shadow

เขยฝรั่ง ตั้งวงซดเบียร์ในบาร์ ชาวบ้านผวา หวั่นแพร่เชื้อ พบรายล่าสุดติดโควิด เป็นเขยฝรั่ง

วันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายปิยะ ปิจนำ นายอำเภอบ้านดุง มอบหมายให้ พ.อ.อ.ยศกร เพชรล้ำ ปลัดอำเภอ นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ออกตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน ว่ามีการตั้งวงดื่มกินภายในบาร์แห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองบ้านดุง โดยปิดไฟหน้าร้าน แต่ภายในร้านยังมีลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขยฝรั่งที่มาอยู่กับภรรยาใน อ.บ้านดุง

จากการตรวจสอบ พบชายชาวต่างชาติ อายุประมาณ 55-70 ปี จำนวน 5 คน ทั้งหมดมีภรรยาคนไทยใน อ.บ้านดุง หรือเขยฝรั่งไทอุดร พากันนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสนุกสนาน บริเวณหน้าร้านแต่ไม่มีการเปิดไฟและเปิดเพลง เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจบัตรประจำตัว หนังสือเดินทาง โดยปลัดอำเภอบ้านดุง ต้องอธิบายอยู่นานถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส

ตอนแรกตกลงกันไม่ได้ สุดท้ายต้องอธิบายว่าตอนนี้ใน อ.บ้านดุง มีคนติดเชื้อแล้ว ทำให้เขยฝรั่งเข้าใจและสามารถพูดคุยและตกลงกันได้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ แยกย้ายกลับที่พัก และกำชับให้ดำเนินมาตรการ ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี กำหนด

ทั้งนี้รายงานแจ้งว่าผู้ติดเชื้อในจ.อุดรธานีรายล่าสุดรายที่7 เป็นเขยฝรั่งและอาศัยอยู่ใน อ.บ้านดุง จนชาวบ้านพากันผวาอย่างหนักเพราะกลัวมีการแพร่เชื้อระบาดในพื้นที่

สำหรับสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จนถึงวันนี้ มีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมแล้วทั้งหมด 7 ราย มีการเฝ้าระวังบุคคลจากพื้นที่เสี่ยง 5,871 คน ครบระยะ 14 วัน 1,964 คน คงเหลือ 3,907 คน


จับหนุ่ม ลวงเด็กหญิง13 รู้จักผ่านเฟซ ออกมาหาหน้าบ้าน ก่อนฉุดขึ้นรถขืนใจยับ

วันที่ 8 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายสัมพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปีอาชีพพนักงานร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษลูกฟูก ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่70/2563 ลงวันที่ 27 ก.พ.2563

ข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน” โดยจับกุมได้ที่สถานีรถไฟชุมพร

สืบเนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ได้ไปขอรู้จักกับ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ผู้เสียหาย ผ่านทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากผู้เสียหายนั้นเป็นเด็กสาวหน้าตาดี นายสัมพันธ์จึงพยายามพูดคุยตีสนิท จนผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ

กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2562 นายสัมพันธ์ออกอุบายว่าจะขับรถเก๋งไปหาผู้เสียหายที่หน้าบ้านในพื้นที่อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อไปถึงนายสัมพันธ์ได้โทรศัพท์หลอกให้ผู้เสียหายออกมาหาที่รถ เมื่อผู้เสียหายเดินมาถึง นายสัมพันธ์ก็ทำทีเปิดกระจกรถพูดคุยจนผู้เสียหายตายใจ นายสัมพันธ์ก็เลยฉวยเปิดประตูรถยนต์ แล้วดึงตัวผู้เสียหายเข้าไปในรถ ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะปล่อยตัวก็พูดจาข่มขู่ผู้เสียหายว่า ห้ามบอกใครเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะย้อนกลับมาทำร้าย

ต่อมาผู้ปกครองของผู้เสียหายพบว่า ลูกสาวมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ จึงสอบถามจนทราบความจริง ก่อนรีบเข้าแจ้งความตำรวจ ก่อนที่จะตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งสภ.บางแม่นาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




กระบะ แหกโค้ง รถหมุนคว้าง ฟาดตึกแถวร้านค้าริมถนน สักพัก จยย.ตามมาแหกโค้งซ้ำที่เดิม

วันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.16 น. ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้น ตรงทางโค้งเลยแยกชุกโดน เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยอุบัติเหตุดังกล่าว มีรถกระบะสีขาว ขับมาจาก ต.ท่าล้อ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีด้วยความเร็วสูง โดยเมื่อรถกระบะคันดังกล่าว ขับผ่านสี่แยกไฟแดงชุกโดน รถเกิดเสียหลักหลุดโค้ง รถหมุนคว้าง ก่อนพุ่งเข้าหาตึกแถวซึ่งเปิดเป็นร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์

โดยรถได้พุ่งผ่านกระถางต้นไม้หน้าร้านจำหน่ายเครื่องตัดไฟไปอย่างฉิวเฉียด เฉี่ยวเก้าอี้หินอ่อน ที่อยู่ใกล้กันจนพังเสียหาย รถกระบะคันดังกล่าว พุ่งเข้าไปชนร้านขายอาหารสัตว์ ที่อยู่ติดกับร้านจำหน่ายเครื่องตัดไฟเข้าอย่างจัง จนประตูเหล็กหน้าร้านและท่อประปา พังเสียหาย ขณะที่ชายคนขับรถยนต์กระบะ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อม มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รุดเข้าตรวจสอบ และสอบปากคำชายคนขับรถกระบะ โดยชายคนดังกล่าวยังคงอยู่ในอาการตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า คนขับขับรถมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง จึงเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น กู้ภัยเข้าช่วยเหลือคนขับ พร้อมประสานรถยกเข้าเคลื่อนย้ายรถกระบะ ออกจากที่เกิดเหตุ

โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ กำลังใช้รถยก เคลื่อนย้ายรถกระบะคันที่ประสบอุบัติเหตุออกจากหน้าร้านนั้น จู่ๆก็มีชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ขี่จยย. ผ่านสี่แยกไฟแดงชุกโดน มาตามปกติ แต่จู่ๆรถก็เกิดเสียหลักพุ่งขึ้นฟุตปาธ ชนเข้ากับกระถางต้นไม้หน้าร้านจำหน่ายเครื่องตัดไฟ จยย.ล้มลง ชายวัยรุ่นคนขี่ ร่างตกกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ห่างจากอุบัติเหตุครั้งแรกเพียงไม่ถึงชั่วโมง

ทั้งนี้พบว่า มีกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Juree Aimpan ได้นำคลิปวงจรปิดดังกล่าวาเผยแพร่ ซึ่งที่ผ่านมา พบว่าบริเวณจุดนี้ มักมี อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันบ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการขับรถเร็วจนทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งและพุ่งเข้าชนร้านค้าที่อยู่ข้างทางจนได้รับความเสียหาย เป็นประจำ

เดินมายิงดื้อๆ 9 มม.รัวไม่ยั้ง ดับ 2 อส. คาร้านจิ้มจุ่ม ก่อนเผ่นหนีไปลิบ

เดินมายิงดื้อๆ 9 มม.รัวไม่ยั้ง ดับ 2 อส. คาร้านจิ้มจุ่ม ก่อนเผ่นหนีไปลิบ รภป.บาดเจ็บอีก 1 ราย คาดมีเรื่องกับคู่อริ ถูกตามมายิง ตำรวจพอทราบเบาะแสคนร้ายแล้ว

ดับ 2 อส. / เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่13 ก.พ. ร.ต.ท.ธนัทสักก์ ชนเกียรตินนท์ รอง สว. สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุยิงที่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ ตั้งอยู่ภายในซอยตัณรัตนากร3 ม.7 บ้านด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบมีผู้ถูกยิงนอนเสียชีวิตอยู่ที่โต๊ะหน้าร้าน 1 คน คือ นายวิวัฒน์ ทองสาย อายุ 30 ปี เป็น อส. อ.สะเดา ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่ขมับซ้าย1 นัด มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คนคือ คือ นายสมศักดิ์ พรายเสน อายุ 30 ปี อส.อ.สะเดา และนาย จุติกร หนูทอง อายุ 30 ปี ซึ่งเป็น รภป.ถูกกระสุนยิงเข้าที่ลำตัว แต่นายสมศักดิ์ อส.อำเภอสะเดาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต

จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุของตำรวจเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 พบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุ 6 ปลอก และหัวกระสุน2 หัว

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเดินไปที่ร้านนวดร้าน ซึ่งอยู่ติดกับร้านจิ้มจุ่มสายดึก เพื่อที่จะไปนวดและชวนสาวนวดในร้านมานั่งกินจิ้มจุ่ม แต่พนักงานบอกว่า ร้านปิดแล้ว จึงพากันเดินออกมาจากร้านแล้วมาที่ร้านจิ้มจุ่ม จังหวะนั้นมีคนร้ายซึ่งเป็นชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหา และชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงถล่มยิงเข้าใส่ทั้ง 3 คน แบบไม่ยั้ง จนกระเด็นจากโต๊ะเสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายวิ่งหลบหนีไป

จากการสอบสวนพยายานแวดล้อม ตำรวจพอทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้วว่าเป็นใคร ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่า มาจากปัญหาส่วนตัวหรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่มีเรื่องกับคนร้ายและถูกตามมายิง





วงจรปิดเผยนาที คนร้ายขโมยจยย. วอนช่วยตามล่าตัว หลังตระเวนก่อเหตุไปทั่ว

คนร้ายขโมยจยย. – วันที่ 3 พ.ค. นายสมเกียรติ ทองขำ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/4 ม.5 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เจ้าของร้านขายเครื่องเสียงชัยออดิโอคาร์ และร้านจำหน่ายกล่องลูกฟูก และกล่องกระดาษราคาถูก เปิดเผยคลิปวงจรปิดขณะที่คนร้ายเป็นชายและหญิง 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาที่หน้าร้านในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นคนร้ายที่เป็นชาย สวมใส่เสื้อแขนยาว สวมกางเกงขายาวสีดำ และสวมหมวก เดินไปที่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีฟ้า ทะเบียน 1 กข 5515 กระบี่ ที่จอดไว้โดยได้เสียบกุญแจไว้ด้วย จากนั้นคนร้ายก็รีบขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

นายสมเกียรติ เล่าว่า เหตุดังกล่าวเป็นช่วงที่เพิ่งเปิดร้านเมื่อวันที่ 1 พ.ค. โดยตนได้ออกไปนอกบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้าน มีภรรยาอยู่ที่ร้าน จากนั้นภรรยาได้เข้าไปในบ้านเพียงแค่ 10 นาที ออกมาพบว่ารถหายไปแล้ว ซึ่งรถที่จอดไว้นั้น เตรียมไว้ส่งของให้ลูกค้า เมื่อมีใครมาซื้อของ หรือต้องการจะใช้รถก็สามารถขับได้ จึงได้เสียบกุญแจไว้ตลอด แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีคนร้ายมาขโมยไป ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปลายพระยาไว้แล้ว

นายสมเกียรติ เผยต่อไปว่า หลังเกิดเหตุนั้น ตนได้นำคลิปวงจรปิดลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส ซึ่งปรากฏว่า ได้มีเพื่อนในเฟซบุ๊ก ส่งภาพของชายและหญิงคู่ดังกล่าว ที่ได้ไปก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์อีกคัน ที่บ้านนาสาร จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กับอำเภอปลายพระยามาให้ดู ก็พบว่าเป็นคู่เดียวกัน จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่เร่งช่วยติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี และติดตามรถกลับมาให้ด้วย

ล่าผัวหนีหมายจับ! สงสัยฆ่าเมียสาวผงะแผลพุพองทั้งตัว โดนเครื่องชอร์ตไฟฟ้าจี้

ล่าผัวหนีหมายจับ! สงสัยฆ่าเมียสาวผงะแผลพุพองทั้งตัว โดนเครื่องชอร์ตไฟฟ้าจี้

วันที่ 2 เม.ย. ร.ต.อ.วรุตม์ พรมลาย รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวเสียชีวิตคาดถูกฆาตกรรม อยู่ภายในบ้านเลขที่ 109/79 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สิรภพ อนุสิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.อ.ศุภชัย ไตรสมบูรณ์ ผกก.วท.พฐ. พ.ต.ท.พฤฒ จำรูญศาสตร์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.สส. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายในห้องโถงชั้นล่างพบศพ น.ส.พัชรา ธงสวัสดิ์ อายุ 40 ปี สภาพนอนหงาย สวมชุดเดรสสีดำ มีบาดแผลพุพองตามร่างกายหลายแห่ง เเพทย์ระบุเสียชีวิตมาเเล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง

เพื่อนบ้าน ระบุว่า ออกมายืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านผู้เสียชีวิต สังเกตุเห็นประตูภายในบ้านเปิดอยู่จึงได้ตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อมองเข้าไปในบ้านก็เห็นคนนอนอยู่ตรงประตูทางเข้า เมื่อตัดสินใจเข้าไปดูก็ต้องช็อก เมื่อพบว่าน.ส.พัชรา นอนเสียชีวิตไปแล้ว ตามลำตัวยังมีบาดแผลหลายแห่ง จึงรีบแจ้งตำรวจ


ต่อมา น.ส.สุวิมล ธงสวัสดิ์ อายุ 37 ปี น้องสาวผู้ตาย ทำงานอยู่โรงงานผลิตและจำหน่ายกล่องกระดาษและกล่องลูกฟูก เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมให้การว่า บ้านหลังนี้พี่สาวอยู่กับสามีชื่อนายมงคล อายุ 37 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ต่อมาพี่สาวได้แยกกันอยู่กับนายมงคล เวลาที่นายมงคลกลับมาบ้านก็มักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ล่าสุดวันที่ 31 มี.ค.นายมงคลไปรับพี่สาวที่บ้านแม่บริเวณวัดนาคปรก ย่านภาษีเจริญ กลับมาบ้านหลังนี้ จากนั้นก็ติดต่อพี่สาวไม่ได้อีกเลย

“จนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 23.00 น. รู้ว่าพ่อของนายมงคล พร้อมด้วยหลานอีก 2 คนมาที่บ้าน จึงได้โทรถามว่าพี่สาวเป็นยังไงบ้าง พ่อนายมงคล บอกแค่ว่า เห็นพี่สาวนอนอยู่หน้าบ้าน จึงไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมเพราะคิดว่าพี่สาวไม่ได้เป็นอะไร จนกระทั่งเพื่อนบ้านมาเจอนอนเสียชีวิตจึงรีบเดินทางมาที่บ้าน”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจจะเสียชีวิตจากการถูกเครื่องชอร์ตไฟฟ้าจี้ตามร่างกาย ซึ่งจะได้นำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเร่งติดตามตัวนายมงคล ซึ่งมีหมายจับคดีพยายามฆ่าอยู่ด้วยและอยู่ระหว่างหลบหนี รวมทั้งพ่อนายมงคลด้วย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป