shadow

หนุ่มวัย 15 ควบจยย.ไปรับญาติ พุ่งเสยรถบรรทุก 6 ล้อ ตัวห้อยดับคาท้ายรถ

วันที่ 28 ธ.ค. ร.ต.อ.อาวรณ์ เขียวไปรเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สามกระทาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถจยย.ชนท้ายรถบรรทุกหกล้อขนส่งกล่องใส่เมล่อน หรือ กล่องเมล่อน บนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 266+350 บ้านป่าถล่ม หมู่ 6 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงจุดกุยบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 70-2001 ปราจีนบุรี จอดอยู่ไหล่ทาง โดยมีนายภาณุ กุญชร อายุ 38 ปี เป็นคนขับ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ข้างรถ ที่ด้านท้ายรถ พบรถจยย.ฮอนด้าเวฟ 110 สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนอัดติดอยู่กับท้ายรถด้านขวา โดยมีศพ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ติดคาซากอยู่บนรถจยย.ที่มุดใต้ท้องรถบรรทุก ขณะเดียวกันได้มียายของผู้เสียชีวิตมาดูหลานด้วยความเศร้าโศก โดยบอกว่าหลาน มีบ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร และกำลังจะไปรับญาติกลับจากโรงเรียนใน ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต

ด้าน นายภาณุ กล่าวว่า ตนขับรถบรรทุกขุยมะพร้าวจะนำไปส่งที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่าที่ริมถนนฝั่งล่องใต้ มีรถบรรทุกของคนรู้จักกันจอดเสียอยู่จึงได้จอดรถลงไหล่ทางเพื่อจะลงไปดู แต่จู่ๆ ผู้ตายก็ได้ขี่รถจยย.พุ่งชนท้ายรถตนอย่างแรงจนเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เคลียร์รักไม่ลงตัว หนุ่มคว้าปืนจ่อยิงหัวแฟนสาว กระสุนด้าน ก่อนขับรถหนีไปยิงตัวตาย

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.ท.พิสิษฐ์ ชูขจร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีคนยิงตัวตาย อยู่ภายในรถยนต์ ซอยสุขประเสริฐ หมู่ 2 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ก่อนถึงหน้าโรงงานผลิต กล่องใส่เมล่อน หรือ กล่องเมล่อน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลทุ่งตะโก

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลทุ่งตะโก

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลทุ่งตะโก

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ฝั่งขาขึ้นประมาณ 200 เมตร พบรถกระบะอีซูซุ สีเทา ทะเบียน กข 6040 ชุมพร จอดติดเครื่องรถอยู่ริมทางหันหน้าออกทางถนนสายเอเชีย 41 จากตรวจสอบภายในรถพบศพ นายเทิดพันธ์ วันทา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/3 หมู่ 5 ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร สภาพนั่งพิงเบาะฝั่งคนขับ กระโหลกศรีษะเปิด เลือดไหลนองติดลำตัวและแขนซ้าย บนตักพบปืนลูกซองสั้นในลำกล้องมีปลอกกระสุนคาอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่าในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันเดียวกัน นายเทิดพันธ์ ได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวไปหาแฟนสาวที่บ้านพักซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เพื่อเคลียร์ปัญหารักที่ไม่ลงตัว หลังจากระแคะระคายว่าแฟนสาว ซึ่งเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวยมีหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่เข้ามาติดพันหลายคน จึงทำให้นายเทิดพันธ์แฟนหนุ่มที่คบกันมานาน เกิดความหึงหวงและระยะหลังเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ทำให้นายเทิดพันธ์ คิดว่าแฟนสาวจะปันใจให้ชายอื่น

วันเกิดเหตุจึงพกปืนลูกซองสั้นติดตัวไปหาแฟนสาวที่บ้าน จนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอีก ทำให้นายเทิดพันธ์ โมโหชักปืนออกมาจ่อยิงไปที่ศีรษะของแฟนสาว แต่กระสุนด้าน แฟนสาววิ่งหลบหนีจึงรอดมาได้ จังหวะนั้นทำให้นายเทิดพันธ์ กลัวความผิดรีบขับรถเร่งเครื่องออกมา ระหว่างทางอาจจะถูกโทรศัพท์ตามมาข่มขู่ว่าได้โทรแจ้งตำรวจให้มาจับแล้ว ยิ่งทำเกิดอาการเครียดจึงจอดรถข้างทางหันปลายกระบอกปืนจ่อศีรษะตัวเองดับคารถดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนส่งศพไปชันสูตร และมอบให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

จับหนุ่มแสบใช้ บัตรเครดิตปลอม รูดปรื๊ด ช็อปกระจาย ทั้งน้ำหอม เสื้อผ้า นาฬิกาหรู

 

 

 

 

 

 

 

 

จับหนุ่มแสบใช้ บัตรเครดิตปลอม รูดปรื๊ด ช็อปกระจาย ทั้งน้ำหอม เสื้อผ้า นาฬิกาหรู ผลงาน กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. หลังรับประสานจากธนาคารเจ้าของบัตร สอบสวนรับสิ้น แฟนหนุ่มเอามาให้ใช้ เลยเอามารูดซื้อของที่ชอบ

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 18 ต.ค. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.นพดล เจริญทรัพย์ พ.ต.ท.สรรเพชร สุวรรณไตร รองผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ ช่วยราชการ ตำแหน่ง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ

พร้อมกำลังชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ร่วมกันจับกุมตัวนายมีนา กวีสุทธิ์ หรือเบียร์ อายุ 26 ปี ที่บริเวณ โรงแรมเบดที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อนหรือกล่องเมล่อนราคาปลีก-ส่ง ซอยเพชรเกษม 26/1 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม.

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) รับการประสานจากธนาคารพานิชย์แห่งหนึ่ง ว่าได้รับความเสียหายจากการถูกคนร้ายนำบัตรเครดิตของลูกค้าไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความเดือนร้อนของประชาชนโดยทั่วไป จึงได้ติดตามสืบสวนพฤติการณ์ของคนร้าย เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรม พบว่าคนร้ายนำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการกว่า 200 รายการ ระยะเวลาเกือบสองเดือน รวมมูลค่าความเสียหาย เป็นเงิน 682,837.98 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้สืบสวนติดตามร่องรอย ตามร้านค้าที่คนร้ายนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปใช้

จนทราบว่าคือนายมีนา จึงได้ให้ทางเจ้าของบัตรที่แท้จริง และธนาคารผู้ออกบัตรเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ซึ่งเป็นหนึ่งในท้องที่ที่นายมีนา ได้นำบัตรเครดิตไปซื้อสินค้า ต่อมาศาลอาญาธนบุรี อนุมัติออกหมายจับนายมีนา ตามหมายจับศาลธนบุรีที่ 704/2561 ลง 16 ต.ค.2561

ในข้อหา “ลักทรัพย์ และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ที่ผู้ออกบัตรได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”

เมื่อจับกุมตัวนายมีนา และตรวจค้นที่ห้องพัก พบของกลางที่นำบัตรไปใช้ซื้อจำนวนมาก เช่น นาฬิกาข้อมือ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และน้ำหอมแบรนด์ดัง ตั๋วจำนำสร้อยคอทองคำ และพบยาบ้า 2 เม็ด และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวรับว่ามีไว้เพื่อเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

สอบสวนนายมีนา ให้การรับสารภาพว่า ได้บัตรเครดิตดังกล่าวมาจากแฟนหนุ่มที่คบหากันได้ไม่นาน โดยไม่ทราบและไม่ได้สนใจว่าเจ้าของบัตรเครดิตที่แท้จริงคือใคร เมื่อเห็นว่าสามารถทำการรูดบัตรซื้อสินค้าราคาแพงได้เป็นจำนวนมาก โดยหากทางร้านค้าสอบถามเรื่องบัตร ก็จะอ้างว่าเป็นบัตรของแฟนตนเองอนุญาตให้นำมาใช้

จึงนำไปรูดซื้อสินค้าที่ตนเองชอบมาเก็บสะสมไว้ และสินค้าบางส่วนก็ได้นำไปขายต่อหรือจำนำไว้ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายซื้อยาเสพติดมาเสพด้วยอีกส่วนหนึ่ง เนื่องจากตอนนี้ไม่ได้ประกอบอาชีพใด จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด

หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ส่งดำเนินคดีที่ สน.บุปผาราม ต่อไป

กลับจากงานเลี้ยง! หนุ่มสถาบันดัง ขี่จยย.เสียหลักพุ่งชนขอบสะพานข้ามดับสลด

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝนตกถนนลื่น หนุ่มสถาบันดัง ปี 3 ขี่ จยย.พลิกคว่ำ เสียชีวิตคาสะพานข้ามแยกเมืองทอง หลังเดินทางกลับจากสังสรรค์กลับเพื่อน พบรอยขูดบนสะพานเป็นทางยาวและคราบเลือดติดอยู่กับเสาไฟฟ้า ตำรวจเร่งตรวจวงจรปิดหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ร.ต.ท.วิวัฒน์ พาวงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ บนสะพานข้ามแยกเมืองทอง ถ.แจ้งวัฒนะ ขาออก ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพ นายฐณัฏฐ์กร จิรชัยวชิรา อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 3 ของสถาบันปัญญาภิวัฒน์และยังเป็นลูกชายเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน กล่องเมล่อนราคาปลีก-ส่งรายใหญ่ สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างกัน 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ๊กซ์ สีดำ ทะเบียน 5กพ4073 กทม. ล้มคว่ำอยู่ จากการตรวจสอบพบร่องรอยขูดเป็นทางยาวบนขอบปูนราวสะพานรวมถึงรอยคราบเลือดที่ติดอยู่กับเสาไฟฟ้าอีกด้วย

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ไว้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตหลังจากไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน และกำลังขับรถจักรยานยนต์กลับห้องพักที่อยู่ใกล้กับห้างเซนทรัล แจ้งวัฒนะ น่าจะขับขี่มาด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ เนื่องจากขณะเกิดเหตุที่พื้นถนนนั้น ยังมีน้ำเจิ่งนองหลังฝนหยุดตก จึงเป็นสาเหตุให้ถนนลื่นและเกิดเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนสะพานอีกครั้งว่าเป็นการล้มคว่ำเองจริงหรือไม่หรือมีรถเฉี่ยวชนก่อน ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตรต่อไป

เมียโดด2ชั้นหนีตาย! ‘ดต.’ฉุนโหด กราดยิงทั่วบ้าน แม่ยายเจ็บ ก่อนระเบิดสมองฆ่าตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

ดต.ทะเลาะกับเมียอย่างรุนแรง ก่อน กราดยิง ภายในบ้าน กระสุนถูกแม่ยายเจ็บสาหัส เมียกระโดดชั้น2 หนีตาย ก่อนปิดประตูห้องระเบิดหัวฆ่าตัว ตำรวจเร่งเข้าช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ แก้วกิ้ม สว.สอบสวน สภ.ขุนทะเล เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 82/20 ม.9 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.นิวัติ สุวรรณสิงค์ ผกก.สภ.ขุนทะเล เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 8 สุราษฎร์ธานี และมูลนิธิกุศลศรัทธา

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์2 คูหา 2 ชั้น ที่อยู่เเถวร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับสกรีนกล่องเมล่อนราคาถูก โดยชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ ส่วนด้านบนเป็นที่อยู่อาศัย ขณะเจ้าหน้าที่เข้าถึงที่เกิดเหตุยังคงได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะๆ และทราบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย แต่กู้ภัยไม่สามารถเข้าไปนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลได้ เนื่องจากยังได้ยินเสียงปืนอยู่

ต่อมาเมื่อเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านพบนางราตรี ล้อมลิ้ม อายุ 70 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่สะโพก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ และบริเวณห้องนอนชั้น 2 พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ต.ฐานันต์ มีสาย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/20 ม.9 ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (จร.) ทำหน้าที่สายตรวจ สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี

สภาพนอนเลือดท่วมหน้าอยู่บนที่นอน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับด้านขวา ภายในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนพกสั้น ชนิด 9 มม. ของทางราชการ 1 กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุนภายในปืน 1 อัน ซองบรรจุกระสุน อีก 2 อัน ปลอกกระสุน 16 ปลอก และหัวกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง จึงเร่งนำส่งโรงพยาบาลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อ เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

จากการสอบสวนทราบว่า ด.ต.ฐานันต์ได้มีปากเสียงกับนางวนิดา มีสาย อายุ 40 ปี อาชีพค้าขาย ซึ่งเป็นภรรยา จนนางวนิดาได้หนีเข้าไปอยู่ภายในห้องนอนของลูกสาววัย 10 ขวบ ด.ต.ฐานันท์จึงใช้อาวุธปืนพกสั้น ชนิด 9 มม.กระหน่ำยิงใส่ที่ลูกบิดประตู จนสามารถพังประตูเข้าไปได้ แต่ไม่พบนางวนิดาแล้ว เนื่องจากได้ตัดสินใจกระโดดจากหน้าต่างชั้น 2 ตกลงมาจนบาดเจ็บ

สอบสวนทราบอีกว่า จากนั้น ด.ต.ฐานันต์คิดว่านางวนิดาอยู่ในห้องของนางราตรี ซึ่งเป็นแม่ยาย จึงได้ยิงใส่จนกระสุนถูกนางราตรีบาดเจ็บ ก่อนที่ด.ต.ฐานันท์ได้ใช้ปืนดังกล่าวยิงภายในบ้านอีกหลายนัด และเก็บตัวอยู่ในห้องนอนของตัวเอง และตัดสินใจใช้ปืนดังกล่าวจ่อยิงขมับตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย