shadow
Featured

อัยการมีมติเอกฉันท์สั่งฟ้อง “บอส อยู่วิทยา” ขับรถประมาท-เสพโคเคน

สำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลความคืบหน้าคดีบอส อยู่วิทยา คณะทำงานมีมติเอกฉันท์ให้สั่งฟ้อง 2 ข้อหา ขับรถโดยประมาทชนตำรวจเสียชีวิต และเสพโคเคน

วันนี้ (18 ก.ย.) สำนักงานอัยการสูงสุดเผยแพร่เอกสารแถลงความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดี นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ดังนี้ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้แถลงข่าว เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เกี่ยวกับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานตามคำสั่ง ที่ พิเศษ/2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ซึ่งมีนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน กรณีนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายบริเวณหน้าโรงงาน ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก

และต่อมา พลตำรวจโทเพิ่มพูน ชิดชอบ รอง ผบ.ตร. ไม่แย้งคำสั่งดังกล่าว เป็นผลให้คำสั่งไม่ฟ้องเสร็จเด็ดขาด ตาม ป.วิอาญา มาตรา 145/1 ซึ่งคณะทำงานที่มีนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงานได้เสนอความเห็นไปยังอัยการสูงสุดว่า แม้คดีดังกล่าวจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้ว แต่ปรากฏข้อเท็จจริงทางคดีว่าผู้ต้องหาได้เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคคาอีน) ด้วย แต่ยังไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ กับผู้ต้องหาเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดดังกล่าว

อีกทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งอาจเป็นพยานหลักฐานใหม่และเป็นพยานสำคัญ ที่จะพิสูจน์ให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้ ซึ่งอัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วเห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะทำงานดังกล่าว พร้อมกับได้มีคำสั่งที่ 1400/2563 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว ตาม ป.วิอาญามาตรา 147 โดยมี นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา นายอุทัย สังขจร เลขานุการรองอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 นายนรา เขมอุดลวิทย์ เลขานุการผู้ตรวจการอัยการ เป็นคณะทำงาน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 คณะทำงาน ได้ร่วมกันพิจารณาสำนวน และบันทึกความเห็นของคณะทำงานตามคำสั่งที่ พิเศษ/2563 ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ทำการสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น และต่อมา ในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และวันที่ 9 กันยายน 2563 พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมจนครบถ้วนแล้วครั้น

ต่อมาในวันนี้ (วันที่ 18 กันยายน 2563) คณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาสำนวนพร้อมผลสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดแล้วมีความเห็นโดยเอกฉันท์ ดังนี้

  1. คดีปรากฏพยานหลักฐานใหม่และเป็นพยานสำคัญแก่คดีซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้จึงสั่งฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อาญา มาตรา 291 โดยแจ้งให้พนักงานสอบสวนนำตัวนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา มาเพื่อฟ้องต่อไป
  2. คดีมีพยานหลักฐานทั้งปรากฏในสำนวนอยู่เดิมและได้จากการสอบสวนเพิ่มเติม แน่นแฟ้น มั่นคง ว่าขณะเกิดเหตุ ผู้ต้องหา เสพโคเคนอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 จึงเห็นควรสั่งฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 (โคเคนหรือโคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 58 , 91

Featured

หนุ่ม 18 ซิ่งมอเตอร์ไซค์ช่องทางด่วน ชนท้ายเก๋ง ร่างกระเด็นถูกรถบรรทุกเหยียบ ดับสลด

เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 15 กันยายน 2563 พ.ต.ต.ชุมพล ทรงงาม สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเก๋ง ถูกรถบรรทุก ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ที่ตามมาทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุ ถนนพหลโยธินขาเข้า กทม. ช่องทางด่วน หน้าบ้านสวนปาล์ม ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อาสาหงสกุล

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหกล้อยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว จอดอยู่ช่องทางซ้าย โดยที่ล้อหลังฝั่งขวาทับร่าง นายชินวัฒน์ อายุ 18 ปี ผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค นาโน สีน้ำตาล จนเสียชีวิต ข้างกันพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ MG สีขาว ซึ่งมีร่องรอยการชนที่ท้ายรถ จนได้รับความเสียหายจอดอยู่กลางถนน

นายสายันต์ อายุ 45 ปี คนขับรถบรรทุกหกล้อ ให้การว่า ตนเองขับรถบรรทุกเศษเหล็กกลึง จาก จ.สระบุรี เพื่อจะไปส่งที่พระราม 5 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนเองวิ่งอยู่เลนกลาง พบรถรถจักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็ว โดยที่ขณะนั้นรถยนต์ด้านหน้าชะลอความเร็ว ก่อนที่รถจักรยานยนต์จะชนรถเก๋งที่อยู่ช่องขวาจนล้มลง ร่างผู้ขับขี่กระเด็นมาทางรถตนเอง ตนจึงหักหลบไปทางเลนซ้ายแต่ไม่ทัน เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้ล้อหลังฝั่งขวาทับร่างผู้ขับขี่จักรยานยนต์จนเสียชีวิต

ทางด้าน พ.ต.ต.ชุมพล ทรงงาม สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบปากคำผู้ขับขี่ เบื้องต้นบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างผู้เสียชีวิตส่ง ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

Featured

จับต่างด้าวกัมพูชาลักลอบเข้าไทย 23 คน ซ่อนตัวในป่ารอยต่อชายแดนสระแก้ว

ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ ตร. จับต่างด้าวกัมพูชาลักลอบเข้าไทย 23 คน มีทั้งผู้ชายผู้หญิงและเด็ก

(9 ก.ย.63) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร และ พล.ต.อ ณัฐธร เพาะสุนทร ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. สั่งการให้ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือ ศปชก.ตร. โดย พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบก.ทว. พล.ต.ต พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. กวาดล้างจับกุมบุคคลต่างด้าวชาวกัมพูชา ที่ลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขตรอยต่อจังหวัดสระแก้ว 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 05.00 น. ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติฯ ทราบว่าแรงงานต่างด้าวได้ลักลอบเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณหน้าวัดหน้างามเขตติดต่อตาพระยา จ.สระแก้ว และหลบซ่อนตัวในป่าบริเวณดังกล่าว ต่อมาเวลา 18.00 น. ได้มีรถยนต์กระบะ 2 คัน รับกลุ่มคนดังกล่าวและสัมภาระเดินทางเข้ามา บริเวณพื้นที่ตอนใน จนกระทั่งมาถึงบริเวณป่ายูคาลิปตัส เขาหินซ้อน ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และรถยนต์กระบะ 2 คันได้ทิ้งกลุ่มคนต่างด้าวให้หลบซ่อนตัวในบริเวณดังกล่าวแล้วหลบหนีไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ ติดตามค้นหาจึงพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวดังกล่าวหลบซ่อนตัวอยู่ เป็นชาย 13 คน หญิง 9 คน และเด็กชาย 1 คน จากการสอบถามทราบว่าจะมีผู้มารับต่างด้าวกัมพูชา ในวันที่ 9 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 08.00 น. เพื่อนำไปส่งให้กับนายจ้าง โรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลัง เพื่อสังเกตการณ์ แต่ไม่พบกลุ่มบุคคลที่จะมารับ จึงได้ทำการควบคุมตัวชาวกัมพูชาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาหินซ้อน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และได้ประสานสาธารณสุขจังหวัดมาทำการสอบสวนโรคกลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวต่อไป

Featured

สาวกระบี่ตะลึง เจอ “เห็ดปลวก” ขาวโพลนทั้งป่า ทั้งแจกทั้งขายได้เงินครึ่งหมื่น

วันที่ 2 กย.63 นางสาวภัทรปภา วิทยากิจธนภัท เจ้าของร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป อายุ 37 ปี ชาวบ้านที่หมู่  7 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ บันทึกคลิปนาทีไปพบเห็ดปลวก หรือเห็ดโคน ที่งอกขึ้นมาบนพื้นภายในป่าไม้ข้างสระน้ำข้างบ้าน ซึ่งเห็ดปลวกที่งอกขึ้นมานั้นขาวโพลนไปทั้งป่า จนสร้างความตื่นเต้นแก่คนที่เจอเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงได้ถอนเห็ดไปขาย เพราะหากจะปล่อยทิ้งไว้เห็ดจะโรยราในเวลาไม่นาน ซึ่งหลังจากนั้นได้นำมาโพสต์ในโลกโซเชี่ยล ก็มีผู้คนเข้าไปสอบถามกันจำนวนมากรวมทั้งขอซื้อเห็ด  

นางสาวภัทรปภา เผยว่า สามีคือ นายสมบูรณ์ ศรียัง ได้เดินเข้าไปในป่าและก็ได้พบเห็ดดังกล่าว จากนั้นมาตามตนไปดู ซึ่งตนไม่เคยเห็นเห็ดที่มากมายขนาดนี้มาก่อน ด้วยความตื่นเต้นก็เลยบันทึกภาพไว้ แล้วได้ลงมือถอนเห็ดซึ่งใช้เวลาตั้งแต่ 8.00 น. จนถึง 13.00 น. ได้เห็ดหลายกระสอบ จากนั้นก็นำไปขายช่วงบ่ายจนถึงเย็นที่ผ่านมา เป็นเงินกว่า 5 พันบาท ซึ่งการขายก็จะมีทั้งแถมและนำไปแจกด้วย โดยขายในราคากิโลกรัมละ 160 บาท ซึ่งถูกมาก จากปกติในตลาดจะขายกันที่ราคา 250 บาทต่อกิโลกรัมทีเดียว 

นางสาวภัทรปภา เผยอีกว่า เห็ดปลวกนั้นเป็นเห็ดที่หายาก และเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยจะพบว่า เห็นจะงอกขึ้นมาในช่วงที่เป็นวันพระ หรือก่อนเล็กน้อย ที่ผ่านมาก็เจอบ้างแต่ไม่มากขนาดนี้มาก่อน ส่วนที่เห็ดได้งอกขึ้นมาในบริเวณนี้ เพราะสามีไม่เคยใช้ยาฆ่าหญ้าจะใช้วิธีตัดเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่มีสารเคมี เห็ดจึงงอกขึ้นมาดังกล่าว

Featured

ด.ญ.สมองพิการวัย 14 ปี ถูกเฒ่าหื่นข่มขืนจนท้อง แถมเย้ยครอบครัว “ทำคนพิการไม่ผิด”

ครอบครัวสุดจะทน เด็กหญิงพิการสมอง 14 ปี ถูก เฒ่าอายุ 65 ปี ในหมู่บ้าน ข่มขืนจนตั้งท้อง แม้ถูกตำรวจจับ ก็ได้ประกันออกมา แถมเยาะเย้ยว่า “ทำคนพิการไม่ผิด” เด็กพิการเผยเรียกไปเอาเงินครั้งละ 20 บาท แล้วข่มขืนในบ้านประจำ

วันที่ 25 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่ากลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่เด็กหญิงคนในครอบครัว อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนพิการทางสมอง ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 7 เดือน แต่ผู้ต้องหาเป็นคนมีฐานะ ที่ประกันตัวออกมา กลับมาเยาะเย้ย ถากถางว่าจะไม่ได้รับโทษ

จากการตรวจสอบ ครอบครัวหนึ่ง ในตำบลเมืองไผ่ อ.กระสัง พบนายสุเพียบ อายุ 43 ปี และนางทำนอง อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ มีศักดิ์เป็นป้ากับลุงและเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กหญิงพิการ โดยนางทำนอง เนื่องจากพ่อแม่เด็กแยกทางกันไปตั้งแต่น้องยังเล็ก เล่าว่า ได้สังเกตดูความผิดปกติของหลาน เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เพราะท้องโตผิดปกติ

เมื่อเค้นถามหลานก็ไม่กล้าบอก เพราะถูกขู่ไว้ว่าห้ามบอกใคร จนกระทั่งมายอมรับว่า นาย ช. อายุ 65 ปี คนในหมู่บ้านเป็นคนข่มขืน โดยจะเรียกให้หลานไปหาที่บ้าน เพื่อไปเอาเงิน 20 บาท แล้วกระทำการข่มขืนเป็นประจำ จึงพาหลานไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลกระสัง หมอยืนยันว่า ตั้งท้องได้ 5 เดือน ก่อนจะเข้าแจ้งความที่ สภ.กระสัง เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กระสัง

ขณะที่นายสุเพียบ ลุงเด็ก กล่าวว่า หลังแจ้งความดำเนินคดี ตัวนาย ช. ก็รับสารภาพว่าทำจริง หลังจากตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา นาย ช. บอกว่า 20,000 พอไหม พวกตนก็ไม่ตอบโต้ เพราะเขาเป็นคนมีฐานะ

ต่อมานาย ช. ได้ประกันตัวออกมา แต่มาพูดผ่านชาวบ้านมาว่า “ไม่กลัว ทำกับคนพิการแล้วไม่มีความผิด” และเหมือนจะเยาะเย้ยถากถางว่าเราไม่มีอะไรไปต่อสู้เขา โดยเฉพาะคดีผ่านมากว่า 2 เดือน นาย ช. ก็อยู่ในหมู่บ้านตามปกติเหมือนไม่กระทำความผิด ทำให้ชาวบ้านต่างเชื่อว่านาย ช. อาจจะมีเส้นสายใหญ่โต

Featured

หนังละม้วน แม่ลูกอ้างมีแมลงผุดจากผิวหนัง หมอบอกแค่หัวไขมันอุดตัน

พบครอบครัวอ้างแมลงออกจากผิวหนัง หมอบอกหนังคนละม้วน แค่โรคผิวหนัง ไม่พบความผิดปกติ เตรียมตรวจซ้ำอีกครั้ง 

ที่จังหวัดอ่างทอง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบหลังทราบว่ามีครอบครัวในพื้นที่ ม.13 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ป่วยเป็นโรคประหลาดคล้ายมีแมลงสาวออกมาจากผิวหนัง หลังเข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าวพบ พบ นางสวิง อายุ 63 ปี  และ นายเกียรติศักดิ์ อายุ 40 ปี พนักงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก นั่งอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน

จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณร่างกายของทั้งสองมีตุ่มอยู่ทั่วร่างกาย และมีปลายตุ่มสีขาวโผล่ออกมาหลายจุด และเมื่อดึงออกมาดูเป็นลักษณะคล้ายผงสีขาว  โดยทั้งสองบอกว่าเป็นแมลงที่ชอนไชออกมาจากผิวหนัง ซึ่งเคยเดินทางมาพบแพทย์เคยหาหมอที่โรงพยาบาลแสวงหา ได้ยามาทาแก้คันและยาแก้แพ้มา เมื่อบอกว่าเป็นแมลงทางแพทย์ก็ไม่เชื่อจึงรู้สึกท้อใจ 

นางสวิง เปิดเผยว่า ตนเองกับลูกมีอาชีพออกหาหนูนาและหาปลาตามทุ่งนา ช่วงหลังมีตุ่มขึ้นเป็นคล้ายเม็ดสิวขึ้นตามตัว และจะมีแมลงตัวเล็กๆ ออกจากเม็ดตุ่มนั้น ทำให้ตนและลูกรู้สึกคันและแสบตามผิวหนังเป็นอย่างมาก เคยไปหาหมอแต่ก็ตรวจไม่พบความปกติจึงไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ก็อยากให้รูสาเหตุจริงๆ ว่ามันเปิดจากอะไรแน่ 

ขณะที่ นายแพทย์ศรัญชลย์ ปาริฉัตรจิรภาส ผอ.โรงพยาบาลแสวงหา เปิดเผยว่า กรณีเคสนี้เคยเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแสวงหา จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด และจากการนำสิ่งที่ทางผู้ป่วยคิดว่าเป็นแมลงไปตรวจสอบก็ไม่พบความผิดปกติ ซึ่งน่าจะเป็นหัวไขมันอุดตันเท่านั้น ส่วนสาเหตุก็น่าจะมากจากสุขลักษณะของสภาพที่อยู่อาศัยที่ไม่ถูกต้อง

เบื้องต้น ได้ประสานเทศบาลตำบลแสวงหาเข้าไปดูแลเรื่องความสะอาดของบริเวณบ้าน และจะนัดผู้ป่วยทั้งหมดมานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง 

Featured

สุดยื้อ “น้องกองบิน” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกลืมในรถตู้รับส่งนักเรียน

“น้องกองบิน” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกลืมในรถตู้รับส่งนักเรียน และ ขนส่ง กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป
ความคืบหน้ากรณี เด็กชายธนกฤต หรือ น้องกองบิน อายุ 2 ขวบ ถูกคุณครูของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ลืมทิ้งไว้ภายในรถรับส่งนักเรียนเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. กระทั่งมาพบตัวอีกครั้งในเวลา 13.30 น.
ภายหลังพบว่าผู้เคราะห์ร้ายมีอาการโคม่า เนื่องจากตับไตไม่ทำงาน ร่างกายไม่ตอบสนอง ต้องรักษาตัวอยู่ในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤตฯ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ขณะที่ครอบครัว ร้องขอให้แพทย์ช่วยชีวิตหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ 
ล่าสุดวันนี้ (15 ส.ค.63) เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. มีรายงานว่า “น้องกองบิน” เสียชีวิตแล้ว หลังจากนี้ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวต่อไป
Featured

พ่อค้ายาซิ่งหนีการจับกุม พลาดล้มสาหัสทั้งคนร้ายทั้งตำรวจ เข็มไมล์ค้างที่ 140

พ่อค้ายาบ้าซิ่งจักรยานยนต์หนี หลังโดนตำรวจไล่ล่าขณะล่อซื้อยาบ้า เกี่ยวกันจนล้มคว่ำเจ็บสาหัสทั้ง 2 ฝ่าย

(7 ส.ค.63) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายเหตุเกิดบริเวณถนนสายวิเศษชัยชาญ-ผักไห่ หมู่ที่ 3 ต.ท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า นินจา สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายคว่ำอยู่บริเวณข้างทางสภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โนวาแดช แต่งซิ่ง หมายเลขทะเบียน กตจ 265 อ่างทอง ชนกับเสาหลักกิโลเมตรจนรถพังยับ โดยเมื่อตรวจสอบบริเวณไมล์วัดความเร็วก็ต้องตกใจเมื่อเข็มไมล์ค้างอยู่ที่ความเร็ว 140 กม./ชม.

นอกจากนี้ยังพบยาบ้าชนิดสีส้มกว่า 100 เม็ด ใส่ ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้ที่เกิดเหตุพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ ส.ต.อ.ธนบดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ไหปลาร้าหัก ส.ต.ต.พิสุทธิ์ ได้รับบาดเจ็บไหปลาร้าซ้ายหัก ส่วนอีกรายเป็นคนขับรถฮอนด้าแดช ชื่อ นายอนุทัศน์ อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวทั้ง 3 คนส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ  

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะที่ตนกำลังทำงานเห็นรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันขับไล่ประกบกันมาด้วยความเร็วสูง จนหายลับไปเนื่องจากเป็นทางโค้ง สักพักได้ยินเสียงดังคล้ายรถชนก่อนที่จะมีรถตำรวจและมูลนิธิวิ่งตามมาจึงวิ่งมาดูก็พบว่ารถทั้งสองคันเกิดอุบัติเหตุจนตกลงไปข้างทางแล้ว 

ขณะที่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อซื้อยาบ้าจากนายอนุทัศน์จำนวน 50 เม็ด โดยนัดส่งกันที่บริเวณสะพานคลองน้ำเชี่ยว ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กม. ขณะที่กำลังวางกำลังเพื่อจับกุมนายอนุทัศน์ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าแดชมาก่อนเวลานัดหมาย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไหวตัวขับหลบหนี ทาง ส.ต.อ.ธนบดี และ ส.ต.ต.พิสุทธิ์  จึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามจนกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุ เบื้องต้นอาการทั้งหมดสาหัสโดยทางแพทย์ยังคงต้องรักษาอาการอย่างใกล้ชิด  

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ เตรียมอายัดตัวนายอนุทัศน์ไว้ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยนายอนุทัศน์เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยต้องคดีในเรื่องของความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาไม่นานก็กลับมาก่อเหตุอีก 

Featured

คลิปนาที 11 ชีวิตรอดหวุดหวิด กระบะพุ่งข้ามเลนเทกระจาด เกือบพาครอบครัวตายหมู่

วงจรปิดจับภาพระทึก คนขับกระบะหลับใน ขับพุ่งข้ามเกาะพลิกตะแคงเทกระจาดหวิดดับหมู่ 11 ชีวิต

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์  พึ่งได้รับการเปิดเผยคลิปภาพกล้องวงจรปิด จากการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 13.15 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน จุด อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  ได้รับแจ้งว่าได้เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพหลับในเสียหลักชนเกาะกลางถนน ก่อนพลิกคว่ำและพุ่งข้ามเลน เทกระจาดมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

หลังจากรับแจ้งเหตุจึงได้ประสานไปทาง พ.ต.ต เกียรติศักดิ์ ชุ่มพุทรา พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมหน่วยกู้ชีพตำบลบ้านพลวง หน่วยกู้ชีพตำบลหนองใหญ่ รุดไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด อ.ปราสาท

สถานที่เกิดเหตุ อยู่บนทางหลวงหมายเลข 214  ถนนสายสุรินทร์-ช่องจอม บริเวณยูเทิร์นจุดกลับรถ ก่อนถุงโรงงาน กล่องกระดาษ และ กล่องกระดาษสำเร็จรูป อ.ปราสาท  บ้านพลวงใต้ ม.2 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ในที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพ ยี่ห้อ ISUZU D-MAX สีเปลือกมังคุต หมายเลขทะเบียน 1743 สุรินทร์ เสียหลักชนเกาะกลางถนนพลิกคว่ำพุ่งข้ามเลนในสภาพรถปิกอัพตะแคงข้างพังเสียหายยับเยินทั้งคัน ถัดไปในจุดเกิดเหตุพบผู้ได้บาดเจ็บทั้งหมดจำนวน 11 ราย ทราบชื่อผู้ขับขี่ คือ นายยุทธนา อายุ 24 ปี พยายามคลานออกมาจากตัวรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

รายที่ 2 คนนั่งข้างเพศหญิง ไม่ทราบชื่อ มีแผลถลอกตามร่างกายแขนขวาผิดรูปรู้สึกตัวดี รายที่ 3 เด็กน้อย มีแผลถลอกตามร่างกายมีแผลบวมโนที่ศีรษะเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุด อ.ปราสาท เข้าให้การช่วยเหลือร่วมกับ หน่วยกู้ชีพหนองใหญ่ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณจุดเกิดเหตุ ส่งต่อให้หน่วยกู้ชีพบ้านพลวง เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลปราสาทเป็นการเร่งด่วน ส่วนญาติพี่น้องที่นั่งมาท้ายกระบะอีก 8 ราย ถูกเทกระจาดกระเด็นลงข้างทาง บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อาการปลอดภัย

จากการสอบถามคนขับรถปิกอัพ ทราบชื่อ คือนายยุทธนา อายุ 24 ปี เล่าว่าตนเองพร้อมครอบครัวและญาติพี่น้องได้พากันเดินทางจาก อ.พนมดงรัก เพื่อไปเที่ยวที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม และขับรถมุ่งหน้าเข้าไปซื้อของที่ตลาดอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุตนเองเกิดอาการวูบหลับในไปชั่วขณะทำให้รถเกิดเสียหลักไปพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนนตนเองสะดุ้งตกใจมารู้ตัวอีกทีตอนรถพุ่งข้ามเลนพลิกคว่ำเทกระจาดรถปิกอัพตะแคงข้างอยู่กลางทางแล้วแต่โชคดีที่ตนเองและญาติพี่น้องไม่เป็นอะไรมากบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

พ.ต.ต เกียรติศักดิ์ ชุ่มพุทรา พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ได้ทำการเข้าตรวจสอบเนื่องจากมีทรัพย์สินทางราชการเสียหายเก็บภาพและข้อมูลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้วจึงแจ้งให้รถยกดำเนินการยกลากเคลื่อนย้ายนำไปเก็บรักษาเพื่อสอบปากคำผู้ขับขี่ต่อไป

Featured

ลูกค้าสาวถึงกับอึ้ง! กินหมูกระทะเจอเข็มฉีดยาในเนื้อหมู กินต่อไม่ลงยังโดนร้านปรับ

ลูกค้ายกแก๊งไปกินหมูกระทะ สุดช็อกเจอเข็มฉีดยาในเนื้อหมู กินไม่ลงเรียกเช็กบิล ช็อกซ้ำสองถูกเรียกเก็บค่าปรับกินอาหารเหลือ

(31 ก.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์หลังจากไปกินร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ใกล้คลังเก็บสินค้า ถุงแก้วฝากาว และ ถุงแก้วแถบกาว แล้วเจอเข็มฉีดยาในเนื้อหมู หลังจากนั้นจึงมีการแจ้งพนักงาน และเจ้าของร้านมาดูและขอโทษ โดยบอกว่าจะแจ้งคนส่งหมูให้

ซึ่งผู้โพสต์และเพื่อนๆ เริ่มรู้สึกกินกันไม่ลงแล้ว อาหารที่ตักมาก็กินไม่หมด จึงขอเช็กบิลและกำลังจะเดินออกจากร้าน ปรากฏว่าพนักงานเดินมาเรียกให้จ่ายค่าปรับ 80 บาท เพราะอาหารเหลือ  จึงมีการท้วงไปว่าพวกตนเจอเหล็กในเนื้อหมู ยังจะเก็บอีกเหรอ

เจ้าของร้านจึงบอกว่าจะลดค่าปรับให้ครึ่งนึง กลุ่มของผู้โพสต์จึงควักแบงก์ 100 บาทออกมาจ่าย กลับได้เงินทอนมาแค่ 40 บาท ซึ่งตอนนั้นหน้าผู้โพสต์เริ่มไม่โอเค เจ้าของร้านจึงบอกว่าลดเหลือ 50 บาท ก็ได้

“เข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดเขา เพราะเขาก็รับหมูมาอีกที แต่คุณเป็นเจ้าของร้านอะ คุณก็ควรรับผิดชอบหน่อยปะวะ กินไปแทงคอตายขึ้นมาทำไง จ่ายก็จ่ายราคาเต็ม ยังมีหน้ามาปรับ ใครจะกินลง เจอเข็มเสียบคาหมูขนาดนั้นอะ ไม่อยากจะด่า” ผู้โพสต์ตั้งคำถามทิ้งท้าย