shadow
Featured

พ่อค้ายาซิ่งหนีการจับกุม พลาดล้มสาหัสทั้งคนร้ายทั้งตำรวจ เข็มไมล์ค้างที่ 140

พ่อค้ายาบ้าซิ่งจักรยานยนต์หนี หลังโดนตำรวจไล่ล่าขณะล่อซื้อยาบ้า เกี่ยวกันจนล้มคว่ำเจ็บสาหัสทั้ง 2 ฝ่าย

(7 ส.ค.63) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายเหตุเกิดบริเวณถนนสายวิเศษชัยชาญ-ผักไห่ หมู่ที่ 3 ต.ท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า นินจา สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายคว่ำอยู่บริเวณข้างทางสภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โนวาแดช แต่งซิ่ง หมายเลขทะเบียน กตจ 265 อ่างทอง ชนกับเสาหลักกิโลเมตรจนรถพังยับ โดยเมื่อตรวจสอบบริเวณไมล์วัดความเร็วก็ต้องตกใจเมื่อเข็มไมล์ค้างอยู่ที่ความเร็ว 140 กม./ชม.

นอกจากนี้ยังพบยาบ้าชนิดสีส้มกว่า 100 เม็ด ใส่ ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้ที่เกิดเหตุพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ ส.ต.อ.ธนบดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ไหปลาร้าหัก ส.ต.ต.พิสุทธิ์ ได้รับบาดเจ็บไหปลาร้าซ้ายหัก ส่วนอีกรายเป็นคนขับรถฮอนด้าแดช ชื่อ นายอนุทัศน์ อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวทั้ง 3 คนส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ  

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะที่ตนกำลังทำงานเห็นรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันขับไล่ประกบกันมาด้วยความเร็วสูง จนหายลับไปเนื่องจากเป็นทางโค้ง สักพักได้ยินเสียงดังคล้ายรถชนก่อนที่จะมีรถตำรวจและมูลนิธิวิ่งตามมาจึงวิ่งมาดูก็พบว่ารถทั้งสองคันเกิดอุบัติเหตุจนตกลงไปข้างทางแล้ว 

ขณะที่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อซื้อยาบ้าจากนายอนุทัศน์จำนวน 50 เม็ด โดยนัดส่งกันที่บริเวณสะพานคลองน้ำเชี่ยว ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กม. ขณะที่กำลังวางกำลังเพื่อจับกุมนายอนุทัศน์ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าแดชมาก่อนเวลานัดหมาย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไหวตัวขับหลบหนี ทาง ส.ต.อ.ธนบดี และ ส.ต.ต.พิสุทธิ์  จึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามจนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุ เบื้องต้นอาการทั้งหมดสาหัสโดยทางแพทย์ยังคงต้องรักษาอาการอย่างใกล้ชิด  

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ เตรียมอายัดตัวนายอนุทัศน์ไว้ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยนายอนุทัศน์เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยต้องคดีในเรื่องของความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาไม่นานก็กลับมาก่อเหตุอีก 

Featured

คลิปนาที 11 ชีวิตรอดหวุดหวิด กระบะพุ่งข้ามเลนเทกระจาด เกือบพาครอบครัวตายหมู่

วงจรปิดจับภาพระทึก คนขับกระบะหลับใน ขับพุ่งข้ามเกาะพลิกตะแคงเทกระจาดหวิดดับหมู่ 11 ชีวิต

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์  พึ่งได้รับการเปิดเผยคลิปภาพกล้องวงจรปิด จากการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 13.15 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน จุด อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  ได้รับแจ้งว่าได้เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพหลับในเสียหลักชนเกาะกลางถนน ก่อนพลิกคว่ำและพุ่งข้ามเลน เทกระจาดมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

หลังจากรับแจ้งเหตุจึงได้ประสานไปทาง พ.ต.ต เกียรติศักดิ์ ชุ่มพุทรา พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมหน่วยกู้ชีพตำบลบ้านพลวง หน่วยกู้ชีพตำบลหนองใหญ่ รุดไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด อ.ปราสาท

สถานที่เกิดเหตุ อยู่บนทางหลวงหมายเลข 214  ถนนสายสุรินทร์-ช่องจอม บริเวณยูเทิร์นจุดกลับรถ ก่อนถุงโรงงาน กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป อ.ปราสาท  บ้านพลวงใต้ ม.2 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ในที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพ ยี่ห้อ ISUZU D-MAX สีเปลือกมังคุต หมายเลขทะเบียน 1743 สุรินทร์ เสียหลักชนเกาะกลางถนนพลิกคว่ำพุ่งข้ามเลนในสภาพรถปิกอัพตะแคงข้างพังเสียหายยับเยินทั้งคัน ถัดไปในจุดเกิดเหตุพบผู้ได้บาดเจ็บทั้งหมดจำนวน 11 ราย ทราบชื่อผู้ขับขี่ คือ นายยุทธนา อายุ 24 ปี พยายามคลานออกมาจากตัวรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

รายที่ 2 คนนั่งข้างเพศหญิง ไม่ทราบชื่อ มีแผลถลอกตามร่างกายแขนขวาผิดรูปรู้สึกตัวดี รายที่ 3 เด็กน้อย มีแผลถลอกตามร่างกายมีแผลบวมโนที่ศีรษะเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด อ.ปราสาท เข้าให้การช่วยเหลือร่วมกับ หน่วยกู้ชีพหนองใหญ่ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณจุดเกิดเหตุ ส่งต่อให้หน่วยกู้ชีพบ้านพลวง เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลปราสาทเป็นการเร่งด่วน ส่วนญาติพี่น้องที่นั่งมาท้ายกระบะอีก 8 ราย ถูกเทกระจาดกระเด็นลงข้างทาง บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อาการปลอดภัย

จากการสอบถามคนขับรถปิกอัพ ทราบชื่อ คือนายยุทธนา อายุ 24 ปี เล่าว่าตนเองพร้อมครอบครัวและญาติพี่น้องได้พากันเดินทางจาก อ.พนมดงรัก เพื่อไปเที่ยวที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม และขับรถมุ่งหน้าเข้าไปซื้อของที่ตลาดอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุตนเองเกิดอาการวูบหลับในไปชั่วขณะทำให้รถเกิดเสียหลักไปพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนนตนเองสะดุ้งตกใจมารู้ตัวอีกทีตอนรถพุ่งข้ามเลนพลิกคว่ำเทกระจาดรถปิกอัพตะแคงข้างอยู่กลางทางแล้วแต่โชคดีที่ตนเองและญาติพี่น้องไม่เป็นอะไรมากบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

พ.ต.ต เกียรติศักดิ์ ชุ่มพุทรา พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ได้ทำการเข้าตรวจสอบเนื่องจากมีทรัพย์สินทางราชการเสียหายเก็บภาพและข้อมูลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้วจึงแจ้งให้รถยกดำเนินการยกลากเคลื่อนย้ายนำไปเก็บรักษาเพื่อสอบปากคำผู้ขับขี่ต่อไป

Featured

ลูกค้าสาวถึงกับอึ้ง! กินหมูกระทะเจอเข็มฉีดยาในเนื้อหมู กินต่อไม่ลงยังโดนร้านปรับ

ลูกค้ายกแก๊งไปกินหมูกระทะ สุดช็อกเจอเข็มฉีดยาในเนื้อหมู กินไม่ลงเรียกเช็กบิล ช็อกซ้ำสองถูกเรียกเก็บค่าปรับกินอาหารเหลือ

(31 ก.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์หลังจากไปกินร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ใกล้คลังเก็บสินค้า ถุงแก้วฝากาว และ ถุงแก้วแถบกาว แล้วเจอเข็มฉีดยาในเนื้อหมู หลังจากนั้นจึงมีการแจ้งพนักงาน และเจ้าของร้านมาดูและขอโทษ โดยบอกว่าจะแจ้งคนส่งหมูให้

ซึ่งผู้โพสต์และเพื่อนๆ เริ่มรู้สึกกินกันไม่ลงแล้ว อาหารที่ตักมาก็กินไม่หมด จึงขอเช็กบิลและกำลังจะเดินออกจากร้าน ปรากฏว่าพนักงานเดินมาเรียกให้จ่ายค่าปรับ 80 บาท เพราะอาหารเหลือ  จึงมีการท้วงไปว่าพวกตนเจอเหล็กในเนื้อหมู ยังจะเก็บอีกเหรอ

เจ้าของร้านจึงบอกว่าจะลดค่าปรับให้ครึ่งนึง กลุ่มของผู้โพสต์จึงควักแบงก์ 100 บาทออกมาจ่าย กลับได้เงินทอนมาแค่ 40 บาท ซึ่งตอนนั้นหน้าผู้โพสต์เริ่มไม่โอเค เจ้าของร้านจึงบอกว่าลดเหลือ 50 บาท ก็ได้

“เข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดเขา เพราะเขาก็รับหมูมาอีกที แต่คุณเป็นเจ้าของร้านอะ คุณก็ควรรับผิดชอบหน่อยปะวะ กินไปแทงคอตายขึ้นมาทำไง จ่ายก็จ่ายราคาเต็ม ยังมีหน้ามาปรับ ใครจะกินลง เจอเข็มเสียบคาหมูขนาดนั้นอะ ไม่อยากจะด่า” ผู้โพสต์ตั้งคำถามทิ้งท้าย

Featured

“งิ้วแก้ผ้า” หนุ่มอ่างทองเปลื้องผ้า แก้บนหลวงพ่อขาว หลังเกณฑ์ทหารได้ใบดำ

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2563 ที่วัดหลวงพ่อขาว ตำบลหลักแก้ว อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีชาวบ้านแห่มาแก้บน หลังบนไว้ว่าให้จับได้ใบดำตอนเกณฑ์ทหาร แล้วจะมาเล่นงิ้วแก้ผ้า โดยจะวิ่งแก้บนไปโดยรอบหลวงพ่อขาว

หนึ่งในนั้น คือ นายพีรพัฒน์ เสาศิริ อายุ 21ปี ชาวตำบลมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ลูกเจ้าของร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ที่ก่อนหน้านี้ได้มาบนบานหลวงพ่อขาว โดยจุดธูป 5 ดอก ขอให้จับได้ใบดำในการตรวจคัดเลือกทหารกองเกิน เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา เมื่อจับได้ใบดำสมดั่งใจปรารถนาจึงเดินทางมาวิ่งแก้บน “งิ้วแก้ผ้า” รอบหลวงพ่อขาว ตามจำนวนที่ได้บอกเล่าต่อหลวงพ่อขาวไว้

ด้าน นางประเทือง สภาพักร อายุ 59 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ที่มีร้านค้าอยู่ติดกับวัดหลวงพ่อขาว เล่าให้ฟังว่า จะพบเห็นงิ้วแก้ผ้าเป็นประจำในทุกปี ในช่วงฤดูกาลเกณฑ์ทหาร และจะได้ยินเสียงปี๊บตีดังตั้งแต่หัวค่ำยันเช้า ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จะทราบดีว่ามาวิ่งแก้ผ้าแก้บน

สำหรับการวิ่งแก้ผ้าแก้บนนั้น จะมีการจ้างลุงบุญชู สุขขีทรัพย์ อายุ 55ปี ผู้ที่ดูแลทำความสะอาดศาลาหลวงพ่อขาว ในการวิ่งแก้ผ้าแก้บน โดยลุงบุญชู บอกว่า ช่วงนี้รายได้ดี เพราะมีผู้มาบนบานศาลกล่าวกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนในช่วงกลางคืนก็มีชาวบ้านเดินทางมาแก้บนกันตลอดทั้งคืน ส่วนตนเองก็มีความสุข สนุกสนาน ที่ร่วมวิ่งแก้บนกับลูกหลานไปทุกคืน

สำหรับหลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาวป่าเลไลยก์ พระพุทธรูปศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาหน้าตักกว้าง 1 เมตร สูง 1.80 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารข้างองค์การบริหารส่วนตำบลหลักแก้ว โดยในช่วงเกณฑ์ทหารจะมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาบนบานศาลกล่าวให้พ้นจากการถูกทหารกองเกิน หลังจากสมหวังจะเดินทางมาแก้บนในยามค่ำคืนด้วยการเปลือยกายแล้ววิ่งแก้บน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “งิ้วแก้ผ้า” ตามจำนวนรอบที่ได้ทำการบนบานเอาไว้

ทั้งนี้ มีเรื่องเล่าด้วยว่า บริเวณที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาว เดิมทีเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมากลายสภาพเป็นวัดร้าง และเป็นสุสานฝังศพทารก และสถานที่เลี้ยงวัวควายของชาวบ้าน เดิมทีหลวงพ่อขาว มีเพียงพระเศียรกับพระอุระโผล่ขึ้นมาจากดิน แต่ชาวบ้านยังไม่ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาในช่วงที่มีการคัดเลือกทหารกองเกิน แล้วมีคนไปบนบานว่าหากไม่ถูกทหารเกณฑ์จะมาวิ่งแก้ผ้า ตีปี๊บ โดยรอบหลวงพ่อขาว และผู้ที่บนนั้นก็ไม่ถูกทหารจริงๆ นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาในช่วงเกณฑ์ทหาร ก็จะมีชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงเดินทางมาบนบาน และเมื่อเกณฑ์ทหารแล้วก็จะพบว่า มีวัยรุ่นจำนวนมากเดินทางมาวิ่งแก้ผ้า แก้บนเคาะปี๊บกันเป็นประจำทุกปี สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Featured

โต้ข่าวลือ แพทย์หญิงถูกต่อยไม่ได้ลาออก รพ.ให้หยุดจนร่างกาย-จิตใจดีขึ้น

ข่าวลือในโซเชียลว่าแพทย์หญิงลาออก หลังถูกแก๊งโจ๋บุก รพ.ทำร้าย ทางโรงพยาบาลออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ก.ค.) กรณีที่โลกโซเชียลมีกระแสข่าวว่าแพทย์หญิงที่ถูกทำร้ายร่างกายภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงแก้วฝากาว และ ถุงแก้วแถบกาว ยื่นหนังสือลาออกเร่งด่วนนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ นายพรประเสริฐ ยุติรรม หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลและธุรการ ของโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ ได้ออกมากล่าวปฏิเสธว่าในเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

แพทย์หญิงคนที่ถูกทำร้ายยังไม่ได้ลาออกแต่อย่างไร เพียงแต่ในช่วงนี้สภาพจิตใจของแพทย์หญิงคนดังกล่าว ยังหวาดผวากับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางผู้บริหารจึงได้ให้ลาหยุดจนกว่าสภาพร่างกายและจิตใจจะมีความพร้อมที่จะกลับมาทำงาน

ซึ่งทางโรงพยาบาลวิภารามเองก็มีโรงพยาบาลอยู่ในเครือหลายแห่ง หากแพทย์หญิงคนดังกล่าวหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย ทางผู้บริหารเองก็ให้ไปประจำการณ์ที่โรงพยาบาลสาขาอื่นซึ่งมีอยู่หลายที่ทั่วประเทศ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทรัพย์ของทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายแต่อย่างใด

ด้าน โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า นายแพทย์รังษี ธีรศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า เปิดเผยว่า ในเรื่องความเสียหายที่ออกไปตามโลกโซเชียล เป็นความเสียหายที่เป็นตัวเลขค่อนข้างจะเยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตนเองก็ยังไม่ทราบในเรื่องรายละเอียดอะไร

เพราะทางโรงพยาบาลมีประกันภัยอยู่ และทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในส่วนกลางก็กำลังพูดคุยกันอยู่ แต่เท่าที่สำรวจเบื้องต้นโชคดีที่เครื่องมือราคาแพงที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน ผู้ก่อเหตุไม่ได้หยิบไปใช้เป็นอาวุธในการทำร้ายกัน ความเสียหายน้อยกว่าที่เป็นข่าวอยู่ในโซเชียลเยอะ

ตอนนี้ตนอยากให้สนใจในเรื่องความเสียหายทางด้านจิตใจของเจ้าหน้าทีบุคคลากรทางการแพทย์ผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยที่อยู่ขณะเกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ดึกมาก มีคนมาใช้บริการพอสมควร ประการแรกที่โรงพยาบาลเราทำก็คือ รีบเก็บกวาดทำความสะอาดซ่อมแซมในเบื้องต้น เพื่อให้กลับมาให้บริการได้ตามปกติได้เร็วที่สุด เราไม่ได้หยุดให้บริการ

ส่วนในเรื่องจิตใจหลังจากเหตุสงบแล้วก็ได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่และน้องพยาบาล ที่เห็นอยู่ในคลิป ที่ไปขวางไปช่วยผู้ป่วยโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง ตนได้สอบถามแล้วว่าไหวหรือเปล่าอยากจะหยุดพักหรือไม่  แต่เขาตอบว่าไม่พักยืนดีทำงานต่อ ด้วยเป็นมืออาชีพ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและความปลอดภัยของตัวเองก็ช่วยแต่คนไข้ก่อน

หมอพยาบาลระทึก! แก๊งขาใหญ่ยกพวกกว่า 30 คน ล้างแค้นคู่อริในห้องฉุกเฉิน (คลิป)

ขาใหญ่ย่านสำโรงใต้ ยกพวกกว่า 30 คน กรูเข้าไล่ทำร้ายคู่อริให้ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล แค้นเพื่อนในแก๊งตาย

(19 ก.ค.63) เมื่อเวลา 20.30 น. ร.ต.อ.วีระพล ดอนหัวร่อ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายสิบคนเข้าไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทและไล่ทำร้ายกันภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ใกล้ร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บและทรัพย์สินของทางโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ

ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลดังกล่าวได้พบว่าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และข้าวของประเภทโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายเกลื่อนห้องฉุกเฉิน และมีกระจกหน้าต่างและประตูกระจกห้องแพทย์แตกได้รับความหายอีกหลายรายการ  และที่บริเวณหน้าเคาว์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลร่วมทั้งหน้าลิฟท์พบรอยเลือดอยู่ที่พื้นและกระจก ร่วมทั้งเก้าอี้ไม้และพลาสติกแตกกระจายอยู่เกลื่อนพื้นเช่นกัน ส่วนผู้ก่อเหตุได้พากันแยกย้ายหลบหนีไปหมดแล้ว

โดยนางพยาบาลที่อยู่ในห้องฉุกเฉินได้เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่ม มีผู้บาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกายถูกแทงมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมา 2 นาย ซึ่งขณะนั้นวุ่นวายพอสมควรเพราะมีเพื่อน  ของผู้บาดเจ็บมาด้วยหลายคน หลังแพทย์ให้การรักษาผู้บาดเจ็บเสร็จประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ พรรคพวกฝ่ายคู่กรณีก็ตามมาขี่รถจักรยานยนต์ตามมากว่า 20 กว่าคัน มาจอดที่หน้าโรงพยาบาลก่อนที่จะกรูกันเข้าซึ่งมีอาวุธทั้งไม้เบสบอล เก้าอี้ และไม้ถูพื้น กรูกันเข้ามาไล่ทำร้ายเพื่อนของผู้บาดเจ็บ ทำให้เพื่อนของผู้บาดเจ็บต้องหนีเข้ามาในของฉุกเฉิน

ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้เดินถืออาวุธเข้ามาไล่ทำร้ายฝ่ายเพื่อนผู้บาดเจ็บกันในห้องฉุกเฉินทั้งตีและขว้างปาข้าวของ ปาเก้าอี้ ซึ่งเราก็เกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะตามขึ้นไปทำร้ายผู้บาดเจ็บที่ขึ้นไปพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้นบน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดลิฟท์ทางขึ้นลงอาคาร และในขณะนั้นภายในห้องฉุกเฉินข้าวของกระกระจายเต็มห้องกระจกหน้าต่างและกระจกประตูห้องคุณหมอแตก โชคดีที่ขณะเกิดเหตุมาผู้ป่วยมารักษาอยู่ในห้องฉุกเฉินเพียง 2 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าเข้ามาด้านในเพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุมากันหลายสิบคน และก่อลงมือก่อเหตุและวิ่งวนออกไปประตูด้านข้างห้องฉุกเฉินไปก่อเหตุที่หน้าลิฟท์และที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อีก เหตุเกิดนานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันหลบหนีกันออกไปด้านนอก

ด้าน พ.ต.ท.สุเมธ  สาลี สว.สส. สภ.สำโรงใต้ ได้กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่บริเวณบ้านหมู่ 10 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยกลุ่มของนายแฮ๊ก (กลุ่มเด็กมหาวงษ์) ได้มีปากเสียงชกต่อยกับนายแจ๊ค (กลุ่มเด็กซอยโรงเหล็ก) นายแฮ๊ก จึงได้ไปตาม นายรัชต์พงษ์ หรือ คิว อายุ 22 ปี ผู้ตาย และพวกอีกประมาณ 8 – 9 คนให้มาช่วย และเกิดการชุลมุนกันอยู่พักใหญ่ นายรัชต์พงษ์ ได้ถูกของมีคมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่บริเวณราวนมข้างขวา จำนวน 1 แผล แต่เลือดไม่ออก โดยนายรัชต์พงษ์ ได้หมดสติ ก่อนที่พรรคพวกจะพากันขี่รถจักรยานยนต์พานายรัชต์พงษ์ มารักษาที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ และเสียชีวิต โดยมีพรรคพวกของผู้ตายติดตามมาจำนวนหลายสิบคน

หลังจากทราบว่านายรัชต์พงษ์ เสียชีวิตแล้ว และทราบว่าคู่กรณีที่แทงนายรัชต์พงษ์ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตคือ นายธนพล หรือ แจ๊ค อายุ 21 ปี ก็ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณศีรษะ ปาก และแขนซ้าย ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกันและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า จึงได้ยกพวกพากันเดินทางไปก่อเหตุที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าอีกจนมีผู้บาดเจ็บ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด 

Featured

แพทย์ชันสูตรศพพบพิรุธ หนุ่มขับกระบะตกข้างทาง ดูสภาพรถยิ่งมั่นใจฆ่าแล้วจัดฉาก

จากกรณีพบกระบะตกข้างทาง บริเวณ 4 แยก บริเวณหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบุรี บนถนนสายบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ขาล่องใต้ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ภายในรถพบศพของ นายพิธยุทธ อายุ 42 ปี พนักงานโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล  ซองไปรษณีย์สีพาสเทลชาวจังหวัดสุพรรณบุรี นอนเสียชีวิตอยู่ บนเบาะคนขับ ในสภาพใบหน้าบวมปูด บริเวณดวงตาทั้ง 2 ข้างและจมูกคล้ายถูกของแข็งทุบตีเป็นแนวยาว ใต้คางมีบาดแผลฉีกขาดขยะขนาดใหญ่ 1 แผล และพบกองเลือดพื้นรถเสียชีวิตภายในรถมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.00 น. ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นางเยาว์พา อายุ 40 ปี น้องสาวของ นายพิธยุทธ อายุ 42 ปี ผู้ตาย พร้อมด้วยญาติๆ ลุกชายและลูกสาวผู้ตาย ร่วม 6 คน ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรชะอำ เพื่อนำเอกสารหลักฐานการผ่าพิสูจน์ผลการชันสูตรศพของ นายพิธยุทธ ผู้ตายมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยแพทย์ยื่นยันว่า ศีรษะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง สมองฟกช้ำ และเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง เสียชีวิต และลงบันทึกประจำวันเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุฆ่าพี่ชายของตนเอง

นางเยาว์พา อายุ 40 ปี น้องสาวผู้ตายเล่าว่า วันนี้ได้เดินทางไปรับผลผ่าพิสูจน์ศพของพี่ชายที่โรงพยาบาลพระเจ้าเกล้าจังหวัดเพชรบุรี  โดยทางแพทย์ได้เล่าให้ตนฟังว่า ดูจากร่างกายพบว่าที่บริเวณตา หน้าอก และใบหน้ามีสภาพเละ นอกจากนี้ แพทย์เห็นที่เกิดเหตุจากข่าวที่ออกอากาศ พบว่ามีรอยเลือดที่ขอบประตูด้านล่างฝั่งขวา และรอยเลือดที่ติดกับมือเปิดประตูฝั่งซ้ายด้านนอก แล้วบอกตนว่าเป็นการฆาตกรรม หรือเป็นการจัดฉากขึ้นมา แพทย์บอกว่าถ้าตายในรถ สภาพที่เกิดเหตุในรถที่ชนในระดับนี้ หน้ารถสิ่งของจะต้องกระจัดกระจาย และมีรอยเลือดกระเด็นเต็มหน้าคอนโซลรถ แต่ในรถไม่พบรอยเลือดกระจายบนรถเลย

ส่วนตัวเอง ตนไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ เชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากที่พี่ชายตนมีปัญหากับผู้ชายคนหนึ่งมาก่อนหน้านี้ ตนมั่นใจว่าผู้ชายคนดังกล่าวได้เคยขู่อาฆาตกับพี่ชายตนมาแล้ว โดยจะฆ่าพี่ชายให้ตาย ตนเชื่อว่าเป็นชายคนนี้แน่นอน ตลอดเวลาที่พี่ชายอยู่ที่ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน ไม่เคยมีเรื่องกับใคร จึงวอนให้ตำรวจเร่งติดตามจับตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

Featured

เศรษฐินีอุดรฯ ถูกหวย 90 ล้าน จัดงานวันเกิดโปรยแจกเงิน-ทอง คืนความสุขชาวบ้าน

แม่วรรณลี หญิงชาวอุดรถูกหวย 90 ล้าน คืนความสุขให้ชาวบ้าน โปรยเงินและทองรวม 3 แสนกว่าบาท 

วันนี้ (12 ก.ค. 63) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 171 หมู่ 10 บ้านหนองเหี้ย ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พบ นางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี พนักงานโรงงานถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาวสาวผู้โชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 หมายเลข 149840 จำนวน 15 ใบ 90 ล้านบาท ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 48 ปี และทำบุญบ้าน โดยมีการจัดอาหารเลี้ยงแขกที่มาอวยพรกว่า 200 คน และจัดหมอลำให้รับชม แต่ที่เป็นกิจกรรมสำคัญในงานวันนี้คือการแจกทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 30 เส้น และเงินธนบัตรฉบับละ 20 บาท เป็นเงินจำนวน 7 หมื่นบาท รวมมูลค่า 3 แสนบาท โดยการใช้พารามอเตอร์หรือร่มบินโปรยลงมาให้ชาวบ้านเก็บ ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับแจกหน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิก่อนเข้ามาร่วมงานด้วย

หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ ญาติและแขกที่มาร่วมงานได้อวยพรวันเกิดและรับประทานอาหาร เวลา 16.00 น. พ.ต.ท.สุรพล ทองเงิน สว.สส.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ได้นำพารามอเตอร์หรือร่มบิน จากชมรมร่มบินอุดรธานี จำนวน 10 เครื่อง นำห่อธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 7 หมื่นบาท และห่อกระดาษมีชื่อและลายเซ็นนางวรรณลี จำนวน 30 แผ่น เพื่อนำมาแลกเป็นทองคำกับนางวรรณลี ขึ้นบินไปบนท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านหนองเหี้ย แล้วโปรยห่อกระดาษเงินและทองลงมา โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนรอเก็บเงินและทองประมาณ 3,000 คน ทุกคนรอเก็บอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาบินโปรยทองประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งมี พ.ต.ท.พิชิต เทพจันทร์ สวป.สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นำกำลังตำรวจและ อส. 30 นาย มารักษาความสงบเรียบร้อย

ส่วนผู้ที่เก็บได้กระดาษมีชื่อและลายเซ็นนางวรรณลี  ส่วนมากจะเป็นเด็กและเยาวชน เมื่อพบว่าเก็บได้ทองคำ ต่างก็วิ่งไปบอกพ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยน้องแชมป์ และ น้องตั้นท์ อายุ 14 ปี ชาวบ้านหนองเหี้ย สองผู้โชคดีได้ทองคำ เล่าว่า ดีใจ มีความสุขที่สุด จะนำลายเซ็นไปแลกสร้อยคอทองคำ นำไปไว้เป็นทุนการศึกษา และขอบคุณแม่วรรณลี ที่แจกโชคให้ในวันนี้ 

นางปิยะพร อายุ 47 ปี ผู้โชคดีคนอีกคนที่ได้รับทอง เปิดเผยว่า ช่วงค่ำเดินทางมาเป็นแขกมาร่วมงานวันเกิดนางวรรณลี โดยจอดรถยนต์ไว้ที่สนามโรงเรียน แล้วเดินมาบ้านงานกับเพื่อน พอเดินมาใกล้บ้านก็พบกระดาษในถังขยะ จึงเก็บมาเปิดในบ้าน พบว่าได้เงิน 20 บาท และทองคำหนัก 1 สลึง ดีใจมาก จึงนำไปแลกทองคำ เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 

นางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี เจ้าของวันเกิด เปิดเผยว่า วันนี้จะคืนความสุขให้ญาติพี่น้อง และแขกผู้มาร่วมงาน โดยจะแจกทองหนัก 1 สลึง 30 เส้น และเงิน 7 หมื่นบาท รวมทั้งสองอย่างมูลค่า 3 แสนกว่าบาท แนวคิดที่จัดงานวันเกิดและแจกเงินและทองเพราะว่า ภูมิใจที่ถูกหวย 90 ล้าน เพราะเทวดามองเห็นที่เราเป็นคนดี อีกทั้งเป็นวันเกิด วันทำบุญบ้าน จึงอยากมอบความสุขให้ผู้โชคดี คนไหนไม่ได้ทอง ก็ได้เงิน 20 บาท คนที่ได้ทอง ก็ขอให้มีความสุข พบเจอแต่สิ่งดีๆ ทำสิ่งใดก็ให้ประสบผลสำเร็จในชีวิต

Featured

รวบแล้ว ผัวฆ่าปาดคอเมีย ก่อนขโมยเงินมาเที่ยวผู้หญิง สารภาพแค้นเมีย ขอเงินไม่เคยให้

ตำรวจโคราช รวบตัวฆาตกรฆ่าปาดคอเมียได้แล้ว หลังก่อเหตุขโมยเงินเมียมาเที่ยวผู้หญิงในตัวเมือง สารภาพทำไปเพราะรำคาญเมียบ่นขอเงินไม่ยอมให้

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีนางเล็ก คำเคน อายุ 73 ปี ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านชั้นเดียวหลังโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก  ซองกันกระแทกพลาสติก บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 10 บ้านดอนลำดวน ต.ประสุข อ.ชุมพวง จ.นครราชีมา โดยมีชาวบ้านพบศพขึ้นอืดคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ซึ่งจากคำให้การของญาติผู้เสียชีวิตคาดว่าผู้ก่อเหตุคือนายอำนวย บุญส่ง อายุ 63 ปี ชาว จ.สุรินทร์ สามีของผู้เสียชีวิต เนื่องจากหลังก่อเหตุ นายอำนวยฯ ได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ 1 ฉบับ ใจความว่า “รำคาญ จู้จี้จุกจิกขี้บ่น กูขยะแขยงมึง” จากนั้นนายอำนวยได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 แล้ว

ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ตามจับกุมนายอำนวย บุญส่ง ได้ที่บริเวณสวนรักษ์หน้าวัดพายัพ อ.เมืองนครราชสีมา โดยนายอำนวยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าปาดคอนางเล็ก คำเคน ภรรยาของตนเองจริง สาเหตุเพราะขอเงินภรรยาแล้วไม่ยอมให้ และถูกภรรยาบ่นให้ชุดใหญ่ จึงเกิดบันดาลโทสะ รอจังหวะที่ภรรยานอนหลับ ใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต หลังจากนั้นได้ขโมยเงินสดของภรรยาจำนวนหนึ่ง นั่งรถโดยสารเข้ามาในตัวเมืองนครราชสีมา ต่อมาได้นำเงินมาซื้อบริการทางเพศกับสาวบริการ และซื้อกาวมานั่งดมสารระหายที่บริเวณสวนสาธารณะ ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา จับกุมตัวได้ในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Featured

ข้าวเหนียวมูนทำพิษ หามชาวบ้าน 63 ราย อาเจียน-ท้องเสีย ส่ง รพ.ด่วน

หามชาวบ้าน 63 ราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ส่ง รพ.พะเยา มีอาการอาเจียนและท้องเสีย หลังกินข้าวเหนียวมูนที่ซื้อมาจากตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ก.ค.) ชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ดอกคำใต้ จำนวน 63 ราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลพะเยาข้างโรงงานถุงฟอยด์  ถุงเมทัลไลท์ ที่มีอาการอาเจียนและท้องเสีย หลังจากรับประทานข้าวเหนียวมูน ที่ซื้อมาจากตลาด

แพทย์หญิงจิรพร ภัทรนุธาพร ผู้อำนวนการโรงพยาบาลพะเยา ได้เข้าเยี่ยมดูอาการของผู้ป่วยที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลพะเยา หลังจากที่เมื่อเย็นวานนี้มีผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เข้ามารักษาตัวโดยมีอาการอาเจียนและท้องเสีย

จากการสอบถามทราบว่าทุกรายต่างก็บอกว่ารับประทานข้าวเหนียวมูนมา ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ทำการรักษา โดยที่ขณะนี้สามารถกลับบ้านได้ 19 ราย และยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 44 ราย มีอาการหนัก 1 รายซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

และขณะนี้ทางหน่วยสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ได้ออกทำการสอบสวนหาที่มาของโรค และฝากเตือนประชาชนให้ควรระวังอาหารในช่วงฤดูร้อน อาหารจะเสียได้ง่าย ผู้ประกอบการควรเก็บอาหารไว้ในที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม