shadow
Featured

เด็กหญิง 5 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงวัย 17 เอาไฟลนอวัยวะเพศ แม่บอกลูกใส่ร้ายผัวใหม่

พ่อพาลูกสาวร้องทุกข์ ลูกสาววัย 5 ขวบ ถูกสามีใหม่ของอดีตเมียทำร้าย เอาไฟลนอวัยวะเพศและขาพุพอง

(8 ก.ค.63) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หมู่ 2ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 7), ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี พนักงานโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล  ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ชาว จ.สุพรรณบุรี พาน้องเมย์ (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 5 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยติดตามคดี กรณีน้องเมย์ถูก นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พ่อเลี้ยง ใช้ไฟแช็คลนที่บริเวณขาและอวัยวะเพศจนผิวหนังพุพองเป็นแผลหลายแห่ง แถมข่มขู่ห้ามบอกว่าใครทำ ขณะที่แม่ของลูกชื่อนางแหม่ม (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อ้างว่า ลูกสาวซุกซนนั่งทับยาจุดกันยุงเอง และแถมยังบอกกับลูกสาวว่าอย่าไปใส่ร้ายพ่อเลี้ยง

นายเอก กล่าวว่า ตนแยกทางกับนางแหม่มมาประมาณปีเศษ โดยตกลงกันว่าจะแบ่งเวลากันดูแลน้องเมย์ วัย 5 ขวบ ลูกสาวคนเดียว ในวันจันทร์-ศุกร์ ลูกอยู่กับแม่ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกจะอยู่กับพ่อ ต่อมานางแหม่มก็มีสามีใหม่ คือ นายเอก อายุ 17 ปี อยู่กินกันที่บ้านนางแหม่มใน จ.สุพรรณบุรี กระทั่งเมื่อปลายเดือน พ.ค 63 ตนได้ไปรับลูกมาอยู่ด้วยเห็นลูกมีอาการผิดปกติซึมเศร้าไม่ร่าเริง และที่ผิวหนังบริเวณต้นขาหลังทั้งสองข้างและอวัยวะเพศมีบาดแผลพุพองจากการถูกไฟลนทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ พอถามลูกก็ไม่ยอมบอกว่าไปโดนอะไรมา ตนจึงคิดว่าลูกอาจจะเล่นซนก็เป็นไป จากนั้นก็พาน้องเมย์ไปส่งคืนกับแม่

ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย.63 ตนก็ได้ไปรับน้องเมย์มาดูแลอีกครั้ง ก็พบว่าบริเวณรอยเดิมที่เป็นแผลใกล้อวัยวะเพศยังไม่หายและมีแผลใหม่เกิดขึ้นเพิ่มอีก ซึ่งนางแหม่มบอกว่าน้องเมย์อาจจะซุกซนไปนั่งทับยาจุดกันยุงจนเป็นแผล ซึ่งตนก็คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ ตนต้องใช้เวลาถามลูกอยู่นานกว่าลูกจะยอมบอกว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นเพราะถูกนายเอก พ่อเลี้ยง ใช้ไฟแช็คลนต้นขาและอวัยวะเพศ ตอนที่นอนอยู่ในห้องกัน 2 คน เวลาที่แม่ไม่อยู่ เพราะนายเอกโมโหที่น้องเมย์ปัสสาวะรดที่นอน ซึ่งตอนที่ถูกทำรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแต่ต้องอดทน เพราะนายเอกข่มขู่ห้ามบอกใคร

หลังทราบเรื่องตนก็ไม่ได้พาน้องเมย์ไปส่งให้แม่อีกเลย และได้พาลูกไปแจ้งความที่ สภ.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบสหวิชาชีพ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย ทั้งนี้นายเอก ได้ร้องทุกข์มาเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ ขอให้พนักงานสอบสวนจัดสอบวิชาชีพน้องเมย์ และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ซึ่งพ.ต.อ.ภัคภณ ได้สั่งการพนักงานสอบสวนประสานนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และอัยการ ร่วมสอบสหวิชาชีพเด็ก ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานผลตรวจร่างกายเพื่อขอเรียกและหมายจับ พร้อมกันนี้นางปวีณายังได้ประสานนางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าช่วยเหลือในด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก และให้พ่อเด็กฟ้องร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขอปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ และบ้านพักเด็กฯ สุพรรณบุรีจะติดตามการช่วยเหลือต่อไป

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ ได้รายงานมายัง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่า นายต้น (นามสมมุติ) พ่อเลี้ยงอายุ 17 ปี พร้อมผู้ปกครองได้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างซักถามและเตรียมสอบสหวิชาชีพเพื่อรอแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ช่วงนี้เด็กเล็กๆ ตั้งแต่ 3 ขวบ ถึง 6 ขวบ จะถูกกระทำโดยคนรู้จัก คนใกล้บ้าน และคนใกล้ชิด จึงขอเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครอง อย่าได้ไว้วางใจคนใกล้ชิดแม้แต่เพื่อนสนิทคุ้นเคยกันก็ตาม อย่าปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว หรือฝากไว้กับใครตามลำพัง ควรมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ดูแลอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นเด็กอาจจะตกเป็นเหยื่อของภัยสังคมโดยไม่คาดคิด

Featured

เมียแค้นสุมทรวง ผัวขอเลิกจะไปอยู่กับกิ๊กสาวใหญ่ บุกแทงศัตรูหัวใจดับอนาถ

เมียวัย 56 แค้นผัวขอเลิกจะไปอยู่กับกิ๊ก ซื้อมีดใหม่บุกบ้านแทงสาวใหญ่วัย 52 ดับอนาถ อ้างแค้นมานานแต่ไม่ได้ตั้งใจให้ตาย

(6 มิ.ย.63) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์  รอง ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี เดินทางไปสอบปากคำ น.ส.แก้วรุณ อายุ 56 ปี พนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ โฟมห่อกุหลาบผู้ต้องหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมมีดของกลาง ที่ใช้ในการก่อเหตุ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ก.ค. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกันบริเวณบ้าน ม.5 บ้านเดื่อโดม ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางหนูถิ่น อายุ 52 ปี ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่บริเวณลำคอ แขน หลัง ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลพิบูลมังสาหารและเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือ น.ส.แก้วรุณ อายุ 56 ปี เพราะก่อนเกิดเหตุ น.ส.แก้วรุณ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาผู้ตายที่บ้านและได้มีปากเสียงกัน จากนั้น น.ส.แก้วรุณ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี ออกติดตามจับกุมตัว น.ส.แก้วรุณ พร้อมของกลาง อาวุธมีดปลายแหลม ที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อกันเปื้อนที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ และจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุโดยจับกุมตัวได้ที่หน้าตลาดสดเทศบาลพิบูลมังสาหาร 

จากการสอบถาม น.ส.แก้วรุณ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยใช้อาวุธมีดแทงตามร่างกายของ นางหนูถิ่น เนื่องจากไม่พอใจที่นางหนูถิ่น มาติดพันกับสามีของตนเอง จึงมีความแค้นมาโดยตลอด บอกให้เลิกอย่ามายุ่งเกี่ยวกับสามี ก็ไม่ยอมเลิก อดทนมานานแล้ว

ล่าสุดสามีของตนเองซึ่งไปทำงานที่ จ.ราชบุรี ทราบข่าวว่าผู้ตายเลิกกับสามีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สามีจึงต้องการจะเลิกกับตนเองเพื่อมาอยู่กับผู้ตาย จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุซื้อมาจะใช้ก่อเหตุโดยเฉพาะ หลังจากที่แทงผู้ตายก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาแต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ตาย

Featured

เปิดคลิปนาทีช่วยชีวิตเด็กทารกอายุ 8 วัน สำลักนม พ่อหน้าซีดอุ้มลูกวิ่งหากู้ภัย

จากโพสต์ของกู้ชีพเอื้องผึ้ง เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ลงในเฟซบุ๊ก กู้ชีพ เอื้องผึ้ง มีข้อความว่า “ตรวจสอบเด็กสำลักนม หายใจติดขัด (บิดานำบุตรมาที่ห้องศูนย์) พบเด็กทารกแรกคลอดอายุ 8 วัน หายใจติดขัด เจ้าหน้าที่กู้ชีพทำการซักชั่น suction และ On o2 นำส่ง รพ.สารภี ตามคำร้องขอ”

ปรากฎว่าหลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวพร้อมรูปภาพขณะช่วยเหลือเด็กทารก วัย 8 วัน ได้มีผู้คอมเมนท์ชื่นชมการปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักวิชาการ จนทำให้เด็กทารกปลอดภัย

ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพเอื้องผึ้ง เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2563 ได้มีชายคนหนึ่งมีบ้านพักบริเวณด้านหลังโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ตำบลหนองผึ้ง ได้อุ้มเด็กทารกเพศหญิงวัย 8 วัน มาหาที่ศูนย์กู้ชีพเอื้องผึ้ง เทศบาลตำบลหนองผึ้ง มีลักษณะใบหน้าซีดพร้อมกับเล่าว่าขณะที่ภรรยาแม่ของเด็กกำลังให้นมลูก ปรากฎว่าลูกเกิดสำลักนม หายใจติดขัด เกิดตกใจจึงรีบอุ้มลูกมาขอความช่วยเหลือ

ทางเจ้าหน้าที่ฯ ทำการช่วยเหลือจนเด็กส่งเสียง “แง” ขึ้นมาและหายใจได้ ก่อนนำส่ง รพ.สารภี ตามคำร้องขอจนอาการเด็กปลอดภัย เพราะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและเป็นไปตามขั้นตอน ดังกล่าว

Featured

รวบหนุ่มอ้างเป็นเซียนพระ ตุ๋นปล่อยบูชาพระเครื่อง เหยื่อหลงเชื่อหลายราย

รวบหนุ่มอ้างตัวเป็นเซียนพระปล่อยบูชาพระเครื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก พบเหยื่อนับ 100 ราย สูญหลายแสนบาท

ตำรวจ กองปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายศิวะเสกข์ หรือโอ๊ด (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พนักงานโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 6 หมาย ในข้อหาฉ้อโกงและพรบ.คอมพิวเตอร์ พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายหลายพื้นที่ เข้าร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายศิวะเสกข์ (ผู้ต้องหา) มีพฤติการณ์ทำตัวเป็นเซียนพระ ปล่อยบูชาพระเครื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อมีลูกค้าสนใจและสั่งซื้อพระเครื่อง ผู้ต้องหาจะให้ลูกค้าโอนเงินมาให้ก่อน แต่เมื่อลูกค้าโอนเงินไปแล้ว ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ส่งพระเครื่องให้ตามที่ตกลง และปิดเฟซบุ๊กหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลาย 100 ราย รวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายศิวะเสกข์ ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด จึงได้เดินทางลงไปตรวจสอบ และจับกุม จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเคยโดนหลอกมาก่อนจึงได้นำวิธีการดังกล่าวมาหลอกผู้อื่นต่อ เมื่อได้เงินมาก็จะนำไปเที่ยวและยอมรับว่าก่อเหตุมาแล้วนับไม่ถ้วน หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว ผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

Featured

โจรพ่อลูกแสบ ขโมยตะแกรงเผาศพกลางวันแสกๆ หลวงพี่เตือนระวังวิญญาณตามทวง

โจรแสบขโมยตะแกรงเผาศพ หลวงพี่เตือนถ้าไม่เอามาคืนอาจเจอดี ชีวิตไม่เป็นสุข

(2 ก.ค.63) เวลา 10.50 น. ร.ต.อ ชินาธิป บัวเข็ม รอง สารัตร สอบสวน  สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนร้ายเข้าไป ลักทรัพย์ ภายในวัดประดู่คำธเนตรนิมิตตรงข้ามโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล ซองไปรษณีย์สีพาสเทล บ้านเซ หมู่ 3 ต.หนองขอนกว้าง จึงรุดไปตรวจสอบ

พบพระเขตต์ ถิตวิริโย อาย 46 ปี พระลูกวัด ได้ไปชี้จุดตระแกรงเหล็ก ที่วางอยู่ข้างต้นไม้ หน้าเมรุเผา  ให้การว่า หลังจากปฏิบัติกิจของสงฆ์เสร็จ ได้นั่งอยู่ข้างกุฎิ ต่อมาได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ ขี่เข้ามาในวัด จึงหันไปมอง พบคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีส้ม จำป้ายทะเบียนไม่ได้ มากับเด็กชายอายุประมาณ 10 ปี มีรถเข็นพ่วงท้ายมาด้วย มาจอดหน้าเมรุ ตนไม่ได้สนใจ เพราะมักจะมีประชาชนขี่รถผ่านเข้าออกประจำ ต่อมาเห็นชายคนดังกล่าวเดินไปยกเอาตะแกรงเหล็กเผาศพที่พิงต้นไม้หน้าเมรุ จำนวน 2 แผ่น ขึ้นใส่รถเข็นด้านหลังรถจยย. แล้วขี่หลบไหนไป หลวงพี่วิ่งตามแต่ไม่ทัน จึงแจ้งตำรวจ

โดยเป็นตะแกรงเหล็ก 2 แผ่น น้ำหนักแผ่นละประมาณ 50 กก.เอาไว้สำหรับเผาศพในเมรุ แต่ที่นำออกมาไว้ภายในนอกเมรุ เพราะวัดได้ปรับปรุงซ่อมแซมเมรุ จึงนำตะแกรงออกมาไว้ด้านนอก หากมีการฌาปนกิจศพ ก็จะทำเมรุชั่วคราวกลางลานวัด แล้วนำตะแกรงเหล็กไปวางรองศพ ซึ่งเมรุนี้ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจทั้งศพคนทั่วไป ศพพระ และ ศพคนที่มีวิชาอาคม มาแล้วหลายศพ คนที่มาขโมยตะแกรงไปก็ขอให้นำมาคืน เพราะอาจจะเจอดี มีวิญญาณ หรือผี ติดตามไปทวงตะแกรงคืน ชีวิตจะไม่เป็นสุขแน่นอน

ส่วนนายสุนทร สีชาลู อายุ 51 ปี  พยานเห็นเหตุการณ์  ให้การว่า ตนเป็นพ่อค้าขายไม้กวาดเร่ อาศัยนอนค้างคืนที่ศาลาวัดแห่งนี้ประจำ ขณะที่ตนกำลังกวาดใบไม้ที่ลานวัด เห็นคนร้ายคาดว่าจะเป็นพ่อกับลูก ขี่รถจักรยานยนต์  มีรถเข็นพ่วงท้ายมาจอดที่หน้าเมรุ แล้วยกตระแกรงเหล็ก ขึ้นรถเข็นที่พ่วงท้าย ก่อนจะขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ร.ต.อ ชินาธิป บัวเข็ม สันนิษฐานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุลักตะแกรงเผาศพ น่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียงวัด หรือมาดูลาดเลาไว้ก่อน จึงรู้ว่ามีตะแกรงเหล็กวางอยู่นอกเมรุ อาจจะนำไปทำของขลัง หรือนำไปขายร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งจะได้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

Featured

หนุ่มทนไม่ได้ โดนท้ากล้าไหม ชักเหล็กขูดชาร์ป กระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงาน

หนุ่มทนไม่ได้ โดนท้ากล้าไหม ชักเหล็กขูดชาร์ป กระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงาน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 30 มิ.ย. ร.ต.อ.เติม สอนสังข์ รอง สวส. พงส.สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุคนแทงกัน ที่ หมู่ที่ 5 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย ม่วงสวย รอง ผกก.ป. หน่วยกู้ภัยหลังสวน กำลัง ตำรวจสายสืบ สายตรวจ สายตรวจตำบลวังตะกอ รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณริมถนนเอเซีย41 ขาขึ้น กทม. ห่างจาก รพ.หลังสวนเพียง 300 เมตร ที่หน้า โรงงานรับซื้อผลปาล์ม “พี เจ ปาล์ม ออย” เลขที่ 224 หมู่ที่ 5 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบเพียง “เหล็กขูดชาร์ป” ดัดแปลงมาจากไขควง 2 ด้ามหล่นอยู่ มีร่องรอยต่อสู้ในบริเวณดังกล่าว พนักงานของโรงงานชี้ให้ ตำรวจจับตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งกำลังเดินหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ตำรวจชุดสายตรวจตำบลวังตะกอ และ ตำรวจสายตรวจรถยนต์ จึงบุกเข้าจับกุม นายสมศักดิ์ กาลกำเนิด อายุ 29 ปี พนักงานโรงงานถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 1 ต.บางใหญ่ อ.กระบุรี จ.ระนอง อาชีพรับจ้าง ในสภาพมึนเมา แต่ยังพอพูดจาจับใจความได้ นายสมศักดิ์มีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ แต่ยอมให้ ตร.ควบคุมตัวแต่โดยดี
สอบถามได้การว่า “ในขณะที่กำลังทำงานใน โรงงานปาล์ม ที่กำลังจะปิด รอเพียงเสมียนคิดบัญชี นายสมศักดิ์ มีหน้าที่ดูแลโรงงานปาล์มด้วย เห็น นายแอ แรงงานข้ามชาติ อายุ 30 ปี เอาเพื่อนร่วมชาติที่ไม่ได้ทำงานในโรงงานฯเข้ามาในพื้นที่โรงงาน จึงส่งเสียงห้ามไม่ให้นายแอ นำคนภายนอกเข้ามาภายในโรงงาน

แต่นายแอ กลับพูดว่า กล้าไหม กล้าไหม ซึ่งถือว่าเป็นคำพูดท้าทาย และแรงงานข้ามชาติทั้งสองทำท่าเหมือนจะเข้ามาหาเรื่อง นายสมศักดิ์จึงกระโดดเข้าชกนายแอ และเกิดการต่อสู้กัน

นายสมศักดิ์ โมโหจึงล้วงเอาเหล็กขูดชาร์ปที่พกไว้ด้านหลัง แทงเข้าที่กลางหน้าอก 3 รู และข้างลำตัวขวา อีก 2 รู” เลือดตกใน ทำเอานายแอ ถึงกับทรุด อาการสาหัสทรุดอย่างรวดเร็ว

ดีที่อยู่ไม่ไกล รพ.หลังสวน เพื่อนคนงานจึงโทรเรียก รถพยาบาลมารับตัวนายแอ เข้ารักษาอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน เนื่องจาก เหล็กขูดชาร์ป แทงทะลุปอด ตำรวจจึงควบคุมนายสมศักดิ์ไว้ดำเนินคดี พยายามฆ่า และรอดูอาการนายแอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Featured

สาวโคราชฮือฮาพบ “เห็ดดาวดิน” ขึ้นในสวนหลังบ้าน นักวิชาการชี้ หายาก 1 ใน 10 ของโลก

วันที่ 28 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเห็ดประหลาด ขึ้นอยู่ในพื้นที่บ้านหลังโรงงานถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จึงได้เดินทางไปที่บ้านใน ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบกับนางนางฐิตารีย์ พงศ์วิวัฒนา เจ้าของบ้าน ซึ่งได้พาไปดูบริเวณสวนหลังบ้าน พบว่ามีเห็ดลักษณะประหลาดคล้ายดาว ออกตามดินใต้ต้นไม้อยู่เกือบ 30 ดอก โดยนางฐิตารีย์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนเองได้รดน้ำต้นไม้สวนหลังบ้านและได้สังเกตเห็นเห็ดเข้าใจว่าเป็นเห็ดเผาะธรรมดา จนเมื่อเช้าที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ได้สังเกตเห็นเห็ดบานออกเป็นแฉกรูปดาว เลยสอบถามเพื่อนและได้หาข้อมูลจาก google จึงได้รู้ว่าเป็น “เห็ดดาวดิน” ที่หาดูได้ยากเป็น 1 ใน 10 ของโลกที่จะพบเจอ

แต่เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ตนเองจึงได้ส่งรูปภาพไปให้นายรุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ นักอนุกรมวิธานพืช ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชคลองไผ่ อ.สีคิ้ว ดูอีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นเห็ดหายาก ชื่อ เห็ดดาวดิน จริง ส่วนมากพบตามพื้นที่ป่าทั่วไปตามทวีปอเมริกาเหนือ และที่ประเทศไทยก็มีน้อยมาก ซึ่งที่ผ่านมาในประเทศไทยพบที่ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น หมู่ที่ 6 บ้านเขาโล้น ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยลักษณะเหมือนกันรูปร่างดอกเห็ดระยะแรกจะดอกกลมขนาดเล็ก 3-5 เซนติเมตรมีสีเทาดำคล้ายกับเห็ดเผาะ แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งเปลือกนอกเขตจะบานออกลักษณะเป็นแฉก 6-7 แฉกตรงกลางก็ยังเป็นก้อนกลมลักษณะคล้ายดาวสวยงามสะดุดตาสำหรับผู้ที่พบเห็น

ทั้งนี้นางฐิตารีย์ บอกอีกว่า ถ้ามีทางหน่วยงานภาพรัฐบาลหรือหน่วยงานใด สนใจจะเข้ามาสำรวจและวิจัยเห็ดดาวดินสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 080-4550746

Featured

ชายหื่นวัย 50 ลวงข่มขืนหนูน้อย 9 ขวบ สารภาพหน้าตาเฉย อ้างเด็กหลงรักตัวเอง

ชายวัย 50 ย้ายตามลูกชายมาอยู่หมู่บ้านลูกสะใภ้ได้เดือนเดียว ล่อลวงเด็กหญิง 9 ขวบไปข่มขืน อ้างเด็กหลงรักตัวเอง

(25 มิ.ย.63) นายอนุชา เรืองอมรรัตน์ นายอำแภอพลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งนายซัว สุดแสงสังข์ ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลป่าชัน ว่ามีผู้ปกครองเข้าร้องเรียนเรื่อง หลานสาววัย 9 ขวบ ถูกชายวัย 50 ปี ที่เพิ่งมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ก่อเหตุกระทำชำเรา จึงได้มอบหมายให้นายวีรศักดิ์ บุราไกร ปลัดอำเภอ หน.ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยนายปิยะณัฐ กระจ่างจิตร์ ปลัดอำเภองานป้องกัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พลับพลาชัย  เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ปกครองของเด็ก ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง  

จากนั้นปลัดอำเภอ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ร่วมกันไปควบคุมตัว นายประวิทย์ อายุ 50 ปี พนักงานโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก ซองกันกระแทกพลาสติก ได้ที่บริเวณทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 200 เมตร ซึ่งนายประวิทย์ก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นได้นำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.พลับพลาชัย

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายประวิทย์  ก็ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เอ  วัย 9 ขวบจริงในกระท่อมใกล้หมู่บ้าน  เมื่อประมาณวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา   โดยอ้างแบบหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ล่อลวงหรือบังคับ แต่เด็กหลงรักตัวเอง   

ขณะที่ ร.ต.อ.วัฒนา อาจสาลี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พลับพลาชัย   ก็ได้สอบถามข้อมูลจากเด็กและผู้ปกครองในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้ส่งเด็กไปตรวจที่โรงพยาบาลพลับพลาชัย  เพื่อหาร่องรอยการกระทำชำเรา   พร้อมทั้งจะได้ประสานทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำเด็กผู้เสียหายอีกครั้ง   ซึ่งหากมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าได้ก่อเหตุจริง   ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย   ส่วนจะเข้าข่ายข้อหาอะไรนั้นต้องรอสอบปากคำผู้เสียหาย  และผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นายซัว สุดแสงสังข์ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า หลังจากตาของ ด.ญ.วัย 9 ขวบ มาร้องเรียนกับตนเองว่าถูก นายประวิทย์ อายุ 50 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ เพิ่งมาอาศัยอยู่กับลูกชายที่มีเมียอยู่ในหมู่บ้านได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ก่อเหตุกระทำชำเราหลานสาว ก็ได้แจ้งทางอำเภอทราบ จากนั้นทางปลัดอำเภอได้ประสานทางตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ทราบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จึงได้เข้าควบคุมตัวนายประวิทย์ ชายที่ถูกกล่าวหาไปสอบสวนที่ สภ.พลับพลาชัย  

ซึ่งนายประวิทย์  ก็ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุกระทำชำเรา ด.ญ.เอ จริง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และไม่อยากให้ประกันตัวเพราะเกรงจะก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งที่ผ่านมาในหมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย แต่นายประวิทย์ มาอาศัยในหมู่บ้านเพียงเดือนเศษก็มาก่อเหตุแบบนี้ โดยเฉพาะกับเด็กไร้เดียงสาก็เชื่อว่าถูกล่อลวงไปแน่นอน

Featured

หนุ่มออกไปล่าสัตว์ป่านำมาเป็นอาหาร กลายเป็นศพถูกล่า

วันที่ 23 มิ.ย. 63 ร.ต.อ.ชวินวิชญ์ วิชญาฐิติพัทธ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน แจ้งว่าได้รับแจ้งจากสายตรวจตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ว่ามีเหตุบุคคลเสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืนโดยไม่ทราบสาเหตุ และญาติได้นำศพจากที่เกิดเหตุมาไว้ที่บ้าน จึงได้แจ้งแพทย์เวรโรงพยาบาลแม่ระมาดทราบ และเดินทางออกไปตรวจสอบที่บ้านหลังเกิดเหตุ

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านห้วยแห้ง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก พบศพผู้ตายนอนอยู่บนพื้นบ้าน สวมเสื้อ 2 ชั้น สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายประกอบ อายุ 33 ปี พนักงานโรงงานกล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป อยู่บ้านหมู่ 9 ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

จากการสอบถามเบื้องต้น ได้ความว่าจากครอบครัวผู้ตาย ว่าเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในเวลาช่วงเช้า ผู้ตายพร้อมด้วย  นายชอยะ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นบิดาและนางฉาทู อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นมารดากับนายประกิต อายุ 28 ปี น้องชายได้เดินทางออกจากบ้านพักไปดูไร่ข้าว ในป่าท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 4 กิโลเมตร

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18.00 น. ผู้ตายแต่เพียงผู้เดียวได้สะพายอาวุธปืนแก๊ปยาวออกจากห้างไร่ข้าว เข้าไปในป่าโดยบอกกับญาติว่าจะไปล่าสัตว์ โดยมีอาวุธปืนแก๊ปยาวติดตัวไปด้วย จำนวน 1 กระบอก 

ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. ญาติซึ่งนอนพักอาศัยอยู่ที่ห้างไร่ข้าว ได้ยินเสียงปืนดังมาจากในป่าจำนวน 1 นัด แต่ก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด

กระทั่งต่อมา ผู้ตายก็ยังไม่กลับมาที่ไร่ข้าว ญาติจึงพากันเดินทางกลับบ้าน โดยคิดว่าผู้ตายน่าจะกลับไปที่บ้านก่อนแล้ว แต่เมื่อญาติเดินทางกลับมาถึงบ้านก็พบว่าผู้ตายยังไม่กลับมา

จนต่อมาในวันที่ 22 มิ.ย. ประมาณเที่ยงวัน ผู้ตายก็ยังไม่กลับมาบ้าน ญาติจึงได้พากันเดินทางออกไปติดตามหา จนกระทั่งพบศพผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในป่า ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร

และพบปลอกกระสุนปืนลูกชอง ตกอยู่ห่างจากศพประมาณ 3 เมตร จำนวน 1 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำศพกลับมาที่บ้าน และแจ้งเหตุให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกับนายแพทย์สุธา ภัทรกิจรุ่งเรือง นายแพทย์เวร รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ระมาด
ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พบมีบาดแผลกระสุนปืนเข้าที่ด้านหลังบริเวณใต้สะบักไหล่ขวา จำนวน 1 รู

กระสุนไปตุงอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ราวนมซ้ายด้านหน้า แพทย์ได้ทำการผ่าหัวกระสุนออก เป็นเม็ดตะกั่วทรงกลม จำนวน 1เม็ด สาเหตุการตายแพทย์แจ้งว่าเกิดจากบาดแผลถูกกระสุนปืน ได้ชันสูตรพลิกศพ ถ่ายภาพประกอบคดีไว้แล้ว

ล่าวุดวันนี้(23 มิ.ย. 63) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านเกิดเหตุ เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ และสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

จนทราบว่าผู้กระทำผิดรายนี้คือนายจ่อแอ๊ะโด้ (ไม่มีนามสกุล) เชื้อชาติกระเหรี่ยง อายุ 34 ปี พักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาสอบถามปากคำ

นายจ่อแอ๊ะโด้ฯ ให้การยอมรับว่า ตนเองได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 ออกไปล่าสัตว์ เห็นผู้ตายนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางผ่านของสัตว์ป่า เข้าใจว่าผู้ตายเป็นหมูป่าจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด

เมื่อยิงแล้วจึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ จึงทราบว่าเป็นคนถูกยิง จึงได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่กระท่อมกลางป่าสองวันต่อมาได้กลับเข้าหมู่บ้าน จึงถูกนำตัวมาสอบถาม และได้นำตรวจยึดอาวุธปืน 1 กระบอกและปลอกกระสุนปืนของกลาง 1 ปลอก

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่ากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงร่วมกันจับกุมตัว นำส่ง พนักงานดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

Featured

ปิดตำนานรักต่างวัย พบศพผัวหึงโหดฆ่าทุบหัวเมียรุ่นลูก ไปผูกคอตายบนต้นไม้

คืบหน้าคดีผัวหึงโหดฆ่าทุบหัวปาดคอเมียดับอนาถท้ายหมู่บ้าน ตำรวจและชาวบ้านตามล่าตัวทั้งคืน ล่าสุด พบเป็นศพผูกคอตายบนต้นไม้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (19 มิ.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.ท.สุประวีณ์ ปุริสา พนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพคนผูกคอตาย ที่บริเวณป่าสาธารณะบ้านคูขาด ด้านทิศเหนือ ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม 

ที่เกิดเหตุในป่าข้างทาง พบศพ นายล้าน อายุ 55 ปี พนักงานโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ผู้ก่อเหตุฆาตกรรม นางสาวบัวบาน อายุ 35 ปี ภรรยาของตัวเอง ผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นอลาง หรือ ต้นนนทรีป่า โดยจุดที่ผูกคอตายอยู่ห่างจากจุดที่ฆ่าภรรยา ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เบื้องต้น คาดว่านายล้านจะเสียชีวิตมาประมาณ 12 ชั่วโมง

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีชาวบ้านไปเก็บเห็ดในป่าถึงได้เจอศพ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากแพทย์ชันสูตรพลิกศพแล้ว จะได้นำตัวไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่โรงพยาบาลศรรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น 

นายอรุณ กุลีลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านคูขาด ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่มีชาวบ้านที่ออกไปเก็บเห็นในป่าชุมชน มาแจ้งให้ทราบว่าได้พบศพนายล้าน ผู้ก่อเหตุฆ่าเมีย เสียชีวิตด้วยการผูกคอตายอยู่บนต้นไม้ ตนจึงรีบเดินออกไปที่ทุ่งนาและเดินเข้าป่าไปยังจุดที่ชาวบ้านพบศพ

เมื่อเห็นศพก็พบว่าเป็นนายล้านจริง เนื่องจากตนเคยเจอและพูดคุยกับนายล้านมาก่อน ซึ่งไม่คิดว่านายล้านจะเป็นคนจิตใจอำมหิต เพราะที่ผ่านมานายล้านเป็นคนไม่กินเหล้า แต่สูบบุหรี่ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ซึ่งจากนี้ตนและชาวบ้านก็จะได้ช่วยเหลือการทำศพของครอบครัวของนางบัวบาล ที่ถูกนายล้านฆ่าอย่างเต็มที่

ด้าน นางบับพา อายุ 65 ปี แม่ของนางสาวบัวบาน กล่าวภายหลังจากทราบว่า นายล้านผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้ว ว่า ไม่ได้รู้สึกเสียใจ แต่กลับดีใจมากกว่า จะให้อโหสิกรรมคงยาก ตอนนี้ยังไม่ เพราะเก็บกด มันตายก็ไม่เสียใจ ไม่ดีใจ ถือว่าแล้วกัน จะได้ไม่ต้องเป็นเวรเป็นกรรมกันต่อไป มันจะได้ไม่ต้องไปก่อกรรมกับคนอื่น ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ กินข้าวไม่ลง นอนก็ไม่ได้นอน

ส่วนหลานๆ ก็ต้องเลี้ยงไปตามมีตามเกิด คงไม่ปล่อยทิ้ง เลี้ยงตามยถากรรม ตอนนี้ตนเองก็เป็นมะเร็งผิวหนัง ไม่รู้จะอยู่ได้สักกี่ปี ส่วนศพนายล้านหลังชันสูตร จะให้เอาไว้ที่โรงพยาบาลก่อน ขอจัดการเรื่องงานศพของลูกสาวให้เสร็จก่อน หากไม่มีญาติมารับศพ ตนก็จะเผาให้ แต่เรื่องทำบุญไปให้คงไม่ทำ