shadow

เสี่ยระยอง ใจป้ำ! ควัก10ล้านซื้อ กล้วยด่างอินโด เผย จุดเด่นที่หายาก

เสี่ยระยอง ใจป้ำ! ควัก10ล้านซื้อ กล้วยด่างอินโด เผย จุดเด่นที่หายาก

ฮือฮา เสี่ยระยอง ใจป้ำ ควักเงิน 10 ล้านบาท ซื้อ กล้วยด่างอินโด เผย หายาก มี 3 ลายในต้นเดียว เตรียมขยายพันธุ์ขายต่อ ระบุ มีคนจองแล้วด้วย

วันที่ 23 ก.ย.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่า มีการซื้อขายต้น กล้วยด่าง ราคาสูงถึง 10 ล้านบาท โดยผู้ซื้ออยู่ในพื้นที่เขายายดา หน้าโรงงานถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นพื้นที่สวนสวย อยู่ติดกับเขายายดา มีบึงน้ำขนาดใหญ่ ภายในสวนมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามกับพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ ต่อมาได้พบกับ นายนิรินาทย์ เธียรวรโชค อายุ 50 ปี เจ้าของสวน เมื่อสอบถามเกี่ยวกับต้นกล้วยด่างราคา 10 ล้านบาท ก็ได้รับคำตอบว่า เป็นผู้ซื้อเอง

นายนิรินาทย์ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ติดต่อขอซื้อต้นกล้วยแดงอินโดจาก นายสุธาร สิทธิธัญญากร อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของต้นกล้วยแดงอินโดราคา 10 ล้านบาท ซึ่งได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ โดยนำต้นกล้วยต้นดังกล่าวมาส่งให้ถึงที่ ซึ่งสูงประมาณ 150 เซนติเมตร พบว่ามีแตกหน่ออีก 3 ต้น สวยงาม มีใบทั้งหมด 7 ใบ แต่ละใบมีความแตกต่างของลายด่างไม่ซ้ำกัน จึงมีความสวยงามอย่างมาก

เสี่ยระยอง ใจป้ำ ควักเงิน 10 ล้านบาท ซื้อ กล้วยด่างอินโด เผย หายาก มี 3 ลายในต้นเดียว

นายนิรินาทย์ กล่าวว่า เดิมทีเป็นพ่อค้าจิวเวลรี่ ทำธุรค้าพลอยอยู่ที่ จ.จันทบุรี ช่วงโควิด 19 ระบาด ธุรกิจค้าเครื่องประดับเพชรพลอยทำได้ยาก และซบเซามาก ก็ลองหาความรู้เรื่องทั่วไป พอดีไปเจอเรื่องกล้วยด่างเห็นว่ามีราคาดี จึงศึกษาอย่างจริงจัง โดยเริ่มทดลองซื้อ และขายต่อก่อน เริ่มจากซื้อหน่อราคา 8 บาท แต่พอมารดน้ำดูแลรักษา โตมาหน่อยขายได้ในราคา 1 แสน 8 หมื่นบาท จึงหันมาทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง

“ซึ่งล่าสุดได้เจอกับกล้วยด่างต้นนี้ เป็นพันธุ์แดงอินโด ซื่อว่าเดอะลอร์ด คือใบจะด่าง มีถึง 3 ลายในต้นเดียว ประกอบด้วย ลายตุ๊กแก ลายวาร์กิล และ ลายแกแลคซี่ ก็เลยตกลงซื้อในราคา 10 ล้านบาท วางมัดจำไปแล้ว 4 ล้าน 5 แสนบาท และวันนี้พ่อค้านำต้นกล้วยด่างมาส่ง ก็จ่ายเงินสด ๆ อีก 5 ล้าน 5 แสนบาท” นายนิรินาทย์ กล่าว

นายนิรินาทย์ กล่าวอีกว่า กล้วยด่างต้นนี้จะทำกำไรได้อีก เพราะว่าตอนนี้มีหน่อแล้ว 3 หน่อ มีคนจองแล้วหน่อละ 2 ล้านบาท และต้นกล้วยแต่ละต้น ก็จะมีหน่อไม่ต่ำกว่า 10 หน่อ เชื่อว่าจะทำกำไรได้ต่อไปอีก พร้อมเตรียมเปิดให้คนเข้าชมภายในสวนต่อไปในอยาคต

ด้าน นายสุธาร ซึ่งเป็นพ่อค้าจากกรุงเทพฯ กล่าวว่า มีสวนกล้วยแดงอินโดอยู่ที่กรุงเทพฯ ขายต้นพันธุ์ทางเฟซบุ๊กชื่อว่า ยัวร์อเวนเจอร์ ทั้งนี้ ปกติจะมีคนซื้อเพียงต้นเล็ก ๆ 2-3 ล้าน จะมีคนซื้อ แต่ยังไม่มีใครใจถึงเท่านายนิรินาทย์ ที่ควักเงิน 10 ล้านซื้อต้นกล้วยแดงอินโด นับว่าใจถึงมาก

โคราช น้ำมูลเอ่อท่วม ไทรงามยักษ์ 200 ปี จุดเช็คอินขึ้นชื่อ

โคราช น้ำมูลเอ่อท่วม ไทรงามยักษ์ 200 ปี จุดเช็คอินขึ้นชื่อ

สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา พบปริมาณน้ำมูลสูงขึ้น เอ่อท่วมไทรงามยักษ์ อายุ 200 ปี จุดเช็คอินขึ้นชื่อโคราช หลังมวลน้ำไหลมาจากอำเภอปักธงชัย คาดปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก

สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา พบปริมาณน้ำมูลสูงขึ้น เอ่อท่วมไทรงามยักษ์ อายุ 200 ปี จุดเช็คอินขึ้นชื่อโคราช และโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทป หลังมวลน้ำไหลมาจากอำเภอปักธงชัย คาดปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก

สำหรับ ไทรงามแห่งนี้ ชาวบ้านและผู้นำชุมชน ได้ช่วยกันสร้างสะพานไม้ไผ่ ใช้เป็นทางเดินให้ชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปเที่ยวชมได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเป็นจุดชมวิวบริเวณด้านในของต้นไทรงาม ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปชมความสวยงามของต้นไทรงามที่มีขนาดใหญ่ อายุกว่า 200 ปี แผ่กิ่งก้านสาขา ปกคลุมพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน กว่า 2 ไร่ จากพื้นที่สาธารณะทั้งหมด 8 ไร่

แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามกันเป็นจำนวนมาก และยังสามารถเดินชมหิ่งห้อยที่บินมาเกาะต้นไทรงามในช่วงกลางคืนได้ด้วย ทำให้บรรยากาศเหมือนย้อนยุคไปในสมัยโบราณ

นายสุพจน์ ด้วงช้าง อายุ 58 ปี ชาวบ้านใหม่ บอกว่า ปีนี้น้ำมาเร็วมาก ทำให้ปริมาณในลำน้ำมูลเอ่อล้นไหลเข้าท่วมต้นไทรงามยักษ์ นักท่องเที่ยวไม่สามารถจะเดินลงไปเที่ยวชม และถ่ายรูปกับต้นไทรงามยักษ์ได้ คาดว่า ปริมาณน้ำท่วมจะเพิ่มสูงขึ้นอีก หลังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ชาวนาสุโขทัยระทม ต้นข้าวอายุ 3 เดือน จมน้ำ 300 ไร่ ส่วนที่จมมิดสูญเงินเปล่า

ชาวนาสุโขทัยระทม ต้นข้าวอายุ 3 เดือน จมน้ำ 300 ไร่ ส่วนที่จมมิดสูญเงินเปล่า

ชาวนาสุโขทัยระทม ต้นข้าวอายุ 3 เดือน จมน้ำ 300 ไร่ ถ้าน้ำลดอาจกู้ได้ แต่ส่วนที่จมมิดเสียหาย 100% เงินที่ลงทุนไปไม่ได้คืนแน่นอน

วันที่ 14 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมสุโขทัยลดลง แต่ทว่าในพื้นที่หมู่ 6 บ้านท่าช้าง หลังโรงงานผลิตถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ยังคงมีน้ำฝนท่วมขังอยู่เต็มท้องทุ่งนา ทำให้ต้นข้าวอายุประมาณ 3 เดือน จมน้ำได้รับความเสียหายนับร้อยไร่ รวมทั้งสวนกล้วยตานีจำนวนมาก ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

นายสำราญ มิชิฉัยยะ อายุ 56 ปี เกษตรกรในพื้นที่ บอกว่า พื้นที่นาข้าวบริเวณหมู่ 6 ต.ย่านยาว ถูกน้ำท่วมขังมานาน 4 วันแล้ว น้ำเอ่อล้นคลองไม่มีทางไป ทำให้ต้นข้าวอายุ 2-3 เดือน และต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวง จมน้ำเสียหายประมาณ 300 ไร่

สำหรับแปลงนาที่มียอดข้าวโผล่พ้นน้ำ ถ้าใน 2-3 วันนี้น้ำลดลง ก็อาจจะกู้นาล่มได้บ้าง แต่ส่วนที่จมมิดน้ำแล้วเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ เงินที่ลงทุนไปไม่ได้คืนแน่นอน ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนดูความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วทำใจ หรือไม่ก็ลงข่ายจับปลาในนาข้าวแทน และนอกจากนาข้าวล่ม ก็ยังมีสวนกล้วยตานีในพื้นที่ ถูกน้ำท่วมขังได้รับผลกระทบด้วย

ไม่ใช่จระเข้! แจงปม คนหาปลา ผงะ พบสัตว์ตัวยาวเป็นเมตร นอนผึ่งแดด

ไม่ใช่จระเข้! แจงปม คนหาปลา ผงะ พบสัตว์ตัวยาวเป็นเมตร นอนผึ่งแดด

สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต แจงแล้ว หลัง คนหาปลา ผงะ เจอจระเข้อาบแดด ริมหาดเกาะกะทะ จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

วันที่ 9 ก.ย.2564 สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงกรณีที่ คนหาปลา พบเห็นจระเข้ที่ เกาะกะทะ หลังโรงงานผลิตตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ม.6 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยระบุว่า 1.ตามที่มีการนำเสนอข่าวเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 14.30-16.00 น. ประมงจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต ประมงอำเภอถลาง นายนิยม เดโชพนัง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สน.4 (หาดลายัน) พร้อมด้วย นายสุชาติ อยู่เย็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ลงตรวจสอบพื้นที่

สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต แจงแล้ว หลัง คนหาปลา ผงะ เจอจระเข้อาบแดด ริมหาดเกาะกะทะ

จากการตรวจสอบพื้นที่และสอบถามชาวประมง ไลฟ์การ์ดบริเวณดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เคยพบเห็นตัวเงินตัวทองที่มีขนาดความยาว 1-2 เมตรหลายตัวมาอาศัยหากินเศษปลาที่ชาวประมงทิ้งไว้อยู่เป็นประจำ แต่ยังไม่พบเห็นจระเข้ตามที่กล่าวอ้าง คาดว่าผู้ที่ให้ข่าวคงเห็นตัวเงินตัวทองอยู่บนพื้นทรายบนเกาะกระทะเลยเข้าใจว่าเป็นจระเข้

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นได้ประสานชุดไลฟ์การ์ดและหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยาน ให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตรา ซึ่งเป็นงานปกติประจำอยู่แล้วในการสร้างความมั่นใจความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน

กระบะร่วงดับอีกศพ! กู้ภัยเล่าเพิ่งมาเก็บศพจมน้ำตายตรงนี้ ซ้ำเกิดปีเดียวกัน

กระบะร่วงดับอีกศพ! กู้ภัยเล่าเพิ่งมาเก็บศพจมน้ำตายตรงนี้ ซ้ำเกิดปีเดียวกัน

กระบะพุ่งลงหนองน้ำ หนุ่มดับแม่รู้ข่าวร้ายช็อก สงสัยโรคประจำตัวกำเริบ ขณะที่กู้ภัย เล่าเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนเพิ่งมาเก็บศพคนจมน้ำตาย เกิดพ.ศ.เดียวกันเลย ชาวบ้านเชื่ออาจเป็นตัวตายตัวแทนกันก็ได้

เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 3 ก.ย.2564 ร.ต.อ.กิตติกวินทร์ อุมาฐิติพงศ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักตกหนองน้ำห้วยหิน บ้านโคกสว่างนาดี หน้าร้านค้าขายกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีผู้เสียชีวิตจึงรุดไปตรวยสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยส่งเสริมธรรม จุดหนองหาน และหน่วยกู้ภัยสว่างเมธาธรรม จุดโพนงามศรีทรงธรรม

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ ทะเบียน ผน 3744 อุดรธานี จมน้ำเกือบมิดอยู่ในหนอง ภายในรถพบศพชายคนขับ อายุ 43 ปี บ้านอยู่ ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ระหว่างนั้นมารดามาถึงที่เกิดเหตุด้วยอาการยังช็อก พร้อมระบุ ลูกมีอาชีพเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านอยู่ในตัวเมืองอุดรธานี แต่จะแวะเวียนมาเยี่ยมพ่อ-แม่ตลอดโดยใช้เส้นทางนี้ ลูกมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืดอาจจะอาการกำเริบขณะขับรถทำให้รถเสียหลักตกลงหนองน้ำ

 ตัวตายตัวแทน

ส่วนหน่วยกู้ภัย ระบุ เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตเกือบเป็นจุดเดียวกันกับวันนี้ และ ผู้ตายทั้ง 2 คนยังเกิดพ.ศ.เดียวกัน ซึ่งเมื่อชาวบ้านได้ยินจึงเชื่ออาจจะเป็นตัวตายตัวแทนกันก็ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งรพ. พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนให้ครอบครัวรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

เคสนี้มีแต่รอยยิ้ม! ป้าวรรณาหายแล้ว อายุ 67 หนัก 230 ก.ก.ป่วยโควิดกลับถึงบ้าน

เคสนี้มีแต่รอยยิ้ม! ป้าวรรณาหายแล้ว อายุ 67 หนัก 230 ก.ก.ป่วยโควิดกลับถึงบ้าน

ป้าวรรณา หายป่วยโควิดแล้ว อายุ 67 น้ำหนัก 230 กิโลกรัม ทีมมูลนิธิสยามนนทบุรี เข้าช่วยตั้งแต่รับตัวออกจากบ้านส่งศูนย์พักคอยของแขวงทางหลวง จนกระทั่งวันนี้ได้กลับบ้าน ท่ามกลางความดีใจของทุกคน

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 ส.ค.2564 ที่ศูนย์พักคอยของแขวงทางหลวงกรุงเทพ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง หน้าโรงงานผลิตตัวตัดเทป ที่ตัดเทป เจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามนนทบุรี พร้อมด้วย ทีมงานอาสาดุสิต ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยนับ 10 คน เข้าให้การช่วยเหลือ นางวรรณา อายุ 67 ปี ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 230 กิโลกรัม กลับที่พักหลังติดเชื้อโควิด-19 แล้วรักษาตัวจนหายป่วย

ป้าวรรณ

สำหรับการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ต้องใช้เปลตระกล้า หรือ Basket Stretcher ซึ่งมีความแข็งแรงมาใช้โดยทีมเจ้าหน้าที่กว่า 10 คนออกแรงช่วยกันยกคุณป้าขึ้นรถตู้ที่เตรียมไว้ก่อนพามายังบ้านพักซึ่งห่างกันไม่มาก เมื่อมาถึงก็ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากบ้านพักเป็นบ้านไม้และก่อสร้างมานาน ประกอบกับจุดที่จะต้องพาคุณป้าขึ้นไปนั้นอยู่ชั้น 2 ของตัวบ้าน และด้วยน้ำหนักตัวของคุณป้ารวมทั้งผู้ที่เข้าช่วยเหลือรวมกันแล้ว เกรงว่าบันไดจะรับไม่ไหว แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดีท่ามกลางความดีใจของทุกคน

ป้าวรรณ

นายไพรัช สูดธูป กรรมการบริหารมูลนิธิสยามนนทบุรี เปิดเผยว่า สำหรับเคสนี้มูลนิธิสยามนนทบุรี ได้รับการประสานงานจากทีมงานอาสาดุสิต ให้มาช่วยเคลื่อนย้ายคุณป้าป่วยติดเชื้อโควิด ที่มีน้ำหนักกว่า 230 กิโลกรัม ลงมาจากที่พักเพื่อรอรับการรักษาตัวที่ศูนย์พักคอยของแขวงทางหลวงกรุงเทพ ซึ่งในครั้งนั้นก็ปฏิบัติการได้สำเร็จ

ป้าวรรณา

” ที่ผ่านมาก็มีการช่วยเหลือนำเครื่องผลิตออกซิเจนมาให้ใช้จนวันนี้คุณป้าหายป่วย ก็ได้รับการประสานงานมาอีกครั้งเพื่อพาคุณป้ากลับที่พัก การทำงานถือว่าไม่ได้มีอุปสรรคอะไรเนื่องจากก่อนหน้าได้มีการวางแผนและเตรียมอุปกรณ์ไว้แล้ว อย่างไรก็ตามมูลนิธิสยามนนทบุรี รู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือคุณป้าตั้งแต่เริ่มต้นจนคุณป้าหายป่วย “

ศาลพิพากษาประหารชีวิตชายคลุ้มคลั่ง ไล่แทงชาวบ้านกลางเมืองอุดรธานี

ศาลพิพากษาประหารชีวิตชายคลุ้มคลั่ง ไล่แทงชาวบ้านกลางเมืองอุดรธานี

อีกคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา กลางเมืองอุดรธานี บริหน้าหน้าร้านจำหน่าย กล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก เมื่อมีชายคลุ้มคลั่งไล่แทงชาวบ้านอย่างอุกอาจ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 คน และบาดเจ็บอีกหลายคน กระทั่งถูกจับตัวได้ ล่าสุด ศาลจังหวัดอุดรธานีพิพากษาประหารชีวิต

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 นายอิธิพล อิ่มผึ่ง อายุ 31 ปี เกิดคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายผู้คนตามถนน ในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งในวันเกิดเหตุ ทำให้ “น้องจูน” อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ว่าที่เกียรตินิยมอันดับ 2 และ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อายุ 16 ปี เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 6 คน กระทั่งถูกจับกุมตัวได้

ล่าสุด เมื่อวานนี้ ศาลจังหวัดอุดรธานี ได้อ่านคำพิพากษาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ขณะที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี โดยจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และ 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น “ให้ประหารชีวิต” ทั้งสองกระทง ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น “ให้จำคุกตลอดชีวิต” ทั้งหกกระทง ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร ให้ปรับ 1,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว “ให้ประหารชีวิต” และปรับ 1,000 บาท

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วว่า ลักษณะการกระทำความผิดของจำเลยเป็นไปโดยอุกอาจ โดยแทงผู้บริสุทธิ์ถึง 8 คน บริเวณกลางถนน และเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณ อำมหิตผิดมนุษย์ ไร้มนุษยธรรม ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แม้จำเลยจะรับสารภาพ แต่ก็มิได้เกิดจากการสำนึกผิด แต่เป็นเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ที่สมควรจะลดโทษให้จำเลย จึงตัดสินให้ “ประหารชีวิต”

หลังศาลอ่านคำพิพากษา ทีมสนามข่าว 7 สี ลงพื้นที่พบกับพ่อและแม่ของ “น้องจูน” หนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ซึ่งทางครอบครัวได้นำดอกไม้ และอาหารคาวหวาน มาตั้งไว้ที่หน้าเจดีย์บรรจุอัฐิของ “น้องจูน” พร้อมกับจุดธูปบอกว่า ศาลพิพากษาประหารชีวิตคนที่ทำร้าย “น้องจูน” แล้ว ก่อนจะเปิดใจว่า พอใจกับคำตัดสินลงโทษ แต่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งพ่อและแม่ก็ยังเสียใจ และทำใจไม่ได้ที่ต้องพลัดพรากลูกสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจไปตลอดชีวิต และขอให้เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ไปเกิดกับครอบครัวใครอีก

ตาวัย 81 ป่วยอัลไซเมอร์ หายตัวจากบ้าน พบอีกทีเป็นศพ จมแม่น้ำวัง

ตาวัย 81 ป่วยอัลไซเมอร์ หายตัวจากบ้าน พบอีกทีเป็นศพ จมแม่น้ำวัง

ญาติร้อนใจ วอนตำรวจช่วยหา คุณตาวัย 81 ปี ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ หายตัวจากบ้านไป 2 วัน คาดอาจจมน้ำ กู้ภัยงมหา 3 ชม. เจอร่างสุดสลด

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2564 ตำรวจสภ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้รับเเจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้านนาปราบ ต.นายาง อ.สบปราบ มีประชาชนสูญหาย ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.2564 ทางญาติสงสัยว่าผู้สูญหายอาจตกน้ำ บริเวณหลังโรงงานผลิตถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า จึงได้ประสานสมาคมกู้ภัยลำปางจุดสบปราบ ชุดปฏิบัติการค้นหากู้ภัยใต้น้ำนทีลำปาง สมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ชีพ รพ.สบปราบ พร้อมกำลังตำรวจชุดสายตรวจ สภ.สบปราบ รุดไปตรวจสอบ

ชุดปฏิบัติการค้นหากู้ภัยใต้น้ำนทีลำปาง เพื่อทำการค้นหาผู้สูญหาย ตามจุดที่ได้รับแจ้ง ค้นหาตามแม่น้ำวังจากจุดเริ่มต้นใช้เวลาค้นหาเกือบ 3 ชั่วโมง จึงพบศพผู้สูญหายห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กม. ติดอยู่ในพงหญ้ากลางแม่น้ำวัง

จากการสอบสวนญาติและชาวบ้านทราบว่า ผู้หายไปดังกล่าวคือนายเลย ต๊ะปัญญา อายุ 81 ปี หายออกจากบ้านเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ส.ค. 64 แต่ญาติได้ตามหาจนพบตัวและได้หายออกจากบ้านอีกครั้งเมื่อประมาณเวลา 13:00 น. และพบตัวครั้งสุดท้ายประมาณ เวลา 17:30 น. บนเกาะทรายกลางแม่น้ำวังเขตบ้านไร่

ผู้ตายมีโรคประจำตัวอัลไซเมอร์ มีประวัติเคยหายตัวไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว จึงได้ทำการนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นฝั่งและเจ้าหน้าที่ร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ ก่อนส่งไปชันสูตรที่แผนกนิติเวช รพ.สบปราบ และตำรวจสภ.สบปราบ จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

คุณตาดวงซวย โดนสุนัขรุมขย้ำแขนเหวอะ จนต้องตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 64 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง พนัสนิคม ได้ทำการเข้าช่วยเหลือนายเจือ กิติรุจิระกุล อายุ 79 ปี  ที่ถูกสุนัขรุมกัดจนแขนทั้งสองข้างเป็นแผลฉกรรจ์ นำตัวมาทำแผลที่บ้านของนายเจือ ในพื้นที่ ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงงานผลิต ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ที่โดนสุนัขกัด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลพนัสนิคม และต่อมาถูกนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลชลบุรี

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ในวันนี้ (20 ส.ค. 64) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้ได้รับบาดเจ็บ พบว่า บ้านถูกปิดไม่มีใครอยู่ และได้ทราบว่า คุณลุงเคี้ยง ที่ชาวบ้านมักเรียกกันติดปาก ได้พักอาศัยอยู่เพียงลำพังคนเดียว มักจะชอบเก็บผัก ผลไม้ ที่ได้ปลูกไว้ นำไปแจกจ่ายในกับเพื่อนบ้านข้างเคียง พอตัวเองโดนสุนัขกัด จึงทำให้ไม่มีใครอยู่บ้าน

จากการลงพื้นที่ในที่เกิดเหตุ ยังพบมีร่องรอยของเลือดพื้น โดยได้พบกับ น.ส.กรกร สิทธิกุล อายุ 23 ปี และ น.ส.ณัฐณัญญา สิทธิกุล อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ได้พาไปดูสุนัขพันธุ์ไทย หลังอาน ที่ได้ขังไว้จำนวน 4 ตัว มีเจ้าเต้าหู้ เจ้าไข่เจียว เพศผู้ และ ไข่หวาน พะโล้ เป็นเพศเมีย ได้ส่งเสียงเห่าดัง หลังพบว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามา

โดยทั้งคู่เล่าว่า วันเกิดเหตุทาแม่ของพวกตน ได้ไปบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อจะไปขอเก็บมะนาวในช่วงเย็น เนื่องจากมีความสนิทคุ้นเคยกันแล้วก็ไปทำงาน  แต่คาดว่าทางลุงเคี้ยง หวังดีจึงเก็บให้เองแล้วปั่นจักรยานเอามาให้ด้วยตนเอง ระหว่างนั้นคงได้ใช้มือวางขอบรั้วเพื่อจะหย่อนถุงมะนาวลงไปด้านใน ไม่ทันระวังว่ามีสุนัขปล่อยอยู่ จึงคิดว่าเจ้าเต้าหู้เข้ามากัดเป็นตัวแรกและมีตัวอื่นเข้ามารุมกัดทีหลัง ซึ่งก็พร้อมจะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้คงจะมีการนำป้ายไปติดว่า “หมาดุ”

ขณะที่ทางนายเจริญ อภิชิตพงศ์ชัย อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งขวาง ผู้มาพบเป็นคนแรก เล่าว่า ได้ยินเสียสุนัขเห่าดังมากจึงได้เดินมาดู เมื่อมาถึงเห็นเจ้าเต้าหู้ สุนัขสีขาว ได้ใช้ปากงับและเย่อแขนขวาลุงเคี้ยงที่ติดกับลูกกรงรั้วอยู่ มีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ โดยการใช้ไม้ไล่หมาจนยอมปล่อยแขน แล้วลุงเคี้ยงก็ดึงมือของตัวเองออก จากนั้นก็ได้แจ้งให้กู้ภัยมาช่วยเหลือ

ด้านนายบันลือ แซ่เล้า กู้ภัยที่เข้ามาช่วยเหลือ เล่าว่า พอมาถึงพบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บแขนทั้งสองข้างมีแผลฉกรรจ์ จึงนำตัวไปทำแผลที่บ้านของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอยู่ห่างที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ก่อนประสานให้รถกู้ชีพพนัสนิคมมารับ และมาทราบภายหลังถูกส่งไปโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อทำการตัดแขนขวาออก ที่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว

โดนซัดทอด รวบ ‘เจน โคราช’ หัวหน้าแก๊งปลอมลอตเตอรี่ หลอกขึ้นเงินรางวัล

โดนซัดทอด รวบ 'เจน โคราช' หัวหน้าแก๊งปลอมลอตเตอรี่ หลอกขึ้นเงินรางวัล

รวบ ‘เจน โคราช’ หัวโจกแก๊งปลอมลอตเตอรี่ หลอกขึ้นเงินรางวัล สวมรอยใช้บัตรประชาชนคนอื่น พบมีหมายจับติดตัวอื้อ นำพวกตระเวนก่อเหตุหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.64 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.สั่งการให้พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายธนชาติ จงจิตร์กลาง อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดหล่มสักที่ 36/2564 ลงวันที่ 10 มี.ค.64 ข้อหา “ร่วมกัน ปลอมเอกสารสิทธิ, ร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม ,ขโมยถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” และยังมีหมายจับคดีลักษณะเดียวกันของศาลจังหวัดต่างๆ รวม 6 หมาย ได้ที่บริเวณหน้าตลาดอ.เมืองปราจีนบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจากได้จับกุมผู้ต้องหาแก๊งปลอมลอตเตอรี่ ตระเวนขึ้นเงินที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยใช้บัตรประชาชนของผู้อื่น ผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่า นำลอตเตอรี่ปลอมดังกล่าวมาจาก นายธนชาติ หรือ “เจน โคราช” ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง คอยบงการให้พวกตนนำลอตเตอรี่ปลอมไปขึ้นเงินแล้วนำมาแบ่งกัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงสอบสวนขยายผล เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายเป็นขบวนการใหญ่ทำงานกันเป็นทีม ส่วนใหญ่จะรู้จักกันตั้งแต่รับโทษอยู่ในเรือนจำ หลังพ้นโทษออกมาจึงรวมตัวกันก่อเหตุอีก จนทราบว่านายธนชาติ หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี จึงเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวน นายธนชาติ ให้การรับสารภาพ จากการตรวจสอบประวัติ พบว่าเมื่อปี 2560 ผู้ต้องหาไปก่อเหตุที่จ.ปทุมธานี สุดท้ายถูกจับกุมต้องรับโทษจำคุก หลังพ้นโทษก็ออกมาก่อเหตุลักษณะเดียวกันเรื่อยมา นอกจากนี้ นายธนชาติก็เคยอยู่ในแก๊งเดียวกันกับน.ส.นงเยาว์ จงจิตร์กลาง พี่สาว ซึ่งถูกกองปราบจับกุมไปเมื่อปี 2562 ขณะนี้ยังต้องโทษอยู่ในเรือนจำจ.กาญจนบุรี อีกด้วย จึงส่งตัวผู้ต้องหาให้สภ.หล่มสัก ดำเนินคดีต่อไป