shadow

ขนลุก วงจรปิดจับภาพสุนัขเล่นกับใครที่มองไม่เห็น เชื่อเป็นยายที่เสียไปแล้ว

ขนลุก วงจรปิดจับภาพสุนัขเล่นกับใครที่มองไม่เห็น เชื่อเป็นยายที่เสียไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง ได้รับการเปิดเผยจาก นายพีรวิชญ์ ศรีสุข อายุ 44 ปี หลังเกิดเรื่องราวขนลุกในบ้าน พร้อมนำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ที่จับภาพนาที “เจ้าโตโต้” สุนัขที่เลี้ยงไว้ กำลังทำท่าทางเล่นสนุกเหมือนเล่นกับเจ้าของ แต่ในภาพไม่มีใครแม้แต่คนเดียว
โดยผู้โพสต์ได้โพสต์คลิปดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า “โต​โต้ หนู​ไหว้ใคร​ลูก”
โดยนายพีรวิชญ์เผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านจำหน่ายน้ำแข็งแห่งหนึ่งติดกับร้านขายส่ง ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ท้องที่ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จะเห็นเจ้าโตโต้ สุนัขพันธ์ชิสุ ทำท่ากำลังหยอกล้อกับเจ้าของ แต่ขณะนั้นในบ้านเห็นไม่มีใครสักคน ซึ่งเจ้าของที่เลี้ยงเจ้าโตโต้มานั้น เป็นคุณยายของเจ้าของร้านน้ำแข็ง ที่เสียชีวิตไปแล้วได้ จึงเชื่อกันว่าเป็นเรื่องลี้ลับ อาจจะเป็นวิญญาณของคุณยาย ที่มาหยอกล้อเล่นกับเจ้าโต​โต้ สุนัขตัวโปรดก็เป็นได้

สลดสังคม พ่อชวนลูกชายกับแฟนสาววัย 15 ก๊งเหล้าจนเมา แล้วข่มขืนแฟนลูก

สลดสังคม พ่อชวนลูกชายกับแฟนสาววัย 15 ก๊งเหล้าจนเมา แล้วข่มขืนแฟนลูก

จากเหตุการณ์ที่ นางสาวบี ( นามสมมุติ ) อายุ 15 ปี ถูกนายประกอบ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นพ่อของ นายเอ (นามสมมุติ ) อายุ 16 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียหาย ก่อเหตุข่มขืนภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านท่าน้ำนนท์ หลังก่อเหตุ นายประกอบ ผู้ต้องหา ได้กระโดดหลบหนี ไปในดงหญ้า บริเวณตรอกสุรา ชุมชนท่าน้ำนนท์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ใกล้บริเวณโรงงานจำหน่าย แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับมูลนิธิกู้ภัยจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นแต่ไม่พบตัวแต่อย่างใด

ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อสอบถามนางสาวบี อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย ทางโทรศัพท์ แต่ปฏิเสธระบุว่าไม่สามารถที่จะสะดวกให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นได้ในตอนนี้ เนื่องจากต้องไปตรวจร่างกายและรอให้พนักงานสอบสวนนัดเข้าให้ปากคำร่วมกับสหวิชาชีพอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุพบว่าเป็นห้องเช่าชั้นเดียว อยู่ในซอยต้องใช้เดินเท้าเท่านั้น ซึ่งบริเวณสองข้างทางเป็นป่าหญ้ารก พบห้องที่เกิดเหตุดังกล่าวตำรวจได้ปิดล็อคห้องไว้รอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในวันพรุ่งนี้

จากการสอบถาม นายอำนาจ อายุ 29 ปี ที่อยู่ห้องติดกันเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองเห็นทั้ง 3 คนนั่งดื่มสุรากัน ซึ่งไม่เคยเห็นนายประกอบ (ผู้ต้องหา) กับลูกชายดื่มสุราหนักขนาดนี้มาก่อน จนกระทั่งช่วงกลางดึก ตนเองทราบว่าเด็กสาวผู้เสียหายมีอาการเมาอย่างมากจนถึงขั้นอาเจียน ก่อนที่จะเข้าไปนอนด้วยกันทั้ง 3 คน

ช่วงประมาณ 2.00 น. นายประกอบผู้ต้องหา ได้อุ้มหญิงสาวผู้เสียหายไปที่บริเวณด้านหลังบ้านที่ติดกับห้องน้ำ ก่อนลงมือข่มขืน หลังจากสำเร็จความใคร่แล้ว ได้อุ้มตัวผู้เสียหายกลับมาที่นอนเหมือนเดิม แต่ระหว่างนั้นผู้เสียหายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในสภาพท่อนล่างเปลือย จึงรู้ว่าถูกข่มขืน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหยิบกางเกงมาให้ผู้เสียหายใส่ แต่ผู้เสียหายไม่กล้าที่จะบอกกับแฟนหนุ่มที่เป็นลูกชายของผู้ก่อเหตุที่นอนไม่ได้สติเพราะอับอาย

จนกระทั่งช่วงเย็นของวันต่อมาพี่สาวของผู้เสียหายได้เดินทางมาพร้อมกับมีเสียงเอะอะโวยวาย จากนั้นผู้ก่อเหตุเหตุยินยอมที่จะไปที่สถานีตำรวจ แต่เมื่อเดินออกไปสักระยะหนึ่งก็วิ่งหนีลงป่าข้างทาง ตนเองทราบว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติดมาก่อนที่จะมาหอพักที่เกิดเหตุดังกล่าว

ขณะที่ พันตำรวจเอก นภธร วาชัยยุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถที่จะสอบปากคำหญิงผู้เสียหายได้ เนื่องจากเป็นเยาวชน ต้องนัดมาสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ แต่จากการสอบถามพี่สาวของผู้เสียหายทราบว่าเมื่อคืนวันที่ 16 มกราคม ต่อเนื่อง 17 มกราคม น.ส บี ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปหานายเอ แฟนหนุ่ม ที่ห้องพักเกิดเหตุ และได้พบกับนายประกอบ ผู้ต้องหา ได้ชักชวนทั้งลูกตัวเองและผู้เสียหายดื่มสุรากัน 3 คน กระทั่งนางสาวบีและนายเอ เมาหลับไม่ได้สติระหว่างนั้นนางสาวบี ได้รู้สึกตัวว่าถูกในประกอบกำลังข่มขืนแต่ไม่สามารถขัดขืนได้ ส่วนแฟนหนุ่มก็นอนเมาไม่ได้สติขณะที่ผู้เสียหายถูกข่มขืน

ต่อมานางสาวบี ผู้เสียหายจึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้พี่สาวฟังจากนั้นได้เดินทางกลับไปที่บ้านหลังเกิดเหตุเพื่อไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในประกอบผู้ก่อเหตุได้ปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ข่มขืนผู้เสียหายแต่อย่างใด และพร้อมกับแสดงความบริสุทธิ์ใจพี่จะเดินทางไปที่สถานีตำรวจ แต่ระหว่างทางที่จะเดินทางมาที่สถานีตำรวจ นายประกอบผู้ก่อเหตุ ได้ฉวยโอกาสหนีลงไปในพงหญ้าข้างทางเพราะเกรงว่าจะถูกจับ ซึ่งผู้เสียหายจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เขาตรวจสอบแต่เมื่อไปถึงไม่พบตัวนายประกอบแต่อย่างใด แต่หลังจากนี้ก็ต้องเรียกตัวแฟนหนุ่มของผู้เสียหายมาสอบปากคำด้วยว่ามีส่วนรู้เห็นในการกระทำของพ่อตนเองหรือไม่

โดยในวันนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมกับส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับ นายประกอบ ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้ส่งชุดสืบสวนออกติดตามตัวนายประกอบ คาดว่าจะออกจากพื้นที่ไปแล้ว แต่เชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในไม่ช้านี้เนื่องจากขณะนี้ชุดสืบสวนทราบเบาะแสแล้วและเร่งไล่ล่าติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด

ศึกชิงนาง? ยิงหนุ่มใหญ่สนั่นซอย กระสุนเจาะร่าง 6 นัด จี้คนขับวินให้พาหนีพร้อมผู้หญิง

ศึกชิงนาง? ยิงหนุ่มใหญ่สนั่นซอย กระสุนเจาะร่าง 6 นัด จี้คนขับวินให้พาหนีพร้อมผู้หญิง
ยิงหนุ่มใหญ่สนั่นซอย กระสุนเจาะร่าง 6 นัด ก่อนจี้คนขับวิน จยย.ให้พาหนีพร้อมผู้หญิง คาดปมชู้สาว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. บางนา พร้อมด้วยกองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายสาธิต อายุ 45 ปี ถูกนายธนาเดช อายุ 47 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่บริเวณกลางหลัง 4 นัด ที่ท้อง 1 นัด และที่ขาอีก 1 นัด รวมทั้งสิ้น 6 นัด จนรับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านจำหน่าย กล่องเบเกอรี่ กล่องเค้ก ภายในซอยจ่าโสด 9 ถนนเลียบทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ย่านบางนา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงได้ทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล
โดยจุดเกิดเหตุพบกองเลือดและปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 ขช 4220 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของผู้ได้รับบาดเจ็บจอดอยู่ และยังพบรถจักรยานยนต์สีขาวยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ยษบ 925 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของผู้ก่อเหตุจอดทิ้งไว้ก่อนที่จะหลบหนี
สอบถามชาวบ้านคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่ตนเองอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงปืนจำนวน 5 นัด จึงได้เดินออกมาดูบริเวณระเบียงบนชั้น 2 ของบ้าน พบผู้ก่อเหตุกำลังพยายามสตาร์ทรถจักรยานยนต์ แต่สตาร์ทประมาณ 4-5 ครั้งแต่สตาร์ทไม่ติดระหว่างนั้นมีรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านมา ผู้ก่อเหตุจึงได้เรียกและขึ้นซ้อนท้ายพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งและใช้อาวุธปืนจี้ไปที่หลังบังคับให้พาหนีออกไปทางปากซอยถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ตนเองจึงได้ลงมาดูคนเจ็บพบว่ายังมีลมหายใจและสามารถสื่อสารได้พร้อมระบุว่ารู้จักคนที่ก่อเหตุ ชื่อเจ เป็นคนอยู่ในบริเวณในย่านนี้ ก่อนที่ตนเองจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ลุงวัย 62 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ไปส่งคนร้ายเล่าว่า ขณะที่ตนเองขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาคนร้ายได้ออกมาขวางที่หน้ารถและให้ไปส่งยังปากซอยตรงข้ามกับแฟลตทหารเรือถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ โดยให้ผู้หญิงนั่งตรงกลางส่วนคนร้ายนั่งซ้อนท้าย โดยระหว่างทางสังเกตเห็นว่าคนร้ายมีท่าทางลุกลี้ลุกลนทำให้ตนเองรู้สึกตกใจคิดว่าเป็นพวกค้ายาที่อยู่ระหว่างการหนีตำรวจ แต่ไม่ทราบว่าก่อเหตุยิงคนมา แต่ตนไม่เห็นอาวุธปืนของคนร้าย ก่อนที่ตนเองจะไปส่งที่หมายและมีรถจักรยานยนต์รับจ้างอีกคันหนึ่งรับต่อไป
ขณะที่ นางสาวสุวณีย์ ผู้ดูแลหอพัก ที่ผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งจักรยานยนต์รับจ้างมาจากปากซอยสุขุมวิท 70 / 5 ระหว่างนั้น นายสาธิต ผู้บาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาและได้มีปากเสียงกันตลอดทางกับหญิงสาว จนกระทั่งมาถึงที่ห้องของ นายธนาเดช ผู้ก่อเหตุ จากนั้นตนเองก็ได้ยินเสียงระหว่างผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุทะเลาะกันเสียงดัง ตนเองจึงออกมาห้ามปรามและหากจะมีปัญหากันให้ไปเคลียร์กันข้างนอกเพราะเกรงใจคนที่พักอาศัยอยู่ภายในหอพัก ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับขี่รถจักรยานยนต์พาหญิงสาวซ้อนออกไป ขณะที่ผู้บาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามออกมาและมาเจอบริเวณที่เกิดเหตุจึงเกิดการยิงกันเกิดขึ้น
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน. บางนา ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางที่คนร้ายหลบนี้เพื่อเร่งไล่ล่าติดตามตัว พร้อมกับประสานพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ ในข้อหาพยายามฆ่าและพรบ.อาวุธปืน คาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว

“ผู้ใหญ่เหมียว” ผู้ใหญ่บ้านสาวคนดัง เปิดใจครั้งแรก หลังจดทะเบียนสมรสอดีตสามี CEO

"ผู้ใหญ่เหมียว" ผู้ใหญ่บ้านสาวคนดัง เปิดใจครั้งแรก หลังจดทะเบียนสมรสอดีตสามี CEO
จากกรณี เฟซบุ๊กแฟนเพจ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เผยถึงเรื่องราวของซีอีโอสาวบริษัททีวีช่องเคเบิ้ลแห่งหนึ่ง ที่มาปรึกษาและขอความรู้ทางกฎหมายกับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม กรณีสามีซึ่งอยู่กินกันมา 10 ปี และมีลูกด้วยกัน 1 คน แอบไปจดทะเบียนสมรสกับผู้ใหญ่บ้านสาวสวย
โร่ปรึกษาทนายตั้ม ผัวอยู่กันมา 10 กว่าปี ลูก 1 แอบจดทะเบียนสมรสผู้ใหญ่บ้านสาว
เป็นที่เปิดเผยในเวลาต่อมา ว่าอดีตสามีที่ถูกกล่าวถึงนั้น คือ นายคทาธร พิลาพงษ์ หรือ แม็ค รักแท้ ไทยนิยม อายุ 45 ปี อดีตนักร้องลูกทุ่ง มีเพลงดังหลายเพลง เช่น น้ำตาขุนแผน และรักแท้ไม่แคร์เหตุผล เคยสังกัดค่ายดัง ปัจจุบันมีบ้านพักอยู่ที่เขตเทศบาลตำบลปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ แถวบริเวณ โรรงานจำหน่าย
ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว ส่วนผู้ใหญ่บ้านสาวคนดังกล่าว ก็คือ ผู้ใหญ่เหมียว รัชนิกุล บุญโนนแต้ ผู้ใหญ่บ้านที่ บ้านนาโซ่ หมู่ที่ 9 ตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งโด่งดังในโลกออนไลน์ เป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุด”
วานนี้(13 ม.ค.) ผู้ใหญ่เหมียว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เปิดใจถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยขอบคุณทุกกำลังใจจากลูกบ้าน และผู้ที่ติดตามเธอ รวมทั้งยืนยันว่าที่ผ่านมา ตัวเองไม่เคยโกหกและพูดความจริงเสมอมา ข้อความระบุว่า
การเติบโตทุกย่างก้าว เหมียวดูแลตัวเองได้ให้ดีที่สุดเสมอมา เหมียวค่อนข้างระมัดระวังในการใช้ชีวิตที่สุด ขอให้ FC และลูกบ้านเชื่อมั่นเถอะว่าเหมียวไม่เคยทำร้ายใคร ไม่สร้างกระแสให้ตัวเองในทางที่เบียดเบียนผู้อื่น มีศีลธรรม และรักความยุติธรรมเป็นที่หนึ่ง
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเหตุผลเสมอ เหมียวไม่เอาชีวิตทั้งชีวิต ที่ค่อยๆ รังสรรค์สร้าง มาแลกกับเรื่องบางเรื่องหรอกค่ะ ความรัก ความเชื่อมั่น ความศรัทธา ที่ชาวบ้านและผู้ใหญ่มอบให้เหมียว เหมียวสำนึกเสมอมา มีคุณค่าทางจิตใจมาก และไม่เคยหลอกลวง เนรคุณ หรือหักหลังใคร
จงเชื่อมั่นว่าเหมียวไม่ทำภาพลักษณ์ของชาวราชสีห์เสียหายแน่นอน เพราะกว่าเหมียวจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากความรู้สึกที่แท้จริงได้ เหมียวใช้ใจล้วนๆ เหมียวปกป้ององค์กรและพลังศรัทธาอันบริสุทธิ์ที่ชาวบ้านมอบให้เหมียวเสมอใจ
ขอให้ทุกท่านเสพข่าวอย่างมีสติ อย่าตกเป็นเครื่องมือทางอารมณ์ของใคร เพราะที่สุดแล้ว ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกันไปทำมาหากิน รับผิดชอบชีวิตตัวเอง เหมียวเป็นคนปรับความรู้สึกกับความเป็นจริงได้ง่ายมาก อ่อนโยนค่ะ แต่ไม่อ่อนแอจนยอมให้ใครมารังแกได้ เหมียวมีวิธีปกป้องความรู้สึกตัวเอง เหมียวให้เกียรติตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองเสมอ หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักเหมียว เคยได้คุยกับเหมียว หรือติดตามเหมียว เหมียวเลยไม่โกรธที่บางท่านจะแสดงความคิดเห็นตามความรู้สึกส่วนตัวแต่ขอให้ทุกท่านเว้นพื้นที่ไว้ให้เหมียวได้อธิบายด้วย
เสน่ห์ของการพูดความจริงคือไม่ต้องท่องจำอะไรเลย
ความดีทำยากเห็นผลช้าแต่คุ้มค่าเสมอเมื่อส่งผลจะปกป้องเราเอง
ต่อจากนี้โชคดีจะเป็นของเหมียว
ขอบพระคุณกำลังใจที่ FC ชาวบ้าน เพื่อน ครอบครัว อาจารย์ ที่ส่งกำลังใจให้เหมียว เชื่อมั่นในตัวเหมียวแบบสุดใจ ขอบพระคุณจากใจค่ะ เหมียวจะจดจำทุกความรู้สึกไว้
ผู้ใหญ่เหมียว
ขณะเดียวกัน ในเฟซบุ๊กของ นายคทาธร พิลาพงษ์ หรือ แม็ค รักแท้ ไทยนิยม ก็ได้โพสต์ข้อความชี้แจงในมุมของตัวเองเช่นกัน หลังจากที่วานนี้เจ้าตัวได้เปิดใจกับสื่อมวลชนไปแล้ว โดยเจ้าตัวระบุว่า
วันนี้ขอพูดบ้าง คนเจ็บกับคนเจ็บ​มาเจอกัน ผมโดนเขาทิ้งเขาอยากเลิกกับผม แบ่งทรัพย์สิน​กับผม ผลักไสให้ผมออกไปจากชีวิต มีไม่กี่เรื่องหรอกที่ผู้ชายจะรับไม่ได้ เขาทราบความจริงดี
ผมมีธุรกิ​จ มีลูกน้อง มีภาระค่าใช้จ่าย และที่สำคัญ​ผมมีลูก​ ผมจึงต้องรีบลุกขึ้นมาต่อสู้​กับความจริง มันผิดไหม? ที่ผมเลิกกันแล้ว ผมถึงมาเจอผู้ใหญ่เหมียว ผมและเหมียวโสดกับโสดมาเจอกัน เขานิสัยดีมาก ไม่แปลกที่ชาวบ้านรักเขา ที่ผ่านมาเราทั้งสองเคยเจ็บปวดเรื่องความรัก จึงเข้าใจถึงความรู้สึก​และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จริงใจต่อกัน ก้าวผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายมาด้วยกัน
แล้ววันหนึ่งผมลุกขึ้น​มา​ได้ ธุรกิจ​ผมเริ่มเติบโต ผมหันกลับมารักตัวเอง รู้จักคุณค่า​ของตัวเอง ในวันที่ผมลุกขึ้น​มายืนได้ ก้าวผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายแล้วคุณ​จะกลับมาทำร้ายผมอีกทำไม
ทำไมไม่พูดความจริง? ทำไมไม่ทำหน้าที่ของตัวเองตามที่ตกลงกันในสัญญา? ตอนจะไปรั้งยังไงก็ไม่อยู่ ตอนจะกลับมาพอดีว่าผมเห็นคุณค่า​ของตัวเองแล้ว เราไม่ได้แอบใครไปจดทะเบียนสมรส ​เราทั้งสองได้ไตร่ตรองกัน​ดีแล้ว ที่จะใช้ชีวิตคู่ในการทำธุรกิจ​ร่วมกันในอนาคต จำใว้อย่าล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น

กู้ภัยช่วยทัน! หนุ่ม รปภ.หวังกระโดดฆ่าตัวตาย เศร้าเปย์สาวไปหลายพัน แต่กลับถูกบล็อก

กู้ภัยช่วยทัน! หนุ่ม รปภ.หวังกระโดดฆ่าตัวตาย เศร้าเปย์สาวไปหลายพัน แต่กลับถูกบล็อก
ทีมกู้ภัยย่องเข้าชาร์จช่วยชีวิต รปภ.หนุ่มใหญ่ เตรียมกระโดดทางระดับรอดหวุดหวิด เผยเหตุเครียดเพราะผิดหวัง โอนเงินเปย์สาวออนไลน์ไปหลายพัน สุดท้ายถูกบล็อกหนี ชีวิตหมดสิ้นความหวัง กินเหล้าย้อมใจตั้งแต่เลิกงานก่อนคิดสั้น
ความคืบหน้าเหตุระทึกหน่วยกู้ภัยบุกชาร์จช่วยดึงตัวหนุ่มใหญ่ที่กำลังจะกระโดดสะพานต่างระดับแยกแม่กวง ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. คืนที่ผ่านมา กลายเป็นวินาทีชีวิตที่ทำชายดังกล่าวรอดตายหวุดหวิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ( 12 ม.ค.) นายชัยวัฒน์ อาศุวัฒนกูล อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ หนึ่งในทีมกู้ภัยที่เข้าไปพูดคุยเกลี้ยกล่อม เล่าว่า ช่วงที่มีการพูดคุย ชายคนดังกล่าวอยู่ในอาการเมาสุรา บอกว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผิดหวังหญิงสาวคนหนึ่งที่พูดคุยกันทางออนไลน์เล่าว่า เธอทำอาชีพเป็นพนักงานขาย ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า โดยคุยกันมาได้ 5 วัน ล่าสุดวันเกิดเหตุได้โอนเงินไปให้หลายพันบาท แต่กลับถูกบล็อกการติดต่อทุกช่องทางหลังจากโอนเงินไปให้ ทำให้เสียใจที่ถูกหลอก ตกเย็นเลิกงานจึงได้ไปดื่มเหล้าจนเมา และตัดสินใจขี่จักรยานยนต์ไปบนสะพานพร้อมกับซื้อเบียร์ไปดื่มหวังกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย
ขณะที่นายศิวกร โพธิชัย อายุ 22 ปี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ ที่เป็นคนเข้าไปคว้าตัวชายคนดังกล่าว เล่าว่า กู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเจรจาพูดคุยอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ชายดังกล่าวก็ไม่มีท่าทีใจเย็น พร้อมกับสั่งห้ามตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าใกล้ จังหวะนั้นเห็นว่าชายคนนี้เริ่มขยับตัวเตรียมกระโดดลงไปด้านล่าง จึงตัดสินใจถอดเสื้อกู้ภัยออกและค่อย ๆ เดินเลาะไปข้าง ๆ ก่อนอาศัยจังหวะพุ่งเข้าไปดึงตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
นายศิวกร บอกว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก เพราะหากพลาดไปแค่เสี้ยววินาที ก็อาจทำให้ชายคนนี้ตกลงไปเสียชีวิต เพราะความสูงจากขอบทางต่างระดับถึงพื้นด้านล่างกว่า 5.5 เมตร แต่เมื่อทำสำเร็จก็ดีใจที่ได้ช่วยชีวิตไว้ได้ โดยทางต่างระดับเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันมาหลายครั้ง

ไขปริศนา “เสี่ยร้านทอง” ถูกยิงตัดขั้วหัวใจ คาบ้านเมียคนที่ 2 พบจดหมายลาตาย

ไขปริศนา "เสี่ยร้านทอง" ถูกยิงตัดขั้วหัวใจคาบ้านเมียคนที่ 2 พบจดหมายลาตาย

เสี่ยร้านทอง วัย 63 ปี ถูกยิงกระสุนตัดขั้วหัวใจ เสียชีวิตที่บ้านเมียคนที่ 2 วัย 35 ปี ล่าสุด ตำรวจพบจดหมายลาตาย กลุ้มใจโรคประจำตัว

จากกรณี วานนี้ (9 ม.ค.) นายเอก หรือ ตือ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านทองในตัวเมืองบุรีรัมย์ ถูกกระสุนปริศนา ยิงเข้าที่หน้าอก กระสุนตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต ที่บ้านของ นางสาวสุภาพร อายุ 35 ปี ทำอาชีพเป็นเซลขาย เทปใส เทปกาว เหตุเกิดบ้านสายโท 8 เหนือ ม.8 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนที่ 2 หลังอยู่กินกันมานาน 11 ปี

การเสียชีวิตดังกล่าวของเสี่ยร้านทอง สร้างความกังขาให้กับตำรวจและชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะผิดวิสัยของการฆ่าตัวตาย คือการยิงกลางหน้าอก ต่างจากการฆ่าตัวตายทั่วไป ซึ่งจะยิงที่ศีรษะมากกว่า

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (10 ม.ค.) ตำรวจพบหลักฐานเป็นจดหมายของเสี่ยตือ เขียนไว้ใส่กระเป๋าเงิน โดยมีข้อความว่า “ฆ่าตัวตายเอง กลุ้มใจโรคประจำตัว 2-3 วันให้เผาศพ ขอบคุณครับ ขออโหสิกระผมด้วยครับ” จดหมายดังกล่าวสร้างความสบายใจให้กับครอบครัวของภรรยาเป็นอย่างมาก หลังจากถูกมองไปหลายมุมก่อนหน้านี้

ด้าน นางสมจิต อายุ 60 ปี อาของภรรยาผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายมาอาศัยอยู่กับภรรยาคนนี้นาน 11 ปี ได้มีการปลูกบ้านอยู่กันสองสามีภรรยาติดกับไร่ยาง 12 ไร่ เป็นที่ดินของภรรยา

การฆ่าตัวตายของนายตือ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เท่าที่ทราบมีโรคประจำตัวหลายโรค ประกอบกับนายตือเคยไปหาภรรยาเก่าซึ่งเลิกรากันไปเมื่อหลายปีแล้วที่ตัวเมือง แล้วถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งชนวนเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้

เครียดเมียรักจดทะเบียนชายอื่น ผัวชวน เกี่ยวก้อยกินยาพิษดับ แต่เมียไม่ยอมกินตาม

เครียดเมียรักจดทะเบียนชายอื่น ผัวชวนเกี่ยวก้อยกินยาพิษดับ แต่เมียไม่ยอมกินตาม
ผัวเครียด หลังเมียรักชิ่งจดทะเบียนชายอื่น เกี่ยวก้อยกินยาพิษ เปิดขวดกระดกดับ เมียไม่ยอมกินตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (7 ม.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. ตำรวจ สภ.เนินขาม รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณลานจอดรถข้างฝายเก็บน้ำร่องลกฟ้า หมู่ 18 ต.เนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท ที่เกิดเหตุ พบศพนายอนุวัตร อายุ 48 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8151 อุทัยธานี
แต่ด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เจ้าหน้าที่จึงต้องทำการตรวจหาเชื้อก่อน เข้าพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภายในรถพบยาฆ่าหญ้าถูกบรรจุใส่ขวดน้ำดื่ม บริเวณโดยรอบพบขวดเบียร์จำนวน 4 ขวด
จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.สวรรค์ประชารักษ์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป
จากการสอบถาม นางชนากานต์ อายุ 48 ปี ทำกิจการนำเข้า ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ เปิดเผยว่า ตนคบกับผู้ตายมา 8 ปี เคยจดทะเบียนสมรส แต่ก็ทะเลาะและหย่าร้างกันไปเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ยังคบหากันมาตลอดด้วยความรัก
แต่พอมาช่วงปลายปี 2564 ตนเผลอใจให้หนุ่มอีกคนที่เจอกันผ่านเฟซบุ๊ก พลาดไปมีอะไรกันจนต้องแต่งงาน จดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งระหว่างนั้นตนก็สร้างโลก 2 ใบ แล้วพอมาวันที่ 30 ธ.ค. 2564 ผู้ตายจับได้จึงมีปากเสียงกัน และนัดเจอกันมาตลอดตั้งแต่ปีใหม่จนถึงวันนี้
ก่อนเกิดเหตุก็แอบทางบ้านมาเจอกับผู้ตายเช่นเคย ตนดื่มเบียร์ไป 4 ขวด แล้วผู้ตายก็บอกว่า ทนเป็นแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เราไปด้วยกันนะ ตามที่เราสัญญาไว้ แล้วผู้ตายก็ไปคว้ายาฆ่าแมลงที่เตรียมไว้ แล้วหันมาบอกว่า ให้ตนกินตาม กินไป 2-3 อึก จนหมดสติไป เห็นอย่างนั้นจึงรีบโทรตามให้คนมาช่วยทันที
ด้าน ญาติของผู้ตาย เปิดเผยว่า ทางบ้านไม่ติดใจอะไร เพราะผู้ตายรักเมียคนนี้มาก บอกแต่ว่าจะไปเอาเมียคืนมาให้ได้ ทุกคนก็พยายามห้ามปราม ให้หักห้ามใจ แต่ผู้ตายก็ฟังหูไว้หู ยิ่งมาเห็นทะเบียนสมรสยิ่งโมโหใหญ่ ซึ่งทุกคนไม่คิดว่าเรื่องจะมาลงเอยแบบนี้

รปภ.อึ้ง หลังหัวหน้าก่อเหตุข่มขืนลูกบ้านสาว ยังส่งข้อความมาหา บอกทำไปเพราะรัก

รปภ.อึ้ง หลังหัวหน้าก่อเหตุข่มขืนลูกบ้านสาวยังส่งข้อความมาหา บอกทำไปเพราะรัก

คืบหน้ากรณี หัวหน้า รปภ.ข่มขืนลูกบ้านสาว รปภ.ที่อยู่ในคืนเกิดเหตุ เผยหลังก่อเหตุหัวหน้ายังส่งข้อความมาหา แค้นใจแทน เหยื่อเป็นคนดี ชอบเอาอาหารและน้ำมาฝากเสมอ

จากกรณีหญิงสาว อายุ 36 ปี ถูกนายมนตรี อายุประมาณ 40 ปี หัวหน้า รปภ. คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง

แถวร้านจำหน่าย ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้ ถนนเพชรเกษม แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ บุกเข้ามาในห้องพัก จับใส่กุญแจมือ ก่อนจะลงมือข่มขืน ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปได้ แม้ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุหลังจากรับแจ้ง 5 นาที

ล่าหัวหน้า รปภ. คอนโดฝั่งธนฯ บุกห้องลูกบ้านสาว จับใส่กุญแจมือ-ข่มขืนยับ
ล่าสุด วันนี้ (5 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกียงคำ อายุ 57 ปี รปภ.ที่ประจำอยู่ป้อมหน้าคอนโดในคืนเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ในคืนนั้นตนประจำการอยู่ที่ป้อมหน้า โดยช่วงเวลาประมาณตี 1 ก็ทราบว่าหัวหน้ามนตรีได้พาช่างกุญแจขึ้นไปเปิดห้องให้กับลูกบ้าน พอช่างกุญแจกลับไป หัวหน้ามนตรีก็เดินมาคุยกับตนก่อนจะเดินหายไปช่วงเวลาประมาณ 01.27 น.

สักพักก็มีคนเข้ามาที่คอนโด แจ้งว่าเป็นญาติกับลูกบ้านซึ่งลูกบ้านเพิ่งถูกข่มขืน โดยญาติของผู้เสียหาย เป็นตำรวจด้วย ตนจึง ว. ไปบอกกับหัวหน้ามนตรี ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่หากมีบุคคลภายนอกจะติดต่อเข้าภายในพื้นที่ รปภ. ที่ป้อมจะต้องแจ้งและได้รับการอนุมัติจากหัวหน้า รปภ. ก่อน

ซึ่งวันนั้นหัวหน้ามนตรีไม่ได้ตอบรับกลับมา ตนจึงไม่สามารถอนุญาตให้ญาติของผู้เสียหายเข้ามาในพื้นที่ได้ และเพิ่งมารู้ภายหลังว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยหัวหน้ามนตรีเป็นผู้ก่อเหตุเอง

โดยในคืนนั้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกระเป๋าของหัวหน้ามนตรี ก็พบกุญแจมือ เทปพันสายไฟ และมีด ซึ่งไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องพกไว้สำหรับการทำงาน และตนก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหัวหน้ามนตรีพกอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ในกระเป๋า

ทั้งนี้ พอตนรู้ว่าหัวหน้ามนตรีเป็นคนก่อเหตุก็รู้สึกโกรธและเจ็บแค้นใจมาก เพราะลูกบ้านที่เป็นผู้เสียหายคนนี้เป็นคนใจดี จะคอยเอาอาหารเอาน้ำมาฝาก รปภ. อยู่เสมอ ซึ่งตนมองว่าผู้เสียหายเป็นผู้มีพระคุณ หัวหน้ามนตรีไม่น่าจะทำเช่นนี้ และหากในคืนนั้นตนรู้ว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ตนจะขึ้นไปช่วยด้วยตนเอง แม้ตัวเล็กก็จะสู้ และจะไม่ห้ามไม่ให้ญาติขึ้นไปด้วย

โดยคืนนั้นตนเองก็ถูกญาติของผู้เสียหายตบเข้าที่ใบหน้า เนื่องจากไม่พอใจที่ตนกีดกันไม่ให้ขึ้นไป ซึ่งตนก็ไม่ถือโทษโกรธเพราะยอมรับผิดว่าตนเองบกพร่องจริง แต่ในเช้าวันรุ่งขึ้นหัวหน้ามนตรีได้ส่งข้อความมาหาตน บอกว่าขอโทษที่ทำให้ต้องโดนตบหน้าและบอกว่าที่ทำไปเพราะรักผู้เสียหายแอบมองมานานแล้ว

สำหรับตัวหัวหน้ามนตรีนั้น ตนรู้จักตั้งแต่เข้ามาทำงานด้วยประมาณสองปีแล้ว โดยปกติเป็นคนที่ชอบทำงานเอาเปรียบลูกน้อง อีกทั้งยังเคยมาพูดกับตนว่าเขาเล็งลูกบ้านผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ซึ่งตนก็ได้เตือนไปว่าอย่าไปยุ่งกับลูกบ้าน

ส่วนพฤติกรรมในการเสพยา ตนคาดว่าหัวหน้ามนตรีน่าจะเสพยาจริง เพราะก่อนจะหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้มายืมเงินหัวหน้าอีกคนไป 1,500 บาท และช่วงปีที่ผ่านมาก็เคยมีอาการคล้ายหลอนยา โวยวายบอกว่าจะลาออกด้วย

แม็กซ์ เฮลท์ เกาะกระแส การตลาด “แหวกอก” ดันยอดขายปัง

แม็กซ์ เฮลท์ เกาะกระแส การตลาด “แหวกอก” ดันยอดขายปัง
ขณะนี้เกิดกระแส การตลาด “แหวกอก” ฟีเวอร์ ไปทั่วสารทิศ เพราะเหล่าแม่ค้าแห่ไปหยิบเสื้อแฟชั่น ที่ออกแบบมาเพื่อโชว์สรีระความเป็นหญิง ได้เผยถึงทรวดทรง องเอว อวดความเซ็กซี่ให้บรรดาลูกค้า ทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ หรือ แม้แต่ผู้หญิงเองก็มองจนเหลียวหลัง พร้อมดันยอดขายบางรายต่อวันพุ่งกว่า 100%
กัญ-กัญญณัช รุจิภาเชิดสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็กซ์ เฮลท์ จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อคนรักสุขภาพ แบรนด์ อิซซี่ ,ยู-ฟิน,ค็อก-คอมเพล็กซ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้บริหาร รุ่นใหม่ ทางบริษัทก็เน้นทำการตลาดแบบ Omni Channel รุกหมดทั้ง Offline Online โดยเฉพาะปี 2565 ทางบริษัทจะเน้นหนักไปทาง Online มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยล่าสุดตนเองได้เกาะกระแส แฟชั่นเสื้อแหวกอก ของแบรนด์ดัง อย่าง Jacquemus (ฌักมูส) หลังใส่เสื้อโพสคู่กับผลิตภัณฑ์ อิซซี่ เพียงไม่นานก็มียอดสั่งซื้อมากกว่า 100 กล่อง ในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง รายได้ทะลุหลักหมื่น
ทั้งนี้ ต้องยอมรับเลยว่ากระแสโซเชี่ยลมีผลอย่างมาก แต่ผลิตภัณฑ์ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทุกตัวของบริษัท คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะ กล่องเบเกอรี่ กล่องเค้ก ก็เอายู่โดยเฉพาะ IZZIE FIBER กระแสตอบรับดีเกินคาด เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ขจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านการขับถ่าย เมื่อลำไส้สะอาดการดูดซึมสารอาหารก็จะดีตามไปด้วย เพราะสุขภาพที่ดีต้องดีจากภายใน โดยหลังจากนี้ทางบริษัทจะมีโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมแคมเปญ ลุ้นรางวัลมากมาย สายรักสุขภาพห้ามพลาด และ สามารถติดตามได้ทาง IZZIE Thailand ใน Page Facebook
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็กซ์ เฮลท์ จำกัด ยังกล่าวต่อว่า การตลาดในปัจจุบัน ไร้ขีดจำกัด การริเริ่มอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นจะกลายเป็นกระแสสังคม ทั้งแง่บวก และ ลบ เพราะชีวิตผู้บริโภคในปัจจุบันผูกติดกับโซเชี่ยล การถ่ายภาพ หรือ วีดีโอ โพสต์ และ เกิดการแชร์ต่อๆกัน จะกลายเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ที่ทรงพลัง ให้กับผู้ประกอบการที่หัวใสและมีไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งนั้นหมายถึงรายได้มหาศาลที่จะตามมาในอนาคต
Sanook สุดจัด 2021 ..ที่สุดแห่งปี

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวสุดอึ้ง คุณตาซาเล้งขาเป๋ลูกค้าประจำ ที่แท้ร้อยตำรวจโทปลอมตัวมา

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวสุดอึ้ง คุณตาซาเล้งขาเป๋ลูกค้าประจำ ที่แท้ร้อยตำรวจโทปลอมตัวมา
ยิ่งกว่าประธานบริษัท! คุณตาซาเล้งขาเป๋แต่งตัวมอซอ ชอบมาสั่งเกาเหลา ร้านลดราคาให้ก็ไม่ยอม ที่แท้เป็นร้อยตำรวจโทปลอมตัวมา
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก น้าลั่น เนื้อตุ๋นปลาเด้ง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ข้างร้านจำหน่าย ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว
ห้าแยกเกาะยอ จ.สงขลา ได้โพสต์รีวิวร้านเป็นภาพสูงวัยแต่งตัวมอมแมม ขี่ซาเล้งมากินเกาเหลาที่ร้าน เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พร้อมระบุว่า
“แม้ว่าคุณตาจะขับซาเล้งรับงานทั่วไปบางวันได้ไม่ถึง300แต่คุณตาก็มากินเกาเหลาที่ร้านผมเป็นประจำ 80บาทคุณตาบอกคุ้มค่ากับความอร่อย #คุณตาคนจริง”
ซึ่งเจ้าของร้านยังบอกด้วยว่า ตนเห็นว่าคุณตารายได้น้อย เกาเหลาราคา 80 บาทอาจจะแพงเกินไป จึงจะลดราคาให้ คุณตาซาเล้งก็ไม่ยอมขอจ่ายราคาเต็ม บอกว่าถ้าลดราคาให้คราวหน้าจะไม่กล้ามากินอีก
ล่าสุด 20 ธ.ค.64 เจ้าของร้านได้โพสต์ภาพคุณตาซาเล้งคนเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้ไม่ได้แต่งตัวโทรมๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ได้ขี่รถซาเล้งแต่ขับรถตำรวจมาพร้อมแต่งชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ โดยระบุข้อความว่า
“งานเข้าคับพี่น้อง ร้านผมโดนCIAเข้ามาสืบความลับซะแล้ว คุณตาขับซาเล้งเดินขากระเผลกบอกทำงานได้ค่าแรงไม่ถึง300 เที่ยงนี้เปิดตัวเป็นร้อยตำรวจโทเดินปร๋อเลยครับ ขับรถตำรวจมาด้วย แกงใส่ผมหม้อเบ่อเริ่มเลยนะ…อีกอย่างที่จะบอกว่าเราว่าน้ำซุปเราอร่อยคือมีตำรวจแฝงตัวเข้ามาเป็นลูกค้า ร้านเดิมผมตำรวจมาเยอะมากแล้วเคยเจอถามตรงๆ เลยว่าใส่กัญชารึป่าว ผมบอกสมุนไพรที่ผมใส่แพงกว่ากัญชาอีกครับ หุหุ”