shadow

จับ 2 โจร ปล้นอุกอาจแม่ค้าร้านของชำ ฉกเงินสด-สร้อยคอ อ้างตกงานหาเงินใช้

 

 

 

 

 

 

 

ปล้นร้านของชำ จับแล้ว 2 คนร้ายอุกอาจ ใช้มีดบุกปล้นแม่ค้าร้านของชำภูเก็ต บุกปล้นดื้อๆ ฉกเงินสด สร้อยคำทองคำ สารภาพตกงานต้องการเงินไปใช้จ่าย

จากกรณีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา มีคนร้าย 2 คน ใช้มีดจี้ชิงทรัพย์สาวเจ้าของร้านของชำที่อยู่เเถวบริษัทรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากต่างประเทศรายใหญ่ภายในซอยทรงคุณ ม.1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขณะนั่งขายของอยู่ภายในร้าน ได้เงินสดไปประมาณ 5,000 บาท และสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท

โดยวงจรปิดในร้ายบันทึกภาพไว้ได้ ซึ่งเห็นรูปพรรณคนร้ายอย่างชัดเจน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฉลอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมภาพวงจรปิดเร่งติดตามตัวคนร้ายทั้ง 2 มาดำเนินคดีนั้น

ปล้นร้านของชำ / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี ผบก.ภ.จว.ภเก็ต พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สส.ภ.จ.ว. นำโดย พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผกก.สภ.ฉลอง พ.ต.ต.อนุรักษ์ กลางณรงค์ สว.สส.สภ.ฉลอง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต และชุดสืบสวนสภ.ฉลอง

นำตัวนายนัฐวุฒิ หรือเอ็ม ดิสสระ อายุ 32 ปี ชาว อ.สิงหนคร จ.สงขลา และนายภูวนาถ หรือน้ำ มณีโชติ อายุ 27 ปี 2 คนร้าย ที่ก่อเหตุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณร้านของชำเลขที่ 43/66 ซอยทรงคุณ ม.1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต สถานที่เกิดเหตุ

หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาติดตามตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะสามารถจับกุมตัวได้ ก่อนพาตัวมาทำแผนดังกล่าว โดยมีเจ้าของร้านผู้ประสบเหตุและชาวบ้านร่วมดูการทำแผนจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัว นายนัฐวุฒิ หรือ เอ็ม ดิสสระ ได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ บริเวณสี่แยกโพธิ์ทองหมู่ 10 ต.ดอนทราย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ส่วนนายภูวนาถ หรือน้ำ มณีโชติ นั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 4/1 ซอย 17 ถ.ทะเลหลวง ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา

โดยนายภูวนาถ หรือน้ำ มณีโชติ ให้การว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา นายนัฐวุฒิชวนตนขับรถไปที่ร้านดังกล่าว โดยให้ตนขับเลยร้านไปจอดรอ ก่อนที่นายนัฐวุฒิจะเข้าไปในร้านและใช้มีดจี้คอเพื่อเอาสร้อยทองจากเจ้าของร้าน

จากนั้นตนเดินตามเข้าไป นายนัฐวุฒิบอกให้ตนล้วงเอาเงินในลิ้นชัก จากนั้นก็วิ่งหนีไปขึ้นรถจยย.ที่จอดทิ้งไว้ และขับออกไป ก่อนที่จะขี่รถจยย.คันดังกล่าวไปคืนนายลูกหมี ไม่ทราบชื่อสกุลจริง แถวตัวเมืองภูเก็ต และขี่รถจยย.กลับบ้าน

โดยนายเอ็มฝากมีดก่อเหตุไว้กับตนที่บ้าน ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี ทั้งนี้สาเหตุที่ร่วมกันก่อเหตุนั้น เนื่องจากตกงานและต้องการเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “กระทำความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้อาวุธ (มีด) โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หวิดโศกนาฏกรรมหมู่! แฉโชเฟอร์ เมาขับ บัสคว่ำ พนง.กว่า 30ชีวิตเจ็บเกลื่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

หวิดโศกนาฏกรรมหมู่ ผู้โดยสารแฉ โชเฟอร์เมาขับ ขับรถเลยซอย ก่อนเกิดเหตุระทึก บัสคว่ำ พนักงานกว่า 30 ชีวิต เจ็บเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือวุ่น ตำรวจเตรียมอายัตตัวคนขับสอบสวน หลังเข้ารับการรักษา

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 15 ก.ย. พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุรถบัสรับส่งพนักงานพลิกคว่ำ บริเวณถ.พหลโยธินขาเข้า หน้าบริษัทรับจัดซื้อเเละนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่น ซ.คลองหลวง 50 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถกู้ภัยในพื้นที่จำนวนหลายคัน

ที่เกิดพบรถบัส ยี่ห้อนิสันยูดี ทะเบียน 30-1516 ปทุมธานี ของบริษัทปิยสุวรรณ 29 ซึ่งเป็นรถบัสรับส่งพนักงาน บริษัท ฟาบริเนท จํากัด พลิกตะแคงซ้ายอยู่กลางถนน เบื้องต้นพบพนักงานชายหญิงบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยกันนำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนลำเรียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ทั้งหมด 31 ราย

จากการสอบถาม น.ส.วาจา หงษ์สุวรรรณ อายุ 23 ปี เปิดเผยว่า รถรับส่งพนักงานคันนี้ เป็นรถบัสรับพนักงานของบริษัทฟาบริเนท โดยรับพนักงานมาจากห้างแมคโครรังสิต เพื่อที่จะไปส่งที่บริษัทที่อยู่ภายในซอยคุณพระ พหลโยธินขาออก โดยหลังที่จากรับพนักงานมาทั้งประมาณ 50 คน คนขับรถมีอาการคล้ายคนเมาและขับรถเซไปเซมา จนขับรถเลยทางเข้าบริษัท

น.ส.วาจา กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะไปยูเทิร์นรถกลับมา และจอดรถอ้วก แล้วขับรถต่อไปจนมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดกลับรถและเป็นทางเบี่ยง รถได้วิ่งเข้าไปพุ่งชนกับขอบปูนกั้นกลางสะพาน จนรถเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายคน ส่วนคนขับมีอาการมึนเมานั่งหลบอยู่ในรถ ชาวบ้านจึงช่วยกันนำตัวออกมา พูดจาไม่รู้เรื่อง อายุ 35-40 ปี

ด้าน พ.ต.ต.ศิโรจน์ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและ นำตัวคนขับรถบัสไปส่ง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ และตรวจวัดแอลกอฮอร์ในเลือดด้วยว่าเกินมาตรฐานหรือไม่ พร้อมกับทำการอายัตตัวไว้ก่อน แล้วจะทำการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

จับยกแก๊ง ฆ่าโหดนายจ้าง ตัดหัว-เผานั่งยาง ขุดหลุมฝังกลางเขาเมืองกาญจน์

วันที่ 29 ส.ค. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกรียติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.มนต์ชัย เพ็งเลิศ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่กก.5บก.ป. เข้าจับกุม นายภูผาทอง หรือใหญ่ ผาทองภูมิ อายุ 36 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี, นายโซนี อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา, นายนิวอ่อง หรือโอม อายุ อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา, นายณัฐพล หรือกลอ์ฟ วิวัฏฏ์กุลธร อายุ 27 ปี ชาวจ.นครปฐม และนายมนตรี หรืออิม สูนคำ อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ, ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ้อนเร้น ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

พ.ต.อ.ภูมินทร์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากนายภิเษก สัจธรรมภิวัตน์ อายุ 21 ปี ลูกชายของนายนวพงศ์ สัจธรรมภิวัตน์ อายุ 56 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี ผู้ตายเป็นเจ้าของไร่เเห่งหนึ่งเเละเป็นเจ้านายหน้ารับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษจากต่างประเทศ ว่าเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.58 นายนวพงศ์ ได้หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกนายใหญ่ ซึ่งเป็นคนงานในไร่ของนายนวพงศ์ และพวกวางแผนสังหารเพื่อเอาทรัพย์สิน โดยมีนายใหญ่ เป็นผู้บงการ นอกจากนี้ก่อนการหายตัวไป ทราบว่านายใหญ่ ได้เข้ามาอยู่ที่ไร่ของนายนวพงศ์ ใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่ปี 2555 หลังจากสึกจากการบวชเป็นพระลูกวัดพวงมะเดื่อ ต่อมาให้หลังประมาณ 1 ปี นายใหญ่ มีพฤติกรรมแอบเป็นชู้กับภรรยาของนายนวพงศ์

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวอีกว่า ในขณะที่นายใหญ่ อยู่ที่ไร่ของผู้ตายได้พยายามใส่ร้ายผู้ตายให้กับภรรยาและลูกทั้ง 3 คน ว่าผู้ตายมีพฤติกรรมเล่นมนต์ดำไสยศาสตร์กับครอบครัว จนทำให้เกิดอาการป่วยต่างๆ อีกทั้งยังอ้างว่าตนสามารถช่วยแก้ไขมนต์ดำได้ จึงทำให้ภรรยาของผู้ตายและลูกเชื่อ จนกระทั่งต่อมานายใหญ่ ได้มีการวางแผนที่จะฆ่าผู้ตายเพื่อจะยึดสมบัติและภรรยา

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการสังหารครั้งนี้เริ่มจากนายใหญ่ ได้ติดต่อลูกน้องคนสนิทคือนายโซนี ให้ช่วยไปสั่งการโดยการใช้ไม้และมีดเป็นอาวุธ ซึ่งก่อนจะถึงเวลาลงมือนายโซนี ได้พานายโอม, นายอิม และ นายกอล์ฟ เพื่อนที่รู้จักกันมาช่วยในการสังหาร โดยให้นายโซนี และ นายโอม ขี่รถจยย.พร้อมด้วยอาวุธ ไปหาผู้ตายที่บ้านในวังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยนายโซนี ทำทีเข้าไปขอข้าวกิน ส่วนนายโอม รออยู่ด้านนอก จากนั้นนายใหญ่ ใช้จังหวะเผลอใช้ไม้ที่เตรียมมากระหน่ำตีที่ไปที่ศีรษะผู้ตายจนล้มลง แล้วใช้มีดแทงอีก 3 ครั้ง จนเสียชีวิต ส่วนนายโอม เข้ามาตีซ้ำหลังจากผู้ตายถูกแทงไปแล้ว

“หลังจากนายโซนี และ นายโอม ฆ่าผู้ตายแล้ว นายโอม ได้ขับรถกะบะของผู้ตายไปรับผู้ร่วมขบวนการประกอบด้วย นายอิม นายกอล์ฟมาที่บ้านเกิดเหตุ เพื่อช่วยกันยกศพไปเผาทำร้ายที่กลางป่าไร่มันห่างจากที่เกิดเหตุ 10 กิโลเมตร โดยนำที่นอนของผู้ตายและยางรถยนต์ 1 เส้น ไปเป็นเชื้อเพลิง ทั้งนี้ในระหว่างการเผาทำลายศพเชื้อเพลิงหมดจึงทำให้ศพไหม้ไม่หมด จึงตัดสินใจช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังอำพราง และนายโซนี ยังใช้จอบตัดหัวของผู้ตายก่อนที่จะฝัง” พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าว

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวอีกด้วยว่า หลังจากผ่านไป 3 วัน หลังฝังศพผู้ตาย นายโซนี ได้กลับมาขุดเอาศีรษะของผู้ตายไปเผาและนำกระดูกไปลอยน้ำเนื่องจากสำนึกผิด ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งหมดจะแยกย้ายกันหลบหนี ส่วนประเด็นในการสังหารครั้งนี้จากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายมีทรัพย์สินเป็นที่ดินหลายแปลงและนำไปขายได้เงินมากว่า 10 ล้านบาท โดยผู้ตายนำเงินไปใช้หนี้สินจำนวน 5.8 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือได้ไปซื้อที้ดินไว้ 2 แปลง เพื่อทำไรและกิจการบ้านพักใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งในจุดนี้คาดว่าเป็นปมในการสังหารเพื่อเอาทรัพย์ ประกอบกับนายใหญ่ต้องการคบกับภรรยาผู้ตายอย่างเปิดเผย

จากการสอบสวน นายใหญ่ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ได้สั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปลงมือฆ่าผู้ตาย มีการเตรียมการมากกว่า 1 เดือน เนื่องจากถูกผู้ตายทำมนต์ดำไสยศาสตร์ใส่ และยังมีเรื่องทะเลาะกับผู้ตายเนื่องจากถูกจับได้ชู้กับภรรยาผู้ตาย แต่ไม่เคยหวังในทรัพย์สินสมบัติแต่อย่างใด ด้าน นายโซนี ให้การว่า ตนนับถือผู้ตายเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นคนดี แต่มาถูกนายใหญ่ พูดเป่าหูจนเชื่อว่าผู้ตายเป็นคนเล่นของทำมนต์ดำใส่ครอบครัวเปลี่ยนเป็นคนไม่ดี ตนหลงเชื่อจึงรับงานเป็นมือสังหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหา ไปขุดหาศพที่กลางไร่มันบนเขา โดยมี พ.ต.อ.จรูญเกรียติ ปานแก้ว รองผบก.ป. ร่วมในการขุดศพครั้งนี้ โดยมีการประสานรถแบคโฮ 1 คัน สนับสนุนในการขุด ซึ่งระหว่างการขุดนั้นมีสายฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 9 ชม. ในการค้นหาศพที่คาดว่าถูกฝั่งไว้ในไร่มันดังกล่าวตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหา โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการขุดค้นต่อ และจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงบ่ายพรุ่งนี้

ลูกชี้ให้จับ! พ่อ84ปีหัวร้อน ถือมีดตามแม่กลับบ้าน ก่อนฉุนโหดฟันแสกหน้าแม่ดับคาที่

 

 

 

 

 

 

 

ผัววัย 84 ปี หัวร้อน ถือมีดอีโต้ยาว 69 เซนติเมตร เดินไปตามเมียกลับบ้าน หลังทะเลาะหนักจนหนีออกจากบ้าน ก่อนมีปากเสียงอีกรอบ บันดาลโทสะใช้มีที่พกมา ฟันแสกหน้า เสียชีวิตคาที่ ลูกสาวชี้ตัวให้ตำรวจจับเอง

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ตำรวจ สภ.บ้านกรวด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีคนฆ่ากันเสียชีวิต ที่ม.15 ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบศพนางงอน ขันประโคน อายุ 80 ปี สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างแคร่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านเลขที่ 42 ม.15 ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ สภาพถูกของมีคมฟันแสกหน้าเป็นแผลฉกรรจ์ตั้งแต่หน้าผากถึงปากและคาง ตรวจสอบตามร่างกายยังมีแผลบริเวณหน้าอกและท้ายทอยอีก 2 แผล

ใกล้กับศพพบนางสำเรียม เสาเปรีย ลูกสาวผู้เสียชีวิตพนักงานโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษลูกฟูกจากต่างประเทศ โดยชี้ให้จับกุมนายจร ขันประโคน อายุ 84 ปี พ่อของตัวเองและเป็นสามีผู้ตาย ตำรวจจึงเข้าจับกุมพร้อมมีดขนาดความยาว 69 เซนติเมตร โดยรับสารภาพว่า เป็นคนฟันภรรยาตัวเองจนเสียชีวิตจริง

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายจร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกับภรรยา แล้วภรรยาหนีออกจากบ้านไปนอนบ้านญาติ กระทั่งรุ่งเช้าตนไปตามภรรยาแต่ไม่ยอมกลับ จึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนตนจะบันดาลโทสะ ใช้มีดที่ถือไปด้วยฟันบริเวณท้ายทอย 1 ครั้ง แล้วภรรยาล้มลง จึงฟันเข้าใบหน้า 1 ครั้ง และหน้าอกอีก 1 ครั้ง ก่อนจะเดินกลับบ้าน

ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุตำรวจจะทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งจากการสอบถามครอบครัวและชาวบ้านทราบว่า นายจร ผู้ต้องหาเป็นคนอารมณ์ร้อน และมักจะหึงหวงภรรยา