกผลักดันออกนอกประเทศไปด้วยข้อหาเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จนกระทั่งในช่วงบ่ายของวันนี้มีคนงานพบ นายทุง วิน เดินวกไปวนมาอยู่ภายในโรงงาน จากนั้นก็ได้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงกับผู้ตาย ก่อนคว้ามีดทำครัวแทงเข้ากลางหน้าอกจนผู้ล้มลงและเสียชีวิตทันที

เบื้องต้น นายทุง วิน ยังคงให้การวกวนไม่ชัดเจน คาดว่าปมสังหารอาจเกิดจากทะเลาะวิวาทหรือเรื่องชู้สาว ซึ่งจะได้สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบสาววัย 22 เจอตำรวจตกใจหนัก สารภาพสิ้น ในห้องมียาบ้า ยาไอซ์ไว้ขาย

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 16 ก.พ. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ สวป.(หัวหน้าชุดจู่โจม)สน.บางเขน ,ร.ต.อ.รัตนชัย สลับศรี รอง สวป.นำกำลังชุดจู่โจม สน.บางเขน เข้าจับกุม น.ส.นันทิกานต์ หรือ กี้ โสดา อายุ 22 ปีพร้อมของกลางยาไอซ์ 2.55 กรัม ยาบ้า 640 เม็ดและ กระเป๋าเป้ สีดำ 1 ใบ โดยจับกุมได้บริเวณภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แถวร้านจำหน่าย EPEโฟม และโฟมกันรอยราคาถูก ภายในซอยลาดปลาเค้า 75 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

พ.ต.ท.อนันต์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมฯได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด ภายในซอยลาดปลาเค้า 75 จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพบหญิงสาววัยรุ่น กำลังเดินอยู่บริเวณภายในอพาร์ตเมนต์ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมา หญิงสาวคนดังกล่าวแสดงท่าทาง มีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน และพยายามเดินเลี่ยงหลบหนี เข้าไปในห้องพัก

เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้นและสอบถาม แต่หญิงสาวคนดังกล่าวแสดงอาการตกใจโดยบอกว่า ภายในห้องพักของตนมียาเสพติดจำนวนหนึ่ง และยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ จึงพบยาไอซ์และยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ สีดำ วางอยู่ที่พื้นกลางห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผล

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์และยาบ้ามีไว้เพื่อจำหน่าย โดยซื้อยาเสพติดมาจากนายนัท (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 37 ปีรูปร่าง ท้วม ผิวขาว สูงประมาณ 170 ซ.ม.แก็งยาเสพติดย่านลาดปลาเค้า จากนั้นนำมาแบ่งขายให้กับวัยรุ่นและลูกค้าทั่วไป โดยก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานเป็นเด็กนั่งดริ้ง ที่ร้านคาราโอเกะ ในซอยรามอินทรา 5 และได้ลาออกเพราะรายได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากไม่มีลูกค้ามาเที่ยว ส่วนสามีตนก็ถูกตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมในคดียาเสพติด ไปก่อนหน้านี้แล้ว ตนจึงหันมาขายยาไอซ์และยาบ้า โดยทำมาประมาณ 2 เดือนแล้ว จึงมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป​


สลด! รถตู้ชนจยย.ตกข้างทาง โจ๋ 16 คอหักดับคาที่ คนขับเผ่น อ้างไปส่งผู้โดยสารก่อน

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. พ.ต.ท. ญาณวรรธน์ ธนัฐบวรลักษณ์ รอง ผกก.สอบสวน ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย บริเวณบนสาย 333 หนองฉาง-บ้านไร่ หลักกิโลเมตร ที่ 4 หมู่ 2 ต.บ้านบึง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี บริเวณหน้าร้านจำหน่าย EPEโฟม หรือ โฟมกันรอย จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยอุทัยธานี (จุดบ้านไร่)

ที่เกิดเหตุพบศพนายณัฐวุฒิ จันทร์รักษ์ อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 36/3 หมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สภาพศพนอนหงายอยู่ในป่าหญ้า สภาพบาดแผล ที่ศีรษะฉีกขาด บาดแผลฉกรรจ์ สภาพคอหัก ห่างจากผู้ตายไปประมาณ 5 เมตร พบจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง รุ่นใหม่ ซูเปอร์คัพ สภาพใหม่เอี่ยม เพิ่งวิ่งได้ 20 กิโลเมตร ตรวจสอบบนถนนบริเวณช่วงกลางถนน พบเศษกระจกเขียน ว่า ม. ศิลปกร แตกกระจายเกลื่อนถนน และบนถนนพบรอยขูดของรถจักรยานยนต์หลักตกลงไปข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายประวัติ จันทร คนขับรถกระบะ ทะเบียน บท 1901 อุทัยธานี ที่ตามหลังรถจักรยานยนต์ของผู้ตายมา ให้การว่า มีรถตู้สาย บ้านไร่-ด่านช้าง-กรุงเทพฯ ได้แซงรถกระบะคันหนึ่ง ในช่วงจังหวะที่แซงได้ข้ามเลนมาเฉี่ยวรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แล้วมาเฉี่ยวรถกระบะของตนเองที่ขับตามหลัง จยย.ของผู้ตายมาจนทำให้รถกระบะด้านคนขับโดยเสียหาย แก้มขวายุบ กระจกมองข้างแตก หลังจากที่รถตู้โดยสารก่อเหตุแล้ว ไม่จอดลงมาดู แต่ขับหลบหนีไปทาง อ.บ้านไร่ ตนจึงโทรศัพท์แจ้ง สภ.บ้านไร่ ให้ช่วยสกัดจับรถตู้โดยสารคันดังกล่าว

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจบ้านไร่ ตรวจพบรถตู้คันดังกล่าว บริเวณ 4 แยกบ้านไร่ จึงควบคุมตัวคนขับทราบชื่อนายชาตรี ศรีชาวนา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 213 หมู่ 5 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พร้อมรถตู้โดยสารคันก่อเหตุ ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1931 สุพรรณบุรี มายัง สภ.บ้านไร่ ในสภาพแก้มด้านขวาคนขับยุบ ข้างรถด้านขวามีรอยขีดเป็นทางยาว กระจกมองข้างแตก 2 บาน

สอบสวนนายชาตรีให้การรับสารภาพว่า ตอนที่ไม่ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เนื่องจากบนรถตู้ยังมีผู้โดยสารอยู่ จึงรีบนำผู้โดยสารไปส่งที่ท่ารถรถก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า เมื่อช่วงเช้าผู้ตายเพิ่งซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาในราคา 45,000 บาท เ หลังจากที่ซื้อแล้วก็มาแต่งรถตามประสาวัยรุ่นที่บ้านเพื่อน โดยมีเพื่อนของผู้ตายหลายคนที่ร่วมกันแต่ง หลังจากนั้นผู้ตายก็นำรถจักรยานยนต์ออกไปลอง แล้วประสบอุบัติเหตุดังกล่าว พอเพื่อนผู้ตายทราบต่างรีบไปยังที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมากดังกล่าว

หนุ่มกลัดมัน! ปีนเข้าห้องลูกสาว พ่อขาร็อก ได้ยินเสียงกรี๊ด คว้าลูกซองอัดพรุน 9 รู

 

 

 

 

 

 

 

พ่อขาร็อก – หนุ่มกลัดมัน! ย่องเบาปีนบ้านหาลูกสาวกลางดึก พ่อขาร็อก ได้ยินเสียงลูกกรี๊ด คว้าลูกซองลั่นใส่ร่างพรุน 9 รู ดับคาห้องนอนลูกสาว ก่อนขับรถไปมอบตัว

สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.ณัท รัตนพันธ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง รับแจ้งจากนายหน่อย (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ชาว ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด ขอเข้ามอบตัว หลังใช้อาวุธปืนลูกซองยิงชายที่บุกรุกเข้ามาในบ้านเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงดึกวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุพบร่างชายนอนเสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ นายอภิชัย เชื่อนุช อายุ 35 ปี เป็นพันกงานโรงงานผลิตม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยเเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 158 ม.6 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพนอนตะแคงจมกองเลือดอยู่ข้างเตียง ภายในห้องนอนลูกสาวของบ้าน มีบาดแผลถูกยิงเข้าใต้ไหล่ขวา ข้างลำตัว ด้วยปืนลูกซองเป็นรูพรุน 9 รู

สอบถามผู้ยิง ให้การรับสารภาพว่า ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้ตายจริง โดยก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนและภรรยานอนหลับอยู่หน้าจอทีวีในบ้าน ได้ยินเสียงลูกสาวร้องเสียงดังจนตนเองตื่น พร้อมลูกสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องนอน

ตนเห็นคนร้าย จึงคว้าปืนลูกซองที่เก็บไว้บนหัวนอน ยิงสวนเข้าไปในห้องลูกสาว 1 นัด ทำให้คนร้ายถึงแก่ความตายทันที จากนั้นจึงขับรถมามอบตัวที่ สภ.ห้วยยอด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวดำเนินคดีต่อไป

มานั่งดื่ม ที่ร้านอาหาร แล้วไม่กลับออกมาอีกเลย พบเป็นศพพรุน-หัวแหว่งหมกบ่อเกรอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

จากกรณี เหตุพบคราบเลือด ชิ้นส่วนสมอง เเละ กะโหลกมนุษย์ ภายใน ซอยร่มเกล้า 25/6 เขตพื้นที่ ลาดกระบัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เพื่อกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออก ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเเพทย์นิติเวช เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมปิดบ่อเกรอะเพื่อค้นชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติม ตามที่เสนอไปก่อนหน้า

ล่าสุด เพจ เกาะติดสถานการณ์และอุบัติเหตุ ได้รายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ทุบหัวแทงพรุน ยัดบ่อเกรอะ ริมถนนร่มเกล้า #วันนี้ 23/10/61 จ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง ได้รับแจ้งเหตุพบคราบเลือด ชิ้นส่วนสมอง เเละกะโหลกมนุษย์ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่าย EPE โฟมหรือโฟมกันรอยรายใหญ่ ซอยร่มเกล้า 25/6 เขตลาดกระบัง กทม.

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เข้าตรวจสอบบริเวณบ่อเกรอะด้านหลังร้านอาหารดังกล่าวพบว่า มีศพถูกฆ่ายัดไว้ในบ่อดังกล่าว โดยมีเครื่องซักผ้าทับเอาไว้ ได้นำขึ้นมาตรวจสอบทราบชื่อต่อมาคือ นายประสิทธิ์ อินปฐม หรือ หรั่ง อายุ 61 ปี

ตรวจสอบพบบาดแผลถูกของแข็งทุบที่ศีรษะ และถูกอาวุธมีดแทงที่บริเวณลำตัว 6 แผลและแขนซ้าย 1 แผล จากการสอบสวนญาติผู้ตายทราบว่า ศพดังกล่าวเป็นนายประสิทธิ์ จริง ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านในละแวกใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยก่อนพบเป็นศพผู้ตายได้มานั่งดื่มสุราที่ร้านอาหารแห่งนี้ และหายไปหลายวัน ทางญาติจึงได้ออกมาตามหาที่ร้านดังกล่าวแต่พบว่าร้านถูกปิด ข้าวของกระจัดกระจาย หลังร้านพบคราบเลือด อีกทั้งยังได้กลิ่นเหม็นเน่าที่บ่อเกรอะ จึงแจ้งให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบจนพบว่ากลายเป็นศพ

รายงานข่าวแจ้งว่า ร้านอาหารแห่งนี้ผู้ตายเข้ามาดื่มสุราอยู่เป็นประจำ โดยจะมีญาติของเจ้าของร้านดื่มกินด้วยเป็นประจำ แต่ปรากฎว่าหลังจากเกิดเหตุญาติเจ้าของร้านรายนี้ก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย จึงคาดว่าอาจจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่านายประสิทธิ์ ก็เป็นได้ นอกจากนี้บริเวณห้องครัวของร้านพบมีดพร้ายาวกว่า 1 ฟุต วางอยู่ใกล้กับรอยเลือดทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ และจะเร่งติดตามตัวญาติเจ้าของร้านมาสอบปากคำให้ได้โดยเร็วที่สุด

เสียงดังสนั่น! กระบะเสยท้าย รถบรรทุกอย่างจัง คนขับถูกอัดติดคาซาก

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงดังสนั่น – วันที่ 18 ก.ย. พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ บัวโพธิ์ สว.สอบสวน สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกัน มีผู้บาดเจ็บติดภายใน บริเวณจุดกลับรถหน้าด่านช่างน้ำหนัก ฝั่งขาเข้าก่อนถึงบริษัทผลิตเเละจำหน่าย EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกรายใหญ่ อ.บ้านโป่ง ถนนทรงพล ม.5 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง

จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.บ้านโป่ง และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว ทะเบียน 87-7029 นครปฐม สภาพด้านท้ายมีรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย โดยมีนายไพวัลย์ กำจร อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับ ใกล้กันพบรถกระบะ นิสสัน สีขาว แบบมีแผงข้าง ทะเบียน บท 5247 อุทัยธานี สภาพด้านหน้ารถพังยุบ จนนายสุธี บุญสัญ อายุ 49 ปี คนขับ ถูกอัดติดคาซาก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดนำร่างออกมา แล้วรีบส่งรักษาตัว รพ.บ้านโป่ง

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายไพวัลย์ กำลังจะขับรถบรรทุกเพื่อกลับรถตรงจุดเกิดเหตุ ที่เป็นทางโค้ง และมีแสงไฟสลัว จึงทำให้ นายสุธี ที่ขับรถกระบะมาด้วยความเร็ว ไม่ทันได้สังเกต จึงชนเข้าไปที่ท้ายรถบรรทุกอย่างจังจนหน้ารถยุบอัดติดกับนายสุธี จนได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วจะทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป