shadow

แก๊งโจ๋ยกพวก ไล่ฟันอริ ปาระเบิดใส่รพ. ญาติคนไข้-จนท.วิ่งหลบหนีตาย เจ็บเพียบ

แก๊งโจ๋ยกพวก ไล่ฟันอริ ปาระเบิดใส่รพ. ญาติคนไข้-จนท.วิ่งหลบหนีตาย เจ็บเพียบ

วันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 9 พ.ค. ร.ต.อ.มงคล ยลวิลาศ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นปาระเบิดปิงปองที่กลางชุมชนเกาะบางโฉลง ม.2 ต. บางโฉลง อ.บางพลี ก่อนใช้อาวุธมีดไล่ฟันทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสามูลนิธิปอเต็กตึ๊งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ญาติและพลเมืองดี ลำเรียงทั้งหมดส่งรักษาที่โรงพยาบาลเซ็นทรัลปาร์ค ไปก่อนแล้ว ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุรับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่น คาดว่าน่าจะเป็นฝั่งที่ก่อเหตุครั้งแรกยกพวกขี่รถจักรยานยนต์ติดตามที่โรงพยาบาลที่ผู้บาดเจ็บทั้งหมดรักษาตัวอยู่และได้ใช้ระเบิดปิงปองปาเข้าไปในลานจอดรถของโรงพยาบาลดังกล่าวอีก 1 ลูก ทำให้ รปภ.ของโรงพยาบาลและญาติคนเจ็บ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ต่างพากันวิ่งหนีตายหาที่หลบ หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้พากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

นายยอดยิ่ง ฉ่ำพึ่ง อายุ 68 ปี ตาของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังพักผ่อนในบ้านพักได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่หน้าบ้าน ซึ่งมีหลาน ๆ นั่งเล่นกันอยู่ จึงวิ่งออกมาดูพบว่าหลานของตนกำลังถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คนไล่ทำร้ายโดยฝ่ายตรงข้ามได้ใช้อาวุธมีดและไม้ไล่ทำร้ายหลานๆ ของตนที่นั่งเล่นกันอยู่ด้วยกัน 3-4 คน จึงเข้าไปห้าม แต่กลับถูกไล่ฟัน จนได้รับบาดเจ็บที่มือข้างซ้ายและริมฝีปาก แต่ตนสามารถแย่งมีดมาได้จึงไล่ฟันสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัว จนผู้ก่อเหตุทั้งหมดต่างพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันพาตนและผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ ส่งรักษาที่โรงพยาบาล

ด้านนายยุทธพงศ์ อายุ 25 ปี อดีตพนักงานร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องราคาถูก กล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคู่กรณีเก่าที่เคยมีเรื่องทะเลาะกันมาเมื่อ 4 วันก่อน สาเหตุมาจากหนึ่งในกลุ่มของตนที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปย่านบางพลีและหันไปมองหน้ากลุ่มของผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ กลุ่มนายแบงค์ ทำให้เขาไม่พอใจและได้ขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาพร้อมเพื่อนมาทำร้ายร่างกายเพื่อนของตนและใช้อาวุธมีดแทงจนเพื่อนตนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนและญาติๆ พากันแจ้งความไว้ที่ สภ.บางพลี ไว้แล้ว กระทั่งในวันนี้กลุ่มนายแบงค์ ได้ย้อนกลับมาก่อเหตุอีก

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณกลางชุมชนที่เกิดเหตุเมื่อช่วงหัวค่ำเอาไว้ได้ พบว่าผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็ก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 2 คัน ก่อนที่ 1 ใน 4 ผู้ก่อเหตุจะใช้ระเบิดปิงปองที่ทำขึ้นเองปาใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่จับกลุ่มคุยกันอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งกลางชุมชนเกาะบางโฉลง

จากภาพวงจรปิดกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งกันอยู่ที่หน้าบ้านและถูกสะเกิดระเบิดจนได้รับบาดเจ็บจนต้องวิ่งหนีตาย ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมสามารถบันทึกเหตุการณ์หลังจากเกิดเหตุระเบิดแล้ว วัยรุ่นที่ก่อเหตุ 2 คนได้จอดรถจักรยานยนต์ และชักมีดที่พกติดตัวมาพยายามวิ่งเข้าไปไล่ทำร้ายกลุ่มผู้บาดเจ็บ

แต่ถูกญาติของผู้บาดเจ็บที่เป็นตาคว้ามีดไล่ฟันสวนกลับมาจนต้องขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายคาดว่าน่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดในเร็วๆ นี้ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกลัวกฎหมาย

สลดส่งท้าย7วันอันตราย! หนุ่มขับเก๋งแซงคันหน้า พุ่งชนจยย.แม่ลูกดับคู่กลางถนน

สลดสงท้าย 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ หนุ่มขับเก๋งเร่งเครื่องแซงคันหน้า พุ่งชนจักรยานยนต์ขับสวนมา แม่ลูกเสียชีวิตคาที่

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานวันส่งท้าย 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ จ.สงขลา ได้เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานรยนต์ บริเวณหน้าศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.สงขลา ถนนสายสงขลา-นาทวี พื้นที่ม.5 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา หน่วยกู้ชีพเกาะแต้ว ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ทะเบียน ขจ2966 สงขลา ชนกับรถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1กธ5134 สงขลาตกอยู่ข้างทางพังเสียหาย บนถนนพบผู้เสียชีวิต 2 รายชื่อ นายอรรณพ อ่อนแก้ว อายุ 41 ปี และ นางสมจิตร์ อ่อนแก้ว อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นแม่กับลูก ส่วนคนขับรถเก๋งชื่อ นายอุทัย แซ่ฮิม อายุ 37 ปี พนักงานโรงงานจำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องรายใหญ่ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา

จากการสอบสวนทราบเบื้องต้นว่า ขณะเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ได้ขับออกมาจากซอย และจะเลี้ยวข้ามเลนไปยังเส้นทางเข้าเมืองสงขลา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถเก๋งซึ่งขับมาจากเส้นทางขาออกเมืองสงขลา และกำลังแซงรถคันหน้า ทำให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่วิ่งสวนมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

สำหรับสถิติ 7 วันอันตรายของจ.สงขลา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บ 84 ราย และหากรวมผู้เสียชีวิต 2 รายล่าสุดในวันนี้ ยอดผู้เสียชีวิตอย่างไม่เป็นทางการเพิ่มเป็น 6 ราย

อึ้ง! ลุงติดท่อ 3วัน ตัวดำปี๋ เผยมีคนกวักมือเรียก เล่าขนลุก เดือนก่อน มีรปภ.เข้าไปตาย

อึ้ง! ลุงติดท่อ 3วัน ตัวดำปี๋ เผยมีคนกวักมือเรียก เล่าขนลุก เดือนก่อน มีรปภ.เข้าไปตาย

วันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พร้อมสายตรวจ สภ.พุทธมณฑล รุดเข้าช่วยเหลือ คนติดอยู่ภายในท่อระบายน้ำ หน้าร้านขายไก่ย่าง ริมถนนสายศาลายา-นครชัยศรี ใกล้กับวิทยาลัยนาฏศิลป์ศาลายา ม.3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงฝาท่อระบายน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก จึงกั้นผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณ พร้อมพูดคุยกับผู้ที่ติดอยู่ภายในท่อ

โดยมีเสียงผู้ประสบเหตุ ตอบกลับมาตลอดระยะเวลาที่ซักถาม จนแน่ใจว่าผู้ประสบเหตุ ติดอยู่ในท่อที่จุดใด จึงช่วยกันใช้อุปกรณ์งัดฝาท่อขึ้น ใช้กว่านานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงสามารถเปิดออกและช่วยเหลือพาขึ้นมาจากท่อระบายน้ำได้อย่างปลอดภัย ทราบชื่อคือ นายสมปอง (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี รปภ.โรงงานจำหน่ายสายรัดกล่อง และสายรัดพลาสติก ชาว จ.นครปฐม ซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนที่ดำทั่วตัว มือซีดเปื่อย

โดยที่นายสมปอง ยังคงเหนื่อยล้า อยู่ในอาการตกใจ พูดจาวกวน เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันใช้น้ำล้างตัวทำความสะอาดพร้อมนำตัวส่ง รพ.พุทธมณฑล เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงสาเหตุว่า ติดอยู่ในท่อได้อย่างไร นายสมปอง เล่าว่า มีคนกวักมือเรียกให้ลงมา จึงเดินลงมา

เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามซ้ำอีก นายสมปองบอกว่า ลงมาอยู่ในท่อได้ 2-3วันแล้ว ก่อนที่จะลงมาอยู่ในท่อ ได้เดินมาซื้อไก่ย่างที่จุดเกิดเหตุ จากนั้นเดินกลับบ้านไป โดยเดินลงไปในท่อ เพราะเห็นว่ามีฝาท่อเปิดอยู่ เมื่อเดินลงไปแล้วหลงทาง ออกไม่ได้ จึงตะโกนร้องเรียกให้คนช่วย กระทั่งมีคนได้ยินเสียงแล้วเปิดฝาท่อช่วยเหลือนำขึ้นมา

ขณะที่ นายเมคิน ใชย์คำหาร อายุ 49 ปี เจ้าของร้านไก่ยางในจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า นายสมปอง อดีตเป็นครูสอนนาฏศิลป์ เมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา นายสมปอง ถูกรถชนอย่างแรง รักษาตัวอยู่นาน จึงทำให้มีอาการหลงลืม ก่อนเกิดเหตุนั้นตนยืนขายไก่ย่างตามปกติ ขณะนั้นได้ยินเสียงคนร้องเรียก ตะโกนเรียกหา แต่มองไม่เห็นว่าใครเรียก

นายเมคิน เผยต่อว่า ตนจึงบอกให้ลูกเขยคือ นายประดิษฐ์ พละบาล อายุ 31 ปี เดินตามเสียงเรียก จนพบว่า ต้นทางของเสียงมาจากท่อระบายน้ำ และมีไม้เสียบไก่ยื่นโผล่ออกมา จึงมองดูเห็นคนอยู่ภายในท่อ เมื่อสอบถามจึงทราบว่าเป็นนายสมปอง ลูกค้าประจำที่ร้าน ซึ่งปกติแล้วนายสมปองจะมาซื้อไก่ย่างทุกวัน แต่ 2 วันที่ผ่านมานายสมปองหายไป และก็ไม่รู้ว่าลงไปอยู่ในท่อได้อย่างไร จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ

ด้าน นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะที่กำลังช่วยพ่อตาขายของ พ่อตาบอกว่ามีคนเรียก หันไปมาก็ไม่เห็นใคร แต่มองไปในท่อเห็นไม้โผล่ออกมาจากท่อ จึงแน่ใจว่ามีคนติดอยู่ ส่วนท่อระบายน้ำในจุดเกิดเหตุนี้มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 2 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา เคยมี รปภ. เดินเข้าไปหาปลาภายในท่อ ที่ห่างจากจุดนี้ประมาณ 800 เมตร หลังจากเข้าไปหาปลาแล้วหายไป หาทางอกไม่ได้จมน้ำเสียชีวิต

เบื้องต้นสันนิษฐานว่านายสมปอง อาจเดินเข้าปากท่อในจุดเดียวกันกับที่ รปภ. เดินมุดเข้าไป แต่ ตร.จะสอบปากคำเเพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ว่าเข้าไปได้อย่างไร

สังเวยตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด! คนร้ายกราดยิงคาราโอเกะ กระสุนเจาะท้ายทอยดับอนาถ

อุกอาจ! 2 คนร้ายควบจักรยานยนต์ กราดยิงคาราโอเกะ กระสุนเจาะท้ายทอยลุงวัย60 สังเวย 1 ชีวิตตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย เจ้าของมึนปมถล่มยิง

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ร.ต.ท.บุษกร วงศาโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่ร้านคาราโอเกะ เลขที่ 178 ม.4 ต.ไผ่ขวาง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งสร้างเป็นห้องปูน 1 ชั้น กำลังจะเปิดเป็นร้านคาราโอเกะ มีโต๊ะม้าหินอยู่ด้านหน้า 1 โต๊ะ พบรอยเลือดตรงบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก ภายในร้านพบรอยกระสุนปืนที่กระจกร้าน 2 นัด และประตูห้องครัว 1 นัด บริเวณพื้นภายในห้องครัวพบหัวกระสุนปืนตกอยู่ 2 หัว ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นายเสถียร คงวิเชียร อายุ 60 ปี ชาวจ.สุพรรณบุรี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชไปก่อนหน้านี้ สภาพถูกยิงเข้าที่ด้านหลังท้ายทอย ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ บริเวณถนนสายไผ่ขวาง-โคกโคเฒ่า ม.4 ต.ไผ่ขวาง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ 7 ปลอก ที่บริเวณหน้าร้านพบรถยนต์ 2 คัน ถูกยิงด้วยอาวุธปืน เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฌบ 7453 กทม. ถูกยิงที่บริเวณประตูหน้าด้านซ้าย 3 นัด และรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ตอนเดียว ทะเบียน บธ 4246 กาญจนบุรี ถูกยิงเข้าที่กระจกด้านหน้าแตก

จากการสอบถาม นายมานะ พันธ์ไพโรจน์ ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า พวกตนประมาณ 6 คน ได้มานั่งดื่มสุราเมื่อช่วงหัวค่ำที่หน้าร้านคาราโอเกะแห่งนี้ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการ กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มา 2 คน ได้ชักอาวุธปืนขึ้นมายิงใส่ร้านตรงที่พวกตนนั่งกันอยู่หลายนัด ก่อนจะขับรถหลบหนีไป ทั้งนี้ พวกตนได้ยินเสียงปืนจึงหลบไปใต้โต๊ะ แต่นายเสถียร ซึ่งมีอาชีพลากอวนจับปลาขาย ที่มานั่งดื่มอยู่ด้วยหลบไม่ทัน ทำให้ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังล้มลงกับพื้น พวกตนจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ด้าน นายวีรยุทธ ร่องระมุด เจ้าของร้านคาราโอเกะ กล่าวว่า ตนกำลังสร้างร้านคาราโอเกะ และก็มีธุรกิจ จำหน่ายสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่อง ได้ชวนเพื่อนๆ ที่รู้จักมานั่งดื่มสุรากันที่บริเวณโต๊ะม้าหินหน้าร้าน จู่ๆ มีคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มายิงใส่ร้านของตนหลายนัดจนมีผู้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเรื่องมีผู้มายิงใส่ที่ร้านของตนนั้น ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เมื่อก่อนเคยหุ้นเปิดร้านคาราโอเกะอยู่กับพวก แต่ก็ได้เลิกหุ้นไปแล้ว และมาเปิดร้านใหม่แห่งนี้

รวบแก๊งเด็กแว้น ค้ายาผ่านไลน์! เผยลูกค้าเป็นเด็กแว้น ทั้งขาประจำ-ขาจร

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รรท.ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ.บก.สปพ. กำลังจับกุมนายอนุวัฒน์ หรือเต้ย คำพันธ์ อายุ 20 ปี นายอาทร หรือกัส อยู่เย็น อายุ 20 ปี นายจุฑาวุฒิ หรือชาย โพธิ์อยู่ อายุ 20 ปี และนายศุภจักร หรืออู๋ แย้มนันท์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 4,950 เม็ด ยาไอซ์ 3.8 กรัม ใบกระท่อม 20 ใบ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล 1 เครื่อง ถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิด-เปิด 2 แพ็ค กล่องกระดาษทิชชู 1 กล่อง ซองสีน้ำตาล 2 แพ็ค แท็บเล็ตยี่ห้อแอปเปิล สีขาว 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ 4 คัน

โดยจับกุมได้ภายในร้านแมคโดนัล ชั้น 1 ห้างซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ และที่บ้านเลขที่ 174 ซอยลาซาล 48 ถนนสุขุมวิท 105 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า กลุ่มเด็กแว้นมีพฤติกรรมค้าขายยาเสพติดผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์

จึงทำการสืบสวนโดยส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ซึ่งเป็นกลุ่มปิด ก่อนทราบว่ามีเอเย่นต์ที่เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดอยู่ 4 ราย โดยกลุ่มเด็กแว้นที่อยู่ในกลุ่มไลน์จะสั่งยาเสพติด จากนั้นเอเย่นต์ทั้ง 4 รายจะสลับกับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งของเอง หรือส่งผ่านไปรษณีย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการล่อซื้อโดยนัดเจอที่ร้านแมคโดนัล ห้างซีคอนสแควร์

เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มาถึง จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดยาบ้าได้ 4,020 เม็ด และยาไอซ์ 3.8 กรัม จากนั้นขยายผลไปตรวจที่ห้องพักในซอยลาซาลที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องราคาถูกรายใหญ่ พบผู้ต้องหาอีกราย และพบยาบ้าอีก 950 เม็ด พร้อมของกลางอื่นๆ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน และนำผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผล

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ร่วมกันตั้งกลุ่มไลน์ค้ายาเสพติดจริง ส่วนลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเด็กแว้น มีทั้งขาประจำและขาจร โดยผู้ต้องหาจะรับจำนวนยาเสพติดมาก่อน แล้วติดต่อไปยังผู้ค้าอีกรายหนึ่งอยู่ย่านซอยลาซาลเพื่อรับยามาขายต่อ ถ้าลูกค้าอยู่ใกล้จะขับรถจักรยานยนต์ไปส่งให้เอง แต่ถ้าอยู่ไกลจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ โดยทำมาหลายเดือนแล้ว

เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ใบกระท่อม) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าเก๋งสีขาวรับดร.ขึ้นรถก่อนเป็นศพ ยังไม่ชัดเป็นฆาตกรรม ส่งศพพิสูจน์ชันสูตรรอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

อดีตผช.อธิการ ตร.เร่งล่าเก๋งมิตซูบิชิสีขาว รับผศ.ดร.ขึ้นรถก่อนเป็นศพกลางแม่น้ำ ยังไม่ฟันธงเป็นฆาตกรรมหรือไม่ ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการตายอีกครั้ง ที่นิติเวช รพ.ตำรวจ

กรณี ผศ.ดร.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พิบูลสงคราม หายตัวไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค. และต่อมาพบว่าเสียชีวิตอย่างปริศนา โดยพบศพลอยไปติดริมตลิ่งแม่น้ำน่านหน้าคริสต์จักร ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 ต.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

อดีตผช.อธิการ / ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ต.ต. ที่สภ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของสภ.เมืองพิษณุโลก สืบสวนจังหวัดพิษณุโลกและสืบสวนภาค 6 เพื่อคลี่คลายคดีการพบศพ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ที่เสียชีวิตลอยเป็นศพกลางแม่น้ำน่านอ.เมืองพิษณุโลก บริเวณสะพานโรงสีเบญพืชที่อยู่เเถวโรงงานผลิตสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่ในพื้นที่

โดยวันนี้ประชุมชุดสืบสวนเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง พร้อมกับเชิญ นางทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อายุ 52 ปี อาจารย์สาขาวิชาโทภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก น้องสาวผู้เสียชีวิต มาร่วมประชุมและให้ปากคำด้วย

ภายหลังการประชุมพล.ต.ต.ถาวร เปิดเผยว่า ในวันนี้ ต้องคลี่คลายคดีให้ได้เนื่องจากว่าสาเหตุของการเสียชีวิตต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ในวันนี้จะดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด

ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์เวรโรงพยาบาลมนเรศวรนั้น ยังไม่ได้แจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพียงแต่แจ้งด้วยวาจา ก่อนจมน้ำเสียชีวิต ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือฆาตกรรม และเพื่อความแน่ชัดของสาเหตุของการเสียชีวิต จึงต้องส่งให้นิติเวชรพ.ตำรวจชันสูตรสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่ประเด็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่มารับไปด้วยจากที่จอดรถ โรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งผู้เสียชีวิตนำรถยนต์ของตนเองมาจอดไว้ และมีผู้ชายขับรถยนต์ มิตซูบิชิ มารอรับผู้เสียชีวิตออกไป ก็จะเร่งติดตามมาชายคนดังกล่าวมาสอบสวนให้เร็วที่สุด ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค. นั้นไปทำกิจกรรมกับนศ.ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และพบเห็นผู้เสียชีวิตที่จ.อุตรดิตถ์

นอกจากนี้ ยังให้ชุดสืบสวนไปไล่เช็กกล้องวงจรปิดต่างๆ เนื่องจากวันสุดท้ายที่มีพบผู้เสียชีวิตนั้นคือวันที่ 2 ต.ค. ที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก เวลาประมาณ 14.00 น. มีผู้พบเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก จะมาพบเจ้าอาวาส แต่ไม่พบ จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย กระทั่งมาพบเป็นศพลอยน้ำในเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 3 ต.ค.

ผบก.ภ.จว. พิษณุโลก กล่าวต่อว่า ยังไม่ตัดประเด็นต่างๆ ทั้งการฆาตกรรมด้วยความขัดแย้งหรือประสงต่อทรัพย์ หรือจงใจฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากตามประวัตินั้น อาจารย์เคยมีประวัติรับการรักษาทางจิตเวช หลักฐานที่พบในตัวพบเงินจำนวนหนึ่ง และสร้อยคอก็เป็นของผู้เสียชีวิต ไม่ใช่ของผู้อื่น มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นของผู้เสียชีวิต แต่ไม่พบหลักฐานบัตรประจำตัวหรือกระเป๋าสตางค์ อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งติดตามชายที่มารับผู้เสียชีวิต ที่ขับรถยนต์มารับในวันที่ 1 ต.ค. มาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเวลา 10.40 น. ที่ลานจอดรถโรงแรมวังจันทร์ริเวอร์วิว ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนพร้อมทีมพิสูจน์หลักฐาน 6 เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์ของอาจารย์ที่จอดทิ้งไว้ในวันที่ 1 ต.ค. เป็นรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน ทีด้า สีบรอนซ์ทะเบียน กธง4183 พิษณุโลก

นายชลัณณพ เจริญสะอาด ช่างไฟซ่อมบำรุงโรงแรมวิงจันทน์ริเวอร์วิว ให้การว่า เห็นผู้เสียชีวิตมาจอดรถในเวลาประมาณ 12.40 น. พร้อมกับมีรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว มาจอดเทียบเพื่อรอรับอยู่ และก็เห็นอาจารย์ขึ้นรถไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อโปโล ด้านหลังมีตัวอักษรว่า ธีรธาดา

และในวันนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรถของผู้เสียชีวิต สภาพรถยนต์จอดล็อคเรียบร้อย ทรัพย์สินภายในเสื้อผ้าต่างๆ ยังมีอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่น้องสาวของผู้เสียชีวิต นางทรัตน์พรที่เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์ด้วย ยังอยู่ในอาการเศร้า บอกเพียงว่าอยากให้ชันสูตรใหม่ เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค. นำร่างผู้เสียชีวิตมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 4 วัดคูหาสวรรค์

ขณะที่วันนี้จะนำร่างไปชันสูตรที่รพ.ตำรวจ และถ้าชันสูตรเสร็จ จะฌาปนกิจตามกำหนดการที่วางไว้ คือวันที่ 9 ต.ค. ขณะนี้คุณแม่ทราบข่าวแล้วว่าลูกชายเสียชีวิต แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิต

ที่วัดคูหาสวรรค์ นายสมโภช ใจมน ครูร.ร.วัดคูหาสวรรค์ เทศบาล 2 ไวยาวัจกรวัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก พยานที่พบเห็นผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ตนและอาจารย์อรรจน์รู้จักกันมานาน แล้ว เนื่องจากเคยบวชเรียนด้วยกัน และตัวอาจารย์ก็ชอบมาที่วัดคูหาสวรรค์

ปกติอาจารย์เป็นยิ้มแย้ม ร่างเริง เมื่อวันที่ 2 ต.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. ตนเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาในวัดจากถนนใหญ่ ก็ทักทายกันปกติ บอกว่าจะมาพบเจ้าอาวาส แต่วันนั้นเจ้าอาวาสไม่อยู่ จากนั้นก็เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกไป กระทั่งมาทราบข่าว ก็รู้สึกตกใจมาก

หนุ่มผู้รับเหมา ยิงหุ้นส่วน ตายคาที่นอน ก่อนไปมอบตัวที่ป้อมตำรวจใกล้บ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 6 ก.ย. ร.ต.อ.สนิท สิงห์สกุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองขาว จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 68/1 หมู่ 5 อยู่ด้านหลังโรงงานผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่ ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พงษ์ธรณ์ เอื้อประเสริฐ ผกก., พ.ต.ท.นัฐพงศ์ เอกเผ่าพันธุ์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.พิเชษฐ์ รงค์ฤทธิ์ไกร รอง ผกก.(สอบสวน), พ.ต.ท.ชาติชาย กาญจนภูสิต สว.(สอบสวน), เจ้าหน้าที่ ศพฐ.7 ภ.จว.กาญจนบุรี แพทย์ ร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ประจำจังหวัดกาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวปลูกอยู่กลางไร่อ้อย จากการตรวจสอบที่ห้องนอนภายในบ้านหลังดังกล่าว พบศพ นายประเสริฐ อู่อรุณ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/3 หมู่ 5 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่แก้ม และลำคอด้านซ้ายรวม 2 นัด ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกัน 3 ปลอก หัวกระสุน 1 หัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายสมชัย สันตินิภานนท์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมจุดตรวจทุ่งทองให้ทราบเหตุด้วยตนเอง จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.หนองขาว

เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนบ้านและเป็นหุ้นส่วนธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยกำลังเตรียมการที่จะไปรับเหมาก่อสร้างในเขตพื้นที่ จ.นครปฐม แต่เกิดมีปัญหาทะเลาะกันเรื่องเงิน จึงก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป และจะได้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในข้อหา “ฆ่าผู้อื่น” เอาไว้ก่อน ส่วนจะไตร่ตรองหรือเจตนาด้วยหรือไม่ จะใช้ดุลยพินิจอีกครั้ง

แม่ใจสลาย! โชเฟอร์ลืมหนูน้อยอนุบาลในรถรับส่ง พบอีกทีเป็นศพดับสลด

 

 

 

 

 

 

 

สุดสลด โชเฟอร์รับส่งนักเรียน ลืมหนูน้อยอนุบาลในรถ แม่มารับหลังเลิกเรียน ครูบอกวันนี้ลูกไม่มา ก่อนเอะใจ พากันไปตามหาที่รถ เปิดรถถึงเข่าทรุด พบลูกนอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะหลัง ตำรวจคุมตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เผยไม่ส่งสัยว่ามีเด็กหลงอยู่ในรถอีก

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กเสียชีวิตภายในรถตู้รับส่งนักเรียน ของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่เเถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายสายรัดพลาสติกหรือสายรัดกล่องในต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบรถตู้ส่วนตัว ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นข1612 นราธิวาส ซึ่งเป็นรถรับส่งนักเรียนในอ.สายบุรี พบศพเด็กหญิงวัย 3 ขวบ สภาพเสื้อผ้าเลอะทั้งตัว คล้ายอาการดิ้นทุรนทุราย มีเลือดไหลออกทางจมูก นอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งแถวหลังสุด เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี

จากการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า เด็กเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ซึ่งสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 หลังจากนั้น ทางโรงพยาบาลได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.มนตรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.วีระ เทพเวียง รอง ผกก.(สอบสวน) และร.ต.ท.วีระศักดิ์ สุวรรณนาคม รอง สว.(สอบสวน) ได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อตรวจสอบและสอบสวนพยานเพิ่มเติม พร้อมกับตรวจยึดรถตู้คันเกิดเหตุมาทำการตรวจสอบที่สภ.สายบุรี จากนั้น ได้เชิญตัวนายอาหะมะ สารอเอง อายุ 23 ปี คนขับรถ มาแสดงตัวเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมทำการสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า จากการสอบปากคำทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา นายอาหะมะซึ่งเป็นคนขับรถรับส่งนักเรียน โดยภรรยาเป็นครูผู้ช่วยอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว ทุกๆวันภรรยาของนายอาหะมะจะนั่งมาในรถด้วย แต่วันเกิดเหตุไม่ได้มาและหลังจากที่รับนักเรียนในพื้นที่มาส่งที่โรงเรียน ก่อนจะขับรถไปจอดไว้ริมถนนหน้าโรงเรียน และขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน โดยไม่สงสัยว่าจะมีนักเรียนติดอยู่ในรถ

จากการสอบสวนทราบอีกว่า กระทั่งช่วงเย็นวันเกิดเหตุ แม่ของเด็กได้เดินทางมารับลูก หลังจากรับปากว่าจะมารับหลังเลิกเรียน เมื่อแม่เดินทางมาถึงที่ห้องเรียน ครูบอกว่าลูกไม่ได้มาโรงเรียน ทำให้แม่และครูเอะใจจึงโทรศัพท์ไปสอบถามภรรยาของผู้ต้องหาเพื่อจะไปดูที่รถตู้ และเมื่อเปิดประตูก็พบว่าลูกนอนเสียชีวิตในรถแล้ว

เบื้องต้นคาดว่าเด็กอาจจะนอนหลับและในช่วงที่ทุกคนกำลังลงจากรถก็ยังหลับอยู่ โดยที่คนขับไม่ได้ตรวจสอบว่ามีใครอยู่ในรถหรือไม่ พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป