shadow
Featured

จังหวะนรก! พายุพัดต้นไม้โค่นทับรถ เมียตาย-ผัวสาหัส หมานั่งหงอยเฝ้าศพเจ้าของ

พายุโซนร้อนถล่มในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ พัดกระหน่ำเอาต้นไม้ขนาดใหญ่ริมทางหักโค่นทับรถยนต์กระบะขับฝ่าสายฝน เมียตาย ผัวสาหัส หมานั่งเฝ้าอาลัยเจ้าของ

เหตุพายุโซนร้อนพัดกระหน่ำในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.40 น. (24 พ.ค.63) ในพื้นที่ตำบลหนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ พันตำรวจโท ณัฐพันธ์ เดชพลกรัง รอง ผกก.สอบสวน.สภ.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งว่ามีต้นไม้ล้มทับรถยนต์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ติดอยู่ในรถ จึงประสานหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสว่างคุณธรรมสถานจุดหนองบัวโคก และแพทย์เวร รพ.จัตุรัส เข้าให้การช่วยเหลือ และตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนสุรนารายณ์ ห่างจากสี่แยกหนองบัวโคก ไปทางโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ อำเภอบำเหน็จณรงค์ ประมาณ 1 กิโลเมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 5373 นครราชสีมา ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับที่กลางคันรถ สภาพรถพังยับเยินทั้งคันจอดอยู่กลางถนน

โดยมีคนติดภายใน 2 คน ทราบชื่อภายหลังชื่อ นายบุญสวน อายุ 55 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนฝั่งซ้ายข้างคนขับพบร่าง นางเกษม อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายบุญสวนคนขับ เสียชีวิตคาที่บนเบาะรถติดอยู่ภายในรถ และยังพบสุนัข อีก 1 ตัว ติดอยู่ในรถด้วยและนั่งเฝ้าเจ้าของอยู่ในรถยนต์อย่างน่าสงสาร หน่วยกู้ชีพกู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างซากรถนำร่างของคนทั้ง 2 และสุนัขกว่า 30 นาที จึงนำร่างทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งสุนัข ออกมาจากซากรถได้ ซึ่งเป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างมากที่ได้เห็นสุนัขนั่งเฝ้าเจ้าของที่เสียชีวิตไม่ห่าง ส่วนนายบุญล้วน คนขับที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวไปรักษาตัวที่ รพ.จัตุรัส

พันตำรวจโท ณัฐพันธ์ เผยว่าสาเหตุน่าจะมาจากขณะที่นายบุญสวน ขับรถมาพร้อมภรรยา และสุนัข ได้เกิดฝนตกหนักแรงและมีลมกระโชกแรงพัดเอาต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทางหักโค่นล้มทับรถยนต์กระบะที่นายบุญสวนขับผ่านมาพอดี เป็นเหตุให้ทั้งนายบุญสวน คนขับรถได้รับบาดเจ็บ และนางเกษมภรรยา เสียชีวิตคาที่ภายในรถ ซึ่งผู้เสียชีวิตแพทย์ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว เมื่อทางญาติไม่ได้ติดใจในการเสียชีวิต จะได้มอบร่างให้กับญาติ รับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

จับแก๊งประธานสภา อบต. ยิงพ่ออดีตประธานสภาดับ หลังลูกก็เพิ่งถูกยิงตาย

วันที่ 22 เม.ย. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี และ สภ.ยะหริ่ง นำกำลังเข้าจับกุม นายมะซูดิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ประธานสภา อบต.แห่งหนึ่งใน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี, นายมูหะหมัด สุกูมุง อายุ 42 ปี, นายอิสมาแอ แวกาจิ อายุ 49 ปี, นายอับดุลรอยะ สุกูมุง อายุ 40 ปี และ นายมะรอฮิม กาเจกาซอ อายุ 70 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง ฯและซ่องโจร”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเย็นวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ นายไสว พรหมแก้ว อายุ 77 ปี หลังจากไปละหมาดอีซาที่มัสยิดใกล้บ้านติดกับโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนสงครามยิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับคนในครอบครัวของผู้ตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง

เหตุครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.62 ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิง นายเจ๊ะนา (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ญาติสนิท บาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นอีกแค่ 1 เดือน นายอามะ พรหมแก้ว อายุ 57 ปี อดีตประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ ลูกชายของ นายไสว ก็ยังถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ทางครอบครัวของผู้ตายจึงนำเรื่องเข้าร้องกองปราบ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.ต.จิรภพ จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อสืบหาเบาะแส โดยร่วมกับทางตำรวจท้องที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบว่า ปมสังหารมาจากความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น ระหว่างกลุ่มของผู้ตายที่ชนะการเลือกตั้งกำนัน กับกลุ่มของ นายมะซูดิง ประธานสภา อบต.ตะโละกาโปร์ คนปัจจุบัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและเข้าจับกุม นายมะซูดิง พร้อมพวกได้รวม 5 คน พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาดต่างๆ จำนวน 7 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวน นายมูหะหมัด สุกูมุง, นายอิสมาแอ และ นายอับดุลรอยะ ให้การรับสารภาพ โดยรับว่า นายมูหะหมัด เป็นมือปืนก่อเหตุ โดยมี นายอิสมาแอ เป็นผู้คุ้มกัน ส่วน นายอับดุลรอยะ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืน และก็นำอาวุธปืนไปซุกซ่อนฝังดินไว้ที่สวนปาล์มภายในหมู่บ้าน โดยมีการวางแผนก่อนก่อเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนนายมะซูดิง และ นายมะรอฮิม นั้นยังให้ปฏิเสธ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน พบว่า นายอิสมาแอ เคยมีคดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2550 ติดตัวอีก 1 คดี จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ นำตัวส่ง สภ.ยะหริ่ง ดำเนินคดีต่อไป

เขยฝรั่ง ตั้งวงซดเบียร์ในบาร์ ชาวบ้านผวา หวั่นแพร่เชื้อ พบรายล่าสุดติดโควิด เป็นเขยฝรั่ง

วันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายปิยะ ปิจนำ นายอำเภอบ้านดุง มอบหมายให้ พ.อ.อ.ยศกร เพชรล้ำ ปลัดอำเภอ นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ออกตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน ว่ามีการตั้งวงดื่มกินภายในบาร์แห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองบ้านดุง โดยปิดไฟหน้าร้าน แต่ภายในร้านยังมีลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขยฝรั่งที่มาอยู่กับภรรยาใน อ.บ้านดุง

จากการตรวจสอบ พบชายชาวต่างชาติ อายุประมาณ 55-70 ปี จำนวน 5 คน ทั้งหมดมีภรรยาคนไทยใน อ.บ้านดุง หรือเขยฝรั่งไทอุดร พากันนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสนุกสนาน บริเวณหน้าร้านแต่ไม่มีการเปิดไฟและเปิดเพลง เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจบัตรประจำตัว หนังสือเดินทาง โดยปลัดอำเภอบ้านดุง ต้องอธิบายอยู่นานถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส

ตอนแรกตกลงกันไม่ได้ สุดท้ายต้องอธิบายว่าตอนนี้ใน อ.บ้านดุง มีคนติดเชื้อแล้ว ทำให้เขยฝรั่งเข้าใจและสามารถพูดคุยและตกลงกันได้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ แยกย้ายกลับที่พัก และกำชับให้ดำเนินมาตรการ ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี กำหนด

ทั้งนี้รายงานแจ้งว่าผู้ติดเชื้อในจ.อุดรธานีรายล่าสุดรายที่7 เป็นเขยฝรั่งและอาศัยอยู่ใน อ.บ้านดุง จนชาวบ้านพากันผวาอย่างหนักเพราะกลัวมีการแพร่เชื้อระบาดในพื้นที่

สำหรับสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จนถึงวันนี้ มีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมแล้วทั้งหมด 7 ราย มีการเฝ้าระวังบุคคลจากพื้นที่เสี่ยง 5,871 คน ครบระยะ 14 วัน 1,964 คน คงเหลือ 3,907 คน


เจ้าของโรงเเรมดังโคราช พร้อมให้รัฐบาลใช้เป็น “รพ.สนาม” 500 เตียง สู้โควิด-19

วันที่ 19 มี.ค. นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ เป็นอดีต ส.ส.นครราชสีมา และเจ้าของโรงหนังไฟว์สตาร์-โรงแรมปัญจดารา โรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเสนอแนวทางช่วยเหลือจังหวัดนครราชสีมา กรณีมีผู้ป่วยหรือสงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยระบุข้อความว่า “ประเทศจีนสร้าง โรงพยาบาลสนามขนาด 1,000 เตียงภายใน 10 วัน โคราชบ้านเรา สามารถมีโรงพยาบาลสนามภายใน 2 วัน โดยเราจะเปลี่ยนแปลงสถานที่ของเราให้เป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 500 เตียง จนกว่าภารกิจ “โควิด 2019″ จะแล้วเสร็จ ถ้าหากทางราชการต้องการและมาหารือร่วมกัน”

จากการสอบถาม นายสมชัย ได้รับการเปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก ประเทศไทยเริ่มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากภายในไม่กี่วัน ขณะที่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ก็ตรวจพบผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 3 ราย

นายสมชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้อยู่ ก็คงจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนยากที่จะแก้ไขได้ แต่เมื่อนำบทเรียนจากประเทศจีน ที่มีการสร้างโรงพยาบาลสนามขึ้นมา 1,000 เตียง เพื่อรองรับการรักษาของผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตนคิดว่าประเทศไทยน่าจะทำบ้าง หากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ก็จำเป็นที่จะต้องมีโรงพยาบาลสนามขึ้นมาเป็นการเฉพาะ

แต่ถ้าจะให้มาสร้างใหม่ก็คงจะสิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศ ดังนั้นตนเองในฐานะผู้บริหารโรงแรมปัญจาดารา จึงเห็นว่าถ้าหากจะมีอะไรช่วยได้ก็ควรช่วย โดยพร้อมที่จะให้รัฐบาลนำโรงแรมของตนเองปรับเป็นโรงพยาบาลสนาม ขนาด 500 เตียงได้ทันที

ซึ่งโรงแรมปัญจดารานั้น มีห้องประชุมใหญ่ 1 ห้อง ที่สามารถจุคนได้ 300 คน ห้องประชุมเล็กอีก 4 ห้อง จุคนได้ห้องละ 150 คน ห้องพักจำนวน 79 ห้อง ที่มีเตียงคู่ และเตียงเดี่ยว ห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศ ตู้เสื้อผ้า และเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เมื่อรวมแล้วก็สามารถทำเป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 500 เตียงได้อย่างสบายๆ

ทั้งนี้หากรัฐบาลต้องการที่จะใช้ทำโรงพยาบาลสนามจริง ก็สามารถมาพูดคุยในรายละเอียดได้ ตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง และไม่เคยกลัวว่าจะมีเชื้อไวรัสโควิด-19 ตกค้างอยู่ในโรงแรมเลย เพราะมั่นใจว่าระบบสุขอนามัยทางการแพทย์ของไทย มีมาตรฐานสูงไม่น้อยกว่าชาติใดในโลก




ทะเลาะรุนแรง! หนุ่มวัย19 บีบคอเมียดับคาที่นอน ก่อนผูกคอหนีผิด ตายคาห้องเช่า

วันที่ 15 มี.ค. ร.ต.อ.ไมตรี พากุล ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติฯมาบตาพุด และหน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิมมาบตาพุด เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านเช่าชั้นเดียวติดกับร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ภายในห้องเช่าพบกับศพผู้ชายผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน และบนที่นอนพบศพผู้หญิงนอนหงายเสียชีวิต สภาพศพมีร่องรอยคล้ายถูกบีบคอจนช้ำ และรอยฟกช้ำทั่วตัว จึงรีบนำศพทั้งคู่ออกมาตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นคาดผู้หญิงเสียชีวิตเพราะถูกบีบคอจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายชายเสียชีวิตจากการผูกคอ ก่อนจะนำทั้งสองศพส่งพิสูจน์ ที่รพ.ระยอง

จากการตรวจสอบหลักฐานทราบชื่อของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน ผู้ชายชื่อ นายชูเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้หญิงชื่อ น.ส.อรอนงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ทั้งสองคน เป็นชาว จ.อุดรด้วยกันทั้งคู่ และสามีภรรยากัน

จากการสอบสวนเพื่อนบ้าน ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงทะเลาะดังออกมาจากห้องของทั้งสองคน ซึ่งขณะนั้นมีเสียงของเครื่องเสียงจากงานที่อยู่ใกล้เคียงจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้มาหา เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเป็นศพแล้วทั้งคู่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานจากพยานหลักฐานว่า ทั้งคู่คงจะมีปัญหาครอบครัว จึงนำไปสู่การเสียชีวิต คาดว่าฝ่ายชายคงจะพลั้งมือบีบคอแฟนสาวจนเสียชีวิต จากนั้นอาจจะสำนึกผิด จึงผูกคอตายตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามจะรอผลพิสูจน์จากแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง และเตรียมแจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้รับทราบเพื่อติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

จับหนุ่ม ลวงเด็กหญิง13 รู้จักผ่านเฟซ ออกมาหาหน้าบ้าน ก่อนฉุดขึ้นรถขืนใจยับ

วันที่ 8 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายสัมพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปีอาชีพพนักงานร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษลูกฟูก ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่70/2563 ลงวันที่ 27 ก.พ.2563

ข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน” โดยจับกุมได้ที่สถานีรถไฟชุมพร

สืบเนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ได้ไปขอรู้จักกับ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ผู้เสียหาย ผ่านทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากผู้เสียหายนั้นเป็นเด็กสาวหน้าตาดี นายสัมพันธ์จึงพยายามพูดคุยตีสนิท จนผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ

กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2562 นายสัมพันธ์ออกอุบายว่าจะขับรถเก๋งไปหาผู้เสียหายที่หน้าบ้านในพื้นที่อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อไปถึงนายสัมพันธ์ได้โทรศัพท์หลอกให้ผู้เสียหายออกมาหาที่รถ เมื่อผู้เสียหายเดินมาถึง นายสัมพันธ์ก็ทำทีเปิดกระจกรถพูดคุยจนผู้เสียหายตายใจ นายสัมพันธ์ก็เลยฉวยเปิดประตูรถยนต์ แล้วดึงตัวผู้เสียหายเข้าไปในรถ ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะปล่อยตัวก็พูดจาข่มขู่ผู้เสียหายว่า ห้ามบอกใครเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะย้อนกลับมาทำร้าย

ต่อมาผู้ปกครองของผู้เสียหายพบว่า ลูกสาวมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ จึงสอบถามจนทราบความจริง ก่อนรีบเข้าแจ้งความตำรวจ ก่อนที่จะตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งสภ.บางแม่นาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




รถบรรทุกชนสะพานลอยสุทธิสาร แผ่นปูนร่วงขวางถนน ทำรถติดยาวถึงประชาชื่น

รถบรรทุกชนสะพานลอย / เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 3 มี.ค. เจ้าหน้าที่จราจร สน.สุทธิสาร รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกขนแผ่นปูนขนาดใหญ่ พุ่งชนสะพานลอยคนข้าม บนถนนรัชดาภิเษกขาเข้า เชิงทางขึ้นอุโมงค์สุทธิสารก่อนถึงหน้าโรงงาน ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานนำรถยกมาเคลื่อนย้าย

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 10 ล้อขนแผ่นปูนสำเร็จรูปจำนวน 3 แผ่นขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสูงเกินระดับที่กำหนดไว้ จอดติดคาอยู่ใต้สะพานลอยคนข้าม โดยมีแผ่นปูนขนาดใหญ่ 1 แผ่นล้มขวางถนน ส่วนอีก 2 แผ่นติดอยู่กับสะพาน ทำให้บริเวณหน้ารถบรรทุกลอยขึ้นจากพื้นถนน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงปิดการจราจรทั้งทางลงอุโมงค์และช่องทางคู่ขนานอุโมงค์ ส่งผลให้การจราจรติดขัดจำนวนมาก รถติดยาวหลายกิโลเมตร จึงประสานสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ให้นำรถยกขนาดใหญ่ มาเคลื่อนย้ายรถบรรทุกคันเกิดเหตุ

กระทั่งเวลา 06.00 น. รถยกขนาดใหญ่ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ฯ เข้ามาเร่งเคลื่อนย้ายรถบรรทุกคันเกิดเหตุ แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้การจราจรในช่วงเช้าติดขัดเป็นอย่างมาก โดยท้ายแถวสะสมเลยแยกรัชโยธินไปถึงถนนประชาชื่น

ล่าสุดเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถนำแผ่นปูนขนาดใหญ่ที่ล้มอยู่บนพื้นถนน ออกจากจุดดังกล่าวพร้อมกับเร่งเคลื่อนย้ายรถบรรทุก โดยการถอยรถกลับเข้าไปภายในอุโมงค์ และเปิดการจราจรตามปกติ



เชียงรายสยอง! 7ศพปริศนา ลอยโผล่อ่างเก็บน้ำ คาดแก๊งขนยา จนท.เร่งพิสูจน์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.พ. นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย พ.ต.อ.ปวีน ทองสมบูรณ์ ผกก.สภ.เกาะช้าง อ.แม่สาย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง รับแจ้งมีผู้พบศพลอยหลังโรงงานผลิต โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย อยู่ในอ่างเก็บน้ำโครงการขุดลอกและปรับปรุงหนองวังมะราง หมู่บ้านป่าแดงหลวง หมู่11 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีน้ำรวกขวางกั้นเพียงประมาณ 500 เมตร

จึงร่วมกันรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพลอยอยู่ตามจุดต่าง ๆ จำนวน 7 ศพ สภาพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน เริ่มขึ้นอืดและลอยขึ้นเหนือน้ำ จึงประสานหน่วยกู้ภัยนำเรือและนักประดาน้ำไปทำการตรวจสอบและชักลากศพที่พบขึ้นมาบนฝั่ง ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสภาพศพได้โดยละเอียด จึงนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด

จากการสอบถามชาวบ้านข้างเคียงไม่พบว่ามีบุคคลสูญหายในช่วงนี้ถึง 7 คน เบื้องต้นสันนิฐานว่าทั้งหมดอาจเป็นกลุ่มคนที่มาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและได้เคยมีเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากทาง ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง สืบทราบจะมีการขนยาเสพติดผ่านป่าช้าหมู่บ้านป่าแดงหลวงจึงสั่งการให้ ร.อ.จตุภูมิ กันคล้อย ผบ.ร้อย ม.3 ฉก.ม.2 นำกำลังไปดักซุ่มอยู่บริเวณป่าช้าและเกิดปะทะกับกลุ่มคนที่แบกกระสอบฟางเข้ามาประมาณ 20 คน จนทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามล่าถอยไปส่วนเจ้าหน้าที่ทุกปลอดภัย

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบตามทุ่งนามีการทิ้งกระสอบฟางเอาไว้กระจัดกระจายจำนวน 21 ใบ ภายในมียาเสพติดประกอบไปด้วยยาบ้าจำนวน 2,252,000 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ คาดว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีจะข้ามลำน้ำรวกไปแต่ได้เสียชีวิตจึงพลัดตกลงไปในแหล่งน้ำดังกล่าวส่วนคนที่เหลือหลบหนีไปได้

พ.ต.อ.ปวีน กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 7 รายนี้ คาดว่าคือกลุ่มคนที่ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นั่นเอง เพราะดูจากการแต่งตัวแล้วแต่ละคนคล้ายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ หรือกองคาราวานขนยาเสพติดที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีชาวบ้านหลายรายที่อาศัยอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านตรงกันข้าม ต.เกาะช้าง ได้ถามไถ่มายังฝั่งไทยว่าได้พบเห็นศพผู้เสียชีวิต มีคนถูกจับหรือมีรายงานสูญหายในฝั่งไทยหรือไม่

พ.ต.อ.ปวีน กล่าวต่อว่า เพราะญาติของพวกเขาได้หายไปหลายคน ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีคนเสียชีวิตช่วงหลังปะทะใหม่ ๆ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ห่างจากจุดปะทะกว่า 1 กิโลเมตรกว่า และใกล้ชายแดนเมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ คาดการณ์กันว่าอาจจะหลบหนีไปได้หมดกระทั่งได้รับแจ้งว่า มีผู้พบศพผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ดังกล่าว ขณะที่สาเหตุการเสียชีวิตนั้นอยู่ระหว่างนำไปชันสูตรพลิกศพ

ด้าน พ.อ.ชาตรี กล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบสภาพศพให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อที่จะได้ดูว่าศพผู้เสียชีวิตมีสาเหตุมาจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาหรือไม่อย่างไร หรืออาจเกิดจากการยิงของกลุ่มคนพวกเดียวกันเองเพราะในคืนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบมีกลุ่มคนเข้ามาถึงประมาณ 20 คน

กระบะ แหกโค้ง รถหมุนคว้าง ฟาดตึกแถวร้านค้าริมถนน สักพัก จยย.ตามมาแหกโค้งซ้ำที่เดิม

วันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.16 น. ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้น ตรงทางโค้งเลยแยกชุกโดน เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยอุบัติเหตุดังกล่าว มีรถกระบะสีขาว ขับมาจาก ต.ท่าล้อ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีด้วยความเร็วสูง โดยเมื่อรถกระบะคันดังกล่าว ขับผ่านสี่แยกไฟแดงชุกโดน รถเกิดเสียหลักหลุดโค้ง รถหมุนคว้าง ก่อนพุ่งเข้าหาตึกแถวซึ่งเปิดเป็นร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์

โดยรถได้พุ่งผ่านกระถางต้นไม้หน้าร้านจำหน่ายเครื่องตัดไฟไปอย่างฉิวเฉียด เฉี่ยวเก้าอี้หินอ่อน ที่อยู่ใกล้กันจนพังเสียหาย รถกระบะคันดังกล่าว พุ่งเข้าไปชนร้านขายอาหารสัตว์ ที่อยู่ติดกับร้านจำหน่ายเครื่องตัดไฟเข้าอย่างจัง จนประตูเหล็กหน้าร้านและท่อประปา พังเสียหาย ขณะที่ชายคนขับรถยนต์กระบะ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อม มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รุดเข้าตรวจสอบ และสอบปากคำชายคนขับรถกระบะ โดยชายคนดังกล่าวยังคงอยู่ในอาการตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า คนขับขับรถมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง จึงเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น กู้ภัยเข้าช่วยเหลือคนขับ พร้อมประสานรถยกเข้าเคลื่อนย้ายรถกระบะ ออกจากที่เกิดเหตุ

โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ กำลังใช้รถยก เคลื่อนย้ายรถกระบะคันที่ประสบอุบัติเหตุออกจากหน้าร้านนั้น จู่ๆก็มีชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ขี่จยย. ผ่านสี่แยกไฟแดงชุกโดน มาตามปกติ แต่จู่ๆรถก็เกิดเสียหลักพุ่งขึ้นฟุตปาธ ชนเข้ากับกระถางต้นไม้หน้าร้านจำหน่ายเครื่องตัดไฟ จยย.ล้มลง ชายวัยรุ่นคนขี่ ร่างตกกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ห่างจากอุบัติเหตุครั้งแรกเพียงไม่ถึงชั่วโมง

ทั้งนี้พบว่า มีกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Juree Aimpan ได้นำคลิปวงจรปิดดังกล่าวาเผยแพร่ ซึ่งที่ผ่านมา พบว่าบริเวณจุดนี้ มักมี อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันบ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการขับรถเร็วจนทำให้รถเสียหลักหลุดโค้งและพุ่งเข้าชนร้านค้าที่อยู่ข้างทางจนได้รับความเสียหาย เป็นประจำ

ญาติเศร้า รับศพ สาวคลินิก พี่แฉ ผัวโหด ก็มีเมียใหม่ แต่ยังตามตื๊อน้องสาว ลั่นไม่ให้อภัย

จากกรณีนายดนุสรณ์ หรือเจ อายุ 28 ปี พนักงานขายโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ที่ก่อเหตุยิง น.ส.ปิยานุช อดีตภรรยา จนเสียชีวิต ที่คลินิก ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อมาตำรวจ สามารถตามจับกุมตัวนายดนุสรณ์ เอาไว้ได้ที่บ้านของพ่อแม่ผู้ก่อเหตุใน ต.ห้วยแม่เพียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่นิติเวชฯ ร.พ.รามาธิบดี นางนารีรัตน์ อายุ 38 ปี ลูกพี่ลูกน้อง และน.ส.นิศาชล อายุ 27 ปี ลูกพี่ลูกน้อง พร้อมด้วยญาติของนางสาวปิยานุช เข้าติดต่อขอรับร่างของผู้เสียชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าเสียใจ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ในพื้นที่หมู่ 3 ท่าไผ่ ต.ยกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก โดยจะมีการฌาปนกิจในวันที่ 22 ก.พ.

น.ส.นิศาชล เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุวานนี้ ตนก็ยังไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องที่จะถูกอดีตสามียิงเสียชีวิต ทีแรกคิดว่าเป็นคนที่ชื่อคล้ายกันเท่านั้น แต่ญาติคนอื่นๆก็สงสัย จึงได้ให้ตนมาตรวจสอบดูว่าใช่ญาติเรามั้ย ซึ่งญาติทุกคนไม่เชื่อว่าพี่จะโดนขนาดนี้ ตนก็รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตกใจเนื้อตัวสั่นไปหมด ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงอารมณ์รุนแรงขนาดนี้ แต่ตนก็รู้อยู่ว่าผู้ชายคนนี้ตบตีพี่ตนมาตลอด ล่าสุดก็มีการแจ้งความเนื่องจากพี่สาวตนถูกอดีตสามีบีบคอ ซึ่งผู้ชายคนนี้มักจะออกอุบายหลายวิธีในการหลอกให้พี่สาวตนไปพบ

นางนารีรีตน์ เปิดเผยว่า สาเหตุการหย่าร้างของน้องสาวหลังอยู่กินกับนายดนุสรณ์ อดีตสามีจนมีลูก 1 คนมานานกว่า 10 ปี เนื่องจากฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน หึงหวง ชอบลงไม้ลงมือ หนักสุดถึงขั้นข่มขู่ พ่อกับแม่ของผู้ตาย มาประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา จนผู้ตายทนไม่ไหวต้องตัดขาดจากครอบครัว เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาตามมาข่มขู่ได้อีก จนต้องหลบหนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อน แต่ฝ่ายชายยังตามตื๊อ และออกอุบายขอหย่า เพื่อหลอกล่อให้ผู้เสียชีวิตออกมาพบ จนทำเรื่องหย่าร้าง และกระทั่งมาก่อเหตุยิงน้องสาวจนเสียชีวิต

นางนารีรีตน์ เผยต่อว่า ก่อนหน้านี้อดีตสามีของผู้เสียชีวิต ก็มีภรรยาใหม่เช่นกันแต่ก็ยังมาตามตื๊อน้องสาวตนอยู่ ส่วนน้องตนก็มีคนใหม่หลังจากที่หย่าร้างกันและเพิ่งคบหากันได้ 1 สัปดาห์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวครอบครัวผู้ตายก็รู้เรื่องมาตลอด อีกทั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูลูกเลย ปล่อยให้อยู่กับตายาย ที่จ.ตาก โดยอ้างว่า ตายายเลี้ยงได้ ขณะนี้ทางพ่อแม่ และลูกชายของผู้เสียชีวิตทราบเรื่องและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าญาติทั้งหมดคงไม่ให้อภัย แม้จะสำนึกผิดและมาขอขมา

นางนารีรัตน์ เผยอีกว่า ส่วนกรณีแช็ตเฟซบุ๊ก ระหว่างผู้ต้องหากับเพื่อนชายคนใหม่ ญาติยอมรับว่าเพิ่งทราบเรื่องพร้อมกับสื่อมวลชน เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายบล็อกเฟซบุ๊กของญาติทุกคน จึงไม่มีใครรู้ความเคลื่อนไหว ส่วนน้องสาวเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง จนกระทั่งเริ่มมีปัญหากับอดีตสามี ก็เริ่มเป็นคนเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร รวมถึงปัญหาทั้งหมด ไม่ได้เล่าให้ใครฟังก่อนเสียชีวิต ญาติจึงไม่ทราบรายละเอียด ว่าผู้ตายมีเพื่อนชายหรือเพื่อนสนิทอีกหรือไม่ ตนอยากถามผู้ต้องหาว่าทำไมต้องโหดร้ายอำมหิต เนื่องจากได้หย่าร้างแยกทางกันไปแล้ว