shadow

หนุ่มกลับจากทำงานซิ่งบิ๊กไบก์หลุดโค้ง ชนขอบสะพานร่วงกระแทกพื้น รถชนลากร่างซ้ำดับอนาถ

หนุ่มกลับจากทำงานซิ่งบิ๊กไบก์หลุดโค้ง ชนขอบสะพานร่วงกระแทกพื้น รถชนลากร่างซ้ำดับอนาถ

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ร.ต.อ.อุทัย ศรีแนน รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนขอบราวสะพาน ทำให้ตกลงมาเสียชีวิตด้านล่าง บริเวณใต้สะพานข้ามแยกบางนา ถนนเทพรัตน ฝั่งขาเข้า กม.1 แขวงและเขตบางนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจจราจร สน.บางนา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุอยู่ใต้สะพานในช่องทางด่วน ฝั่งขาเข้า พบศพนายพงศ์พิพัฒน์ วรานุสาสน์ อายุ 28 ปี พนักงานโรงงานน้ำสลัด และชีสดิปแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 164 ซอยอ่อนนุช 17 แยก 7 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย แขน ขา หักผิดรูป ใกล้กันพบเศษฟัน และกองเลือดจำนวนมาก ที่ไหลเปื้อนตามพื้นกว่า 20 เมตร และพบเศษกระจกหน้ากากหมวกกันน็อกตกอยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบด้านบนตัวสะพาน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบี 500 เอ็กซ์ บิ๊กไบก์ แบบทัวร์ริ่ง ขนาด 500 ซีซี สีดำ-เทา หมายเลขทะเบียน 8 กฮ 8042 กรุงเทพมหานคร สภาพถลอกบริเวณกันชนด้านข้างตัวรถ (แคชบาร์) จอดพิงขอบสะพานอยู่ช่วงโค้งตัวเอสกลางสะพาน โดยพบร่องรอยการชนและไถลไปตามขอบราวสะพานเป็นทางยาวถึง 15 เมตร เจ้าหน้าที่จึงปิดช่องทางเดินรถเกรงจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งชันสูตรที่ ร.พ.จุฬาลงกรณ์

ร.ต.อ.สมพร นนท์จันทร์ รอง สว.จร.สน.บางนา กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง เพื่อจะข้ามทางแยก แต่สะพานแห่งนี้เป็นโค้งรูปตัวเอส ประกอบกับไม่ชินเส้นทาง จึงเกิดเสียหลักพุ่งชนกับราวสะพาน ก่อนที่รถจะสะบัดไถลไปจอดยังจุดดังกล่าว ส่วนร่างผู้ตายกระเด็นตกลงมาด้านล่าง จากนั้นมีรถมาเฉี่ยวชนและทับร่างผู้ตายลากไปถึง 20 เมตร

หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวน ต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตลอดจนรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะส่งมอบผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

จุดไฟเผาขยะหลังบ้าน คิดว่ามอดแล้ว กลับลามไหม้วอดทั้งหลัง รถกระบะอีกคัน

จุดไฟเผาขยะหลังบ้าน คิดว่ามอดแล้ว กลับลามไหม้วอดทั้งหลัง รถกระบะอีกคัน

เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 9 ก.พ.  ร.ต.ท.ทศพล พาหิระ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปรีชา จูเจริญ สวป.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา และรถน้ำเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จำนวน 4 คัน เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เลขที่ 34/6 หมู่ 2 ต.บางขวัญ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ภายในซอยวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม(วัดปากแยก) ซึ่งอยู่ห่าง จากโรงงานผลิตน้ำสลัด และชีสดิป รายใหญ่แห่งหนึ่ง ไม่ไกลนัก

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าไฟกำลังลุกลามไหม้บ้านไม้ชั้นเดียว โดยมีชาวบ้านที่พักอาศัยใกล้เคียงพยายามหาน้ำมาช่วยกันดับไฟ แต่ไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้รถน้ำจำนวน 4 คัน เร่งฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามไปบ้านหลังอื่นที่อยู่ใกล้กัน โดยขณะเกิดเหตุเจ้าของบ้านไปทำธุระ ยังไม่กลับเข้ามาบ้าน เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พบว่าตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด และพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บร 6931 ฉะเชิงเทรา ที่จอดไว้ข้างบ้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งคัน

ต่อมานายเกษม ยศโชติ อายุ 47 ปี เจ้าของบ้าน เดินทางกลับมาถึง และเข้าไปตรวจสอบภายในห้องนอนของตนเอง พบพระพุทธรูปและพระเครื่องจำนวนมากถูกไฟเผาไหม้เกือบหมด สอบสวนนายเกษมให้การว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น. ตนจุดไฟเผาขยะบริเวณหลังบ้าน เมื่อเห็นว่าไฟที่จุดเผาขยะเอาไว้ได้มอดดับไปหมดแล้ว จึงออกไปทำธุระนอกบ้าน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านขึ้นมาได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาทำการตรวจสอบในวันที่ 10 ก.พ. เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง