shadow

จับแก๊งประธานสภา อบต. ยิงพ่ออดีตประธานสภาดับ หลังลูกก็เพิ่งถูกยิงตาย

วันที่ 22 เม.ย. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี และ สภ.ยะหริ่ง นำกำลังเข้าจับกุม นายมะซูดิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ประธานสภา อบต.แห่งหนึ่งใน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี, นายมูหะหมัด สุกูมุง อายุ 42 ปี, นายอิสมาแอ แวกาจิ อายุ 49 ปี, นายอับดุลรอยะ สุกูมุง อายุ 40 ปี และ นายมะรอฮิม กาเจกาซอ อายุ 70 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง ฯและซ่องโจร”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเย็นวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ นายไสว พรหมแก้ว อายุ 77 ปี หลังจากไปละหมาดอีซาที่มัสยิดใกล้บ้านติดกับโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนสงครามยิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับคนในครอบครัวของผู้ตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง

เหตุครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.62 ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิง นายเจ๊ะนา (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ญาติสนิท บาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นอีกแค่ 1 เดือน นายอามะ พรหมแก้ว อายุ 57 ปี อดีตประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ ลูกชายของ นายไสว ก็ยังถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ทางครอบครัวของผู้ตายจึงนำเรื่องเข้าร้องกองปราบ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.ต.จิรภพ จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อสืบหาเบาะแส โดยร่วมกับทางตำรวจท้องที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบว่า ปมสังหารมาจากความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ระหว่างกลุ่มของผู้ตายที่ชนะการเลือกตั้งกำนัน กับกลุ่มของ นายมะซูดิง ประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ คนปัจจุบัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและเข้าจับกุม นายมะซูดิง พร้อมพวกได้รวม 5 คน พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาดต่างๆ จำนวน 7 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวน นายมูหะหมัด สุกูมุง, นายอิสมาแอ และ นายอับดุลรอยะ ให้การรับสารภาพ โดยรับว่า นายมูหะหมัด เป็นมือปืนก่อเหตุ โดยมี นายอิสมาแอ เป็นผู้คุ้มกัน ส่วน นายอับดุลรอยะ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืน และก็นำอาวุธปืนไปซุกซ่อนฝังดินไว้ที่สวนปาล์มภายในหมู่บ้าน โดยมีการวางแผนก่อนก่อเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนนายมะซูดิง และ นายมะรอฮิม นั้นยังให้ปฏิเสธ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน พบว่า นายอิสมาแอ เคยมีคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2550 ติดตัวอีก 1 คดี จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ นำตัวส่ง สภ.ยะหริ่ง ดำเนินคดีต่อไป

ทะเลาะรุนแรง! หนุ่มวัย19 บีบคอเมียดับคาที่นอน ก่อนผูกคอหนีผิด ตายคาห้องเช่า

วันที่ 15 มี.ค. ร.ต.อ.ไมตรี พากุล ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติฯมาบตาพุด และหน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิมมาบตาพุด เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านเช่าชั้นเดียวติดกับร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ภายในห้องเช่าพบกับศพผู้ชายผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน และบนที่นอนพบศพผู้หญิงนอนหงายเสียชีวิต สภาพศพมีร่องรอยคล้ายถูกบีบคอจนช้ำ และรอยฟกช้ำทั่วตัว จึงรีบนำศพทั้งคู่ออกมาตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นคาดผู้หญิงเสียชีวิตเพราะถูกบีบคอจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายชายเสียชีวิตจากการผูกคอ ก่อนจะนำทั้งสองศพส่งพิสูจน์ ที่รพ.ระยอง

จากการตรวจสอบหลักฐานทราบชื่อของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน ผู้ชายชื่อ นายชูเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้หญิงชื่อ น.ส.อรอนงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ทั้งสองคน เป็นชาว จ.อุดรด้วยกันทั้งคู่ และสามีภรรยากัน

จากการสอบสวนเพื่อนบ้าน ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงทะเลาะดังออกมาจากห้องของทั้งสองคน ซึ่งขณะนั้นมีเสียงของเครื่องเสียงจากงานที่อยู่ใกล้เคียงจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้มาหา เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเป็นศพแล้วทั้งคู่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานจากพยานหลักฐานว่า ทั้งคู่คงจะมีปัญหาครอบครัว จึงนำไปสู่การเสียชีวิต คาดว่าฝ่ายชายคงจะพลั้งมือบีบคอแฟนสาวจนเสียชีวิต จากนั้นอาจจะสำนึกผิด จึงผูกคอตายตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามจะรอผลพิสูจน์จากแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง และเตรียมแจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้รับทราบเพื่อติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

เชียงรายสยอง! 7ศพปริศนา ลอยโผล่อ่างเก็บน้ำ คาดแก๊งขนยา จนท.เร่งพิสูจน์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.พ. นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย พ.ต.อ.ปวีน ทองสมบูรณ์ ผกก.สภ.เกาะช้าง อ.แม่สาย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง รับแจ้งมีผู้พบศพลอยหลังโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อยู่ในอ่างเก็บน้ำโครงการขุดลอกและปรับปรุงหนองวังมะราง หมู่บ้านป่าแดงหลวง หมู่11 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีน้ำรวกขวางกั้นเพียงประมาณ 500 เมตร

จึงร่วมกันรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพลอยอยู่ตามจุดต่าง ๆ จำนวน 7 ศพ สภาพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน เริ่มขึ้นอืดและลอยขึ้นเหนือน้ำ จึงประสานหน่วยกู้ภัยนำเรือและนักประดาน้ำไปทำการตรวจสอบและชักลากศพที่พบขึ้นมาบนฝั่ง ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสภาพศพได้โดยละเอียด จึงนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด

จากการสอบถามชาวบ้านข้างเคียงไม่พบว่ามีบุคคลสูญหายในช่วงนี้ถึง 7 คน เบื้องต้นสันนิฐานว่าทั้งหมดอาจเป็นกลุ่มคนที่มาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและได้เคยมีเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากทาง ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการขนยาเสพติดผ่านป่าช้าหมู่บ้านป่าแดงหลวงจึงสั่งการให้ ร.อ.จตุภูมิ กันคล้อย ผบ.ร้อย ม.3 ฉก.ม.2 นำกำลังไปดักซุ่มอยู่บริเวณป่าช้าและเกิดปะทะกับกลุ่มคนที่แบกกระสอบฟางเข้ามาประมาณ 20 คน จนทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามล่าถอยไปส่วนเจ้าหน้าที่ทุกปลอดภัย

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบตามทุ่งนามีการทิ้งกระสอบฟางเอาไว้กระจัดกระจายจำนวน 21 ใบ ภายในมียาเสพติดประกอบไปด้วยยาบ้าจำนวน 2,252,000 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ คาดว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีจะข้ามลำน้ำรวกไปแต่ได้เสียชีวิตจึงพลัดตกลงไปในแหล่งน้ำดังกล่าวส่วนคนที่เหลือหลบหนีไปได้

พ.ต.อ.ปวีน กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 7 รายนี้ คาดว่าคือกลุ่มคนที่ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นั่นเอง เพราะดูจากการแต่งตัวแล้วแต่ละคนคล้ายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ หรือกองคาราวานขนยาเสพติดที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีชาวบ้านหลายรายที่อาศัยอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านตรงกันข้าม ต.เกาะช้าง ได้ถามไถ่มายังฝั่งไทยว่าได้พบเห็นศพผู้เสียชีวิต มีคนถูกจับหรือมีรายงานสูญหายในฝั่งไทยหรือไม่

พ.ต.อ.ปวีน กล่าวต่อว่า เพราะญาติของพวกเขาได้หายไปหลายคน ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีคนเสียชีวิตช่วงหลังปะทะใหม่ ๆ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ห่างจากจุดปะทะกว่า 1 กิโลเมตรกว่า และใกล้ชายแดนเมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ คาดการณ์กันว่าอาจจะหลบหนีไปได้หมดกระทั่งได้รับแจ้งว่า มีผู้พบศพผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ดังกล่าว ขณะที่สาเหตุการเสียชีวิตนั้นอยู่ระหว่างนำไปชันสูตรพลิกศพ

ด้าน พ.อ.ชาตรี กล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบสภาพศพให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อที่จะได้ดูว่าศพผู้เสียชีวิตมีสาเหตุมาจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาหรือไม่อย่างไร หรืออาจเกิดจากการยิงของกลุ่มคนพวกเดียวกันเองเพราะในคืนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบมีกลุ่มคนเข้ามาถึงประมาณ 20 คน