shadow
Featured

จับชาย อ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกเด็กชาย ล่วงละเมิด ตร.คาดเหยื่อนับ10ราย

มื่อวันที่ 4 เม.ย. 2565 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง ผอ.ศพดส.ตร. เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มี.ค. มีผู้ปกครองพาเด็กชายอายุ 13 ปีจำนวน 3 รายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ให้ดำเนินคดีกับ นายสิทธิพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี อดีตพนักงานจำหน่าย ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า หลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั้ง3ราย การนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.และผอ.ศพดส.ตร.ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุดังกล่าวโดยเร่งด่วน

ต่อมาตนสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. สืบสวนสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา โดยจากการสอบสวนเด็กชายทั้ง 3 รายร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพแล้วได้ทราบว่า นายสิทธิพันธ์ ได้ชักชวนให้เด็กนักเรียนชายจำนวนหลายราย มาทำกิจกรรมกระโดดเชือกเป็นหมู่คณะและได้พาเด็กไปแสดงเป็นตัวละครประกอบฉากในการถ่ายละคร โดยเด็กจะได้รับค่าจ้างจากการเข้าฉากครั้งละ 500 บาท แต่ขณะที่อยู่ใกล้ชิดกับนายสิทธิพันธ์เด็กกลับถูกล่วงละเมิดทางเพศ

กระทั่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย. เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ได้นำหมายจับศาลจังหวัดชลบุรีที่ จ.169/2565 ลงวันที่ 30 มี.ค.2565 เข้าทำการจับกุมนายสิทธิพันธ์ ได้ที่พื้นที่ จ.นนทบุรี โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีอัตราโทษจำคุก 4-20 ปี ปรับ 100,000.-400,000. บาท, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีอัตราโทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000.บาท และพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร” โดยมีอัตราโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 14,000บาท

จากการสอบสวนนายสิทธิพันธ์ฯ รับว่า ตนได้กระทำผิดตามที่กล่าวมาจริง นอกจากนี้ จากการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ยังมีเด็กชายอีกจำนวน 7 คน รวมทั้งหมด 10 คน ที่ถูกผู้ต้องหากระทำในลักษณะดังกล่าวข้างต้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กจังหวัดชลบุรี และสหวิชาชีพ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า “ในคดีนี้ คนร้ายใช้โอกาสที่เด็กไม่ได้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ใช้ความใกล้ชิดกับตัวเด็กในการฉวยโอกาสล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ทำให้มีเด็กตกเป็นเหยื่อในกรณีนี้จำนวนหลายราย จึงอยากจะขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับการช่วยกันดูแลบุตรหลานของตน มิให้ตกเป็นเหยื่อจากการล่วงละเมิดทางเพศ ระมัดระวังในการมอบความดูแลเด็กและเยาวชนให้กับบุคคลอื่น เพื่อมิให้เกิดเหตุสะเทือนใจเช่นนี้อีก”

สาวโดนขโมยรถ ทิ้งคลอง ยันเอาเรื่องถึงที่สุด แม้อดีตแฟน โทร.ขอโทษ

สาวโดนขโมยรถ เจออีกทีถูกทิ้งลงคลอง เผยอดีตแฟน โทร.มาขอโทษ แต่ยันจะเอาเรื่องถึงที่สุด เหตุพังเสียหาย จนใช้การไม่ได้ ไม่ถอนแจ้งความแน่

วันที่ 1 เม.ย.2565 หญิงสาวที่รถถูกอดีตคนรักขโมยไป ก่อนจะพบจมคลองชลประทาน ในพื้นที่จ.กาญจนบุรี ย่านโรงงานผลิต เครื่องซีลถุงแบบมือกด เครื่องซีลปิดปากถุง เผยว่า ทางอดีตแฟนหนุ่มได้โทรศัพท์มาขอโทษตนแล้ว แต่ขอยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด หลังแจ้งความไว้แล้วที่สภ.เมืองกาญจนบุรี

สำหรับรถที่จมในคลองนั้น สภาพพังยับเยิน วันนี้ทางหญิงผู้เสียหายได้เดินทางมาดูรถ โดยได้ตรวจสอบว่ามีการติดจีพีเอสติดตามไว้ด้วยหรือไม่ เพราะได้เลิกรากับอดีตแฟนไปหลายเดือนแล้ว วันเกิดเหตุที่รถถูกขโมย ทางผู้ก่อเหตุไม่น่ารู้ว่าตนขับรถไปที่ไหน จึงมาสำรวจด้วยสายตา แต่ก็ไม่พบ ทั้งนี้เกียร์ในรถถูกปรับเป็นเกียร์ว่าง จึงเป็นไปได้ว่า คนขโมยเจตนาปล่อยรถพุ่งลงคลองเพื่อทำลายหลักฐาน ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน

หลังเกิดเหตุตนได้โทร.หาอดีตแฟนหลายครั้ง แต่เขาไม่รับสาย จนมีข่าวออกไป อีกฝ่ายได้ติดต่อกลับมา พร้อมขอโทษในทุกสิ่งที่ทำลงไป ตนก็รับคำขอโทษ แต่ในเรื่องคดีก็ต้องดำเนินการไป เพราะรถเสียหายมาก หากซ่อมเสร็จ ก็คงไม่อยู่ในสภาพเดิม ยืนยันจะไม่ถอนแจ้งความ ทางตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และอาจมีการเรียกอดีตแฟนหนุ่มมาให้ปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ต่อไป

คุณตาวัย 77 จูงจักรยานกลับบ้าน ถูกรถพ่วง 22 ล้อเฉี่ยวล้ม-ทับขาเละ ก่อนเสียชีวิตที่ รพ.

คุณตาวัย 77 จูงจักรยานกลับบ้าน ถูกรถพ่วง 22 ล้อเฉี่ยวล้ม-ทับขาเละ ก่อนเสียชีวิตที่ รพ.
ตาวัย 77 ปี จูงจักรยานจากสวนจะกลับบ้านตอนหัวค่ำ โดนรถพ่วงบรรทุกปาล์ม เฉี่ยวรถกระเด็น ส่วนขาสองข้างของตาไปขวางถนน ถูกล้อรถพ่วงเรียงหน้ากันเหยียบทีละล้อ จนขาสองข้างตั้งแต่โคนขาเละทั้งสอง กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา คนขับมารู้ตอนตำรวจเรียกจอด
วันที่ 9 มี.ค.65 เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ เกรียงศักดิ์ กิจไธสง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีคนถูกรถเฉี่ยวชน แล้วหลบหนี มีผู้บาดเจ็บนอนรอความช่วยเหลือในจุดเกิดเหตุ จึงประสานหน่วยกู้ภัยวังกรูด อ.สตึก เข้าร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายแคนดง-สตึก ระหว่างบ้านดงยายเภา ใกล้โรงงานผลิต เทปใส เทปกาว หมู่ 3 ต.นิคม อ.สตึก พบชาวบ้านพยายามจะช่วยเหลือนายชัยชาญ กระจง อายุ 77 ปี ชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ยังพูดคุยได้ แต่ขาสองข้าง ตั้งแต่ต้นขาไปจนถึงปลายเท้า ถูกล้อรถขนาดใหญ่ เหยียบจนผิวหนังและเนื้อฉีกขาด จนเห็นกระดูก หน่วยกู้ภัยวังกรูด จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสตึก แต่นายชัยชาญ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบถามนางศิริรัตน์ บุญทา อายุ 38 ปี ชาวบ้าน ม.18 ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ คนเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงรถชน แต่เสียงไม่ดังมาก เห็นรถพ่วงขนาดใหญ่พยายามชะลอรถ แล้วขับรถไป ก่อนจะเห็นตา นอนอยู่ข้างทางรอความช่วยเหลือดังกล่าว
ต่อมาตำรวจได้เร่งติดตามหารถพ่วงต้องสงสัย จนกระทั่งสามารถสกัดจับรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 70-6824 เชียงราย ตัวลูกทะเบียน 70-6825 เชียงราย ตรวจสอบเบื้องต้นบริเวณบังโคลนของรถ พบเศษชิ้นเนื้อและคราบเลือดติดอยู่
จึงเชิญตัวนายสมนึก ผาทอง อายุ 56 ปี อยู่เลขที่ 258 ม.1 ต.ราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ มาสอบสวนที่ สภ.สตึก เบื้องต้นให้การกับตำรวจว่า ได้บรรทุกาปาล์มน้ำมันจาก อ.สตึก จะเอาไปส่งที่ จ.นครพนม
เมื่อขับรถมาถึงบริเวณดังกล่าว ยอมรับว่าได้ยินเสียงดัง แต่ไม่รู้ว่าชนอะไร คิดว่ายางล้อระเบิด หรือรถไปเกี่ยวใส่กิ่งไม้ เมื่อขับมาประมาณ 500 เมตร จึงจอดดูไม่พบว่ารถเสียหาย จึงขับต่อ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายมักจะจูงจักรยานไปสวนใกล้บ้าน เพื่อไปให้อาหารไก่ ขากลับจูงรถจักรยานกลับบ้าน แล้วมาถูกเฉี่ยวชนดังกล่าว

ครูสาวเอารถเข้าอู่ทำสี เจ้าของอู่เอาไปชน รถเละเป็นซาก แถมบอกก็อยากเอามาซ่อมเองนี่

ครูสาวเอารถเข้าอู่ทำสี เจ้าของอู่เอาไปชน รถเละเป็นซาก แถมบอกก็อยากเอามาซ่อมเองนี่
ครูสาวที่ จ.อุดรธานีสุดช้ำใจ เอารถเก๋งไปให้อู่เปลี่ยนแบตและทำสีรถ เจ้าของอู่แอบเอาไปไปซิ่ง รถเกิดเสียหลักลงข้างทาง พังเหลือแต่ซาก รอมา 11 เดือนไม่มีอะไรคืบหน้า แถมปัดความรับผิดชอบตลอด เมียเจ้าของอู่บอก “ก็คุณอยากเอารถมาซ่อมที่อู่เอง”
วันนี้ (25 ก.พ.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของครูสาวคนหนึ่งใน จ.อุดรธานี โพสต์เรื่องราวของตนเอง ที่นำรถไปเปลี่ยนแบตเตอรี่และทำสีรถ แต่เจ้าของอู่ดันแอบเอาไปขับ และเกิดอุบัติเหตุจนรถพังทั้งคัน ผ่านมากว่า 11 เดือน ยังปัดความรับผิดชอบ โดยครูสาวท่านนี้ได้โพสต์ว่า
“11 เดือนกับการถามหาความรับผิดชอบ รถเราสภาพขนาดนี้ ใจเย็นมานานเกินไป เพราะเพียงไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ยอมบอกใคร ใจเขาใจเรา อุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด แต่คุณตอบได้แค่เพียงไม่มีเงิน จะคืนรถให้เรา มันใช่เหรอ เราเอารถไปทำสีนะ ไม่ได้เอารถไปให้คุณทำคว่ำ แต่คุณคือเจ้าของอู่แล้วเอารถเราไปคว่ำในยามวิกาล มันไม่ใช่การลองรถแล้วไหม?? (ตอบมาได้) รอไปตอบในศาลแล้วกัน ได้เสียเยอะกว่าค่าประเมินรถแน่นอน หรือถ้าโดนสั่งปิดอู่ก็คงเป็นเพราะตัวคุณไม่มีความรับผิดชอบเองนะ ไม่ใช่เพราะเรา ฝากไว้ให้คิด”
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.อมรรัตน์ หรือ “ครูปลา” ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใกล้โรงงานจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยครูปลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ.64 ตนเองได้นำรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงินไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ และทำสีรถที่อู่แห่งหนึ่งใน อ.หนองหาน เพราะเป็นอู่ที่รู้จักกับเจ้าของร้าน ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ผ่านมา 3 เดือน สีก็ยังไม่เสร็จ แต่พอมาถึงคืนวันที่ 18 เม.ย.64 ได้รับโทรศัพท์จากน้องที่รู้จักว่า รถเก๋งที่ตนเองนำไปทำสีเกิดอุบัติเหตุ บนถนนสาย อ.หนองหาน-บ้านสะแบง เราเห็นครั้งแรกก็ตกใจ เอ๊ะนั่นรถเรา ใครเอาไปใช้ มารู้ทีหลังว่า เจ้าของอู่ขับรถจะไปเยี่ยมแม่ เวลาประมาณ 3 ทุ่มและเกิดเสียหลักลงข้างทาง และรู้เบื้องต้นว่าเขาเมาด้วย วันนั้นเราก็ห่วงน้องเขาอยู่สงสารน้องเขา กลัวน้องเขาได้รับบาดเจ็บหนัก ก็บอกว่าไม่เป็นไร รีบไปดูคนก่อน รถเอาไว้ทีหลัง พอรู้ว่าคนไม่เป็นอะไรมาก ก็เลยมาดูรถ ปรากฏว่าสภาพด้านหน้าพังยับเยิน บริเวณห้องเครื่องดูไม่ได้เลย เละไปหมด หม้อน้ำแตก คานปีกหน้ารถหักไปเลย ก็อยากรู้ทำไมเขาไม่บอก หรือแจ้งเราด้วย ถือวิสาสะอะไรถึงเอารถลูกค้าไปใช้แบบนี้ แล้วพอเกิดอุบัติเหตุบ่ายเบี่ยงมาตลอด ไม่รับผิดชอบ โดยวันนั้นเขาบอกกับคนอื่นอ้างว่าเอารถเอาไปทดสอบ สงสัยว่าทำไมไปทดสอบรถในเวลาสามทุ่ม
ผ่านมาแล้วเกือบปีรถเรายังซ่อมไม่เสร็จ พอติดต่อไปหาเขาเพื่อไปดูรถ แต่ปรากฏว่ารถไม่มีอะไรคืบหน้าเลย รถยังมีสภาพพัง ยังไม่ได้ประกอบอะไรเลย เราก็รอ เราก็ทน จนถึงตอนนี้ 11 เดือนแล้ว เราทนไม่ไหว เราก็บอกเขาว่า เราไม่เอารถคืนแล้ว อยากให้ตีราคาประเมินรถ ให้เขาเอารถไปเลย เพราะเขาซ่อมนานมาก ตอนแรกติดต่อเขาได้ เขาบอกว่าพี่ผมยังไม่มีเงิน และบ่ายเบี่ยงมาตลอดจนถึงวันนี้เราทนไม่ไหว เราก็ใช่ว่าเราจะเอาเงินทันทีเลย เราก็บอกน้องเขาว่า รีบซ่อมแล้วขายรถ ได้ค่อยเอาเงินมาให้พี่ ยื้อเวลามานานเกือบปีและก็ยังบ่ายเบี่ยง และที่น่าเจ็บใจ เพราะภรรยาของเจ้าของอู่มาบอกเราว่า เพราะคุณเอารถไปซ่อมที่อู่เราเองถึงเป็นแบบนี้ อยากให้เขามีจิตสำนึก และมีจรรยาบรรณมากกว่านี้ ติดต่อเขาไปตอนนี้ไม่ได้แล้ว บล็อกเฟซบุ๊ก บล็อกโทรศัพท์ เราเห็นท่าแล้วไม่ไหวจึงให้ทนายดำเนินการเลย
สุดท้ายๆ จริงๆ ก็อยากให้เขาติดต่อมาไกล่เกลี่ยดีกว่าจะไปขึ้นศาล ก็อยากเป็นอุทาหรณ์ความไว้เนื้อเชื่อใจอู่ซ่อมรถไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อเจ้าของอู่เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แต่ไม่มีใครรับสาย

พร้อมวิ่งเมื่อภัยมา เจ้าของบ้าน 6 หลัง ผวาบ้านถล่มลงมาทับ กางเต็นท์นอนหน้าบ้าน

พร้อมวิ่งเมื่อภัยมา เจ้าของบ้าน 6 หลัง ผวาบ้านถล่มลงมาทับ กางเต็นท์นอนหน้าบ้าน

เจ้าของบ้านหรูผวาบ้านถล่มซ้ำ ออกมากางเต็นท์นอนหน้าบ้าน พร้อมวิ่งหนีทันทีหากเกิดอะไรขึ้น วอน อบต.ไทรน้อย เร่งค้นหาแบบแปลนเพื่อพิสูจน์สาเหตุ หาคนรับผิดชอบ

จากกรณีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แถวโรงงาน เทปใส เทปกาว เกิดการถล่มของกำแพงบ้าน ซึ่งทาง ร.ศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและคาดว่าจะต้องมีการถล่มเพิ่มเติมอย่างแน่นอน พร้อมแนะนำให้ชาวบ้านตัดตัวเชื่อมจากทางหลังบ้านออกถ้าเกิดมีการถล่ม จะได้ไม่เป็นการไปดึงตัวบ้านให้มีรอยร้าวและจะถล่มเพิ่มอีกครั้ง

และแนะนำให้ลูกบ้านทุกคนอย่านอนบริเวณชั้น 2 ที่ติดกับตัวกำแพง ให้ลูกบ้านลงมานอนชั้นล่าง บริเวณเกือบถึงหน้าบ้านเพื่อความปลอดภัย ถ้าตอนนี้ไม่มีการดูโครงสร้างและซ่อมแซม ถ้ามีการถล่มอีกครั้งจะลามไปถึงตัวบ้านถ้าแก้ไขไม่ได้ ลูกบ้านคงต้องอพยพหนีชั่วคราว

เดือดร้อนมาก กำแพงหมู่บ้านหรูพังถล่ม 6 หลัง นิติฯ โยนให้ฟ้องชาวนาที่ดินข้างๆ
ล่าสุด คืนวานนี้ (22 ก.พ.) เมื่อเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าวติดตามความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านทั้ง 6 หลัง พบว่าทางเจ้าของบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวา ต้องนำเต็นท์ออกมากางนอนบริเวณหน้าบ้านและข้างบ้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายบ้านทรุดตัวลงมาทับ

จากการสอบถาม น.ส.ภัทรพร พนิกรณ์ อายุ 36 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 88/32 หมู่ 9 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ที่พวกเราเจ้าของบ้านทั้ง 6 หลัง รออยู่ คือ แบบแปลนของบ้านและกำแพงจาก อบต.ไทรน้อย ที่เราร้องขอไปตั้งแต่เมื่อวาน แล้ววันนี้ได้มีการติดตามทวงถามแล้ว ก็ได้รับคำตอบว่ายังค้นไม่เจอ กำลังค้นหาอยู่

รอเพียงแบบแปลนอันนี้อันเดียวแล้วเดียวบริษัทที่เราจัดจ้างเองจะลงพื้นที่ตรวจสอบให้ จะได้รู้กันไปเลยว่าใครผิดใครถูก สร้างได้ตามแบบหรือไม่ ตอนนี้ทางเราเต็มที่มากๆ ออกค่าใช้จ่ายกันเอง เหลือเพียงแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเต็มที่กับเราหน่อย

ซึ่งตอนนี้พวกเราก็รอคอยอย่างมีความหวังว่าจะได้รับคำตอบเสียที ว่าใครจะเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ จะโทษชาวนาหรือยังไงก็ต้องรอข้อพิสูจน์ให้ได้เสียก่อนว่าผิดจริงๆ ไหม ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าใครผิดเราจะได้ดำเนินการต่อ

ตอนนี้เรารอตรงนี้อย่างเดียวเลย เรารอการดำเนินการตามกระบวนการของหน่วยงานของรัฐอยู่ เอกชนพร้อมแล้วแต่ภาครัฐพร้อมรึยัง มีแต่หน่วยงานท้องถิ่นที่แนะนำให้เราไปฟ้องศาลก่อน ซึ่งเราคุยกันแล้วว่าเวลาไปฟ้องศาลค่อนข้างจะใช้เวลานาน

น.ส.ภัทรพร ยังกล่าวเสริมอีกว่า บ้านบางหลังคานมีรอยร้าว ใต้พื้นบ้านเป็นโฟมและดินก็ยุบตัว บางคนซื้อบ้านได้เพียงแค่เดือนเดียวก็มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันยิ่งได้ยินคำตอบของทางหน่วยงาน อบต.แล้วยิ่งเสียใจ คือเขาปัดให้เราไปฟ้องศาลเอาอย่างเดียวเลย

เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้ว 4-5 ครั้ง เราก็ทนกันมาเรื่อยๆ จะต้องให้มันพังขึ้นมาเป็นแถบๆ รึยังไง ตอนนี้ไม่มีความหวังกับหน่วยงานทางภาครัฐเลย เพราะว่าตนได้เดินเรื่องไว้กับศูนย์ดำรงค์ธรรม สคบ.ของจังหวัดนนทบุรี แล้วเรื่องยืดเยื้อมาจน 17 ก.พ.65 ซ้ำมาอีก 3 หลัง ของตนโดนมาอีก 2 รอบ ทำให้รู้สึกว่าเรายังจะพึ่งพาคุณได้อีกเหรอ

ขนาดเรายินดีที่จะเสียค่าใช้จ่ายในการให้วิศวกรรมมาตรวจสอบและค่าเครื่องมือที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบเอง แต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่มีวิศวกรรมจะมาตรวจสอบให้ แล้วให้เรารอมาทำไมตั้ง 4 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว แล้วอย่างนี้จะให้หวังพึ่งพาอะไรได้

ก็อยากจะวอนไปถึงท่านผู้ว่าฯ นนทบุรี โปรดวิงวอนเห็นใจ โปรดช่วยเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ในส่วนของจังหวัดนนทบุรี อำเภอไทรน้อย หมู่ 9 ให้สำเร็จลุล่วง โปรดใช้อำนาจในมือท่านเร่งรัดกระบวนการนี้ด้วย

ตอนนี้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต้องออกมากางเต็นท์นอนที่บริเวณหน้าบ้านของตนเองแล้ว เพราะกลัวอันตราย ว่าหากยังนอนอยู่ในบ้าน บ้านอาจจะถล่มลงมาใส่ตอนไหนก็ไม่รู้ และก็ทำตามคำแนะนำของทาง มสท.ที่มาในวันนี้ ว่าถ้าไม่มั่นใจในโครงสร้างของบ้าน เพราะท่านก็รับประกันไม่ได้เหมือนกันว่า

ถ้าฝนตกมาหรือดินมันสไลด์เพิ่มเติมมากกว่าเดิม ก็ให้ออกมานอนตรงส่วนของหน้าบ้าน ถ้าหากไม่มั่นใจในบริเวณชั้นสอง ก็ให้ลงมานอนชั้นล่างแต่หากยังไม่อุ่นใจก็ออกมานอนบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตรงที่ตนและครอบครัวมานอนก็อยู่บริเวณด้านหน้าสุดของบ้านแล้ว พร้อมวิ่งหนีทันทีหากเกิดอะไรขึ้น

จนมุมแล้ว “โจรผมเขียว” หนุ่มวัย 20 หลอกเหยื่อผ่านแอปหาคู่ เสร็จกิจแล้วลักทรัพย์

จนมุมแล้ว "โจรผมเขียว" หนุ่มวัย 20 หลอกเหยื่อผ่านแอปหาคู่ เสร็จกิจแล้วลักทรัพย์
จนมุมแล้ว “โจรผมเขียว” หลอกนัดเหยื่อผ่านแอปหาคู่ เสร็จกิจแล้วลักทรัพย์ ผู้เสียหายแจ้งความหลาย สน. เกือบ 10 ราย
เมื่อเวลา 23.00 น. (20 ก.พ.65) พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ได้รับรางงานจาก พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 โดย พ.ต.ท.สุทธิเดช โอฬาริ รอง ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ต.ไพศาล เดชกัลยา สว.กก.สส.บก.น.2 ร่วมกับ พ.ต.อ.สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.ธฤษณุ ศิริรัตน์ รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร พ.ต.ต.อนันต์ จันทร์ศรี สว.สส.สน.สุทธิสาร และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 ฝ่ายสืบสวนสน.สุทธิสาร ได้ร่วมกันจับกุม นายศุภโชค อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.65/2565 ลง 24 มกราคม 2565 ข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืน โดยจับกุมได้บริเวณร้านขาย ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ ชุมชนหัวโค้ง แขวงและเขตคลองเตย กทม. เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2565 ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ว่ามีคนร้ายลักษณะผมสีเขียวก่อเหตุลักทรัพย์ ภายในหอพักแห่งหนึ่งย่านอินทมระ โดยแอบเข้าไปหยิบกุญแจสำรองของหอก่อนจะตระเวนเข้าไปลักทรัพย์ในหอพัก รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นบาท แล้วหลบหนีไป
จากนั่นฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้ลงพื้นที่ออกหาข่าวมาโดยตลอดจนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ นายศุภโชค หรือ เจมส์ อายุ 20 ปี หรือโจรผมเขียว ซึ่งหลบหนีไปกบดานอยู่ในชุมชนหัวโค้ง แขวงและเขตคลองเตย กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ ร่วมเข้าตรวจสอบจนพบตัวนายศุภโชค เดินอยู่ในชุมชนจึงเข้าแสดงตัวและจับกุมตัวมาสอบสวนที่ฝ่ายสืบสวนสน.สุทธิสาร
จากการสอบสวนพบว่า โจรผมเขียว ผู้ต้องหารายนี้ ก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วในหลายพื้นที่ โดยจะทำทีไปขอสมัครงาน หรือเข้าพักในหอพัก หรือนัดพบกับหญิงสาว กลุ่มชายรักชาย ในแอปหาคู่ ทานข้าว หรือไปร่วมหลับนอน จากนั้นจะอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ แอบลักเอาทรัพย์สินมีค่าหลบหนีไป โดยทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาลักไปมักจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็ปเลต เงินสด ทองคำ รวมถึงรถจักรยานยนต์ ซึ่งถ้าเป็นมือถือ แทปเล็ตก็จะนำขายย่านเสือป่า หรือโพสต์ขายหน้าเฟซบุ๊กในราคาถูก เงินที่ได้มาก็จะนำใช้จ่ายส่วนตัว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีผู้เสียหายถูกก่อเหตุลักษณะเดียวกันซึ่งผู้เสียหายจดจำสีผมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนายศุภโชค เข้าแจ้งความไว้กับ สน.ต่างๆ อีกหลายท้องที่ สน.ดุสิต 1 ราย สน.มีนบุรี 1 ราย สน.พหลโยธิน 2 ราย สน.ประชาชื่น 1 ราย สน.สุทธิสาร 1 ราย ด้วย

ผวาทั้งแยกไฟแดง หนุ่มหัวร้อนคว้าเหล็กฟาดเก๋งพังยับทั้งคัน ตะโกนสั่ง “กราบ”

ผวาทั้งแยกไฟแดง หนุ่มหัวร้อนคว้าเหล็กฟาดเก๋งพังยับทั้งคัน ตะโกนสั่ง "กราบ"
หนุ่มสุดงง ถูกกระบะสายโหดไล่ตามด่า หาว่าขับรถปาดหน้า ก่อนจะใช้เหล็กสไลด์ทุบกระจกแตก รถพังยับทั้งคัน
จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ใน จ.อุดรธานี ขณะที่ชายคนหนึ่งได้ใช้ของบางอย่างทุบรถเก๋งฝั่งคนขับ พร้อมตะโกนว่า “กราบ” ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ก่อนที่จะบอกว่า หมดความอดทนแล้วจะเอาอย่างไร และด่าด้วยคำหยาบ และยังทำท่าเหมือนจะใช้สิ่งที่อยู่ในมือแทงเข้าไปในรถ
ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (18 ก.พ.) เวลา 10.45 น. ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาททุบกระจกรถยนต์เก๋ง บริเวณ 3 แยกไฟแดงหน้าโรงงานผลิต ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า แห่งหนึ่งทางเข้าท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ถนนเลี่ยงเมือง อุดร-หนองบัวลำภู ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 896 อุทัยธานี จอดอยู่เลนขวาสุด บริเวณ 3 แยกไฟแดง โดยหันหน้าไปทาง จ.หนองบัวลำภู โดยมี นายเกียรติศักดิ์ อายุ 24 ปี เป็นคนขับรถและเป็นผู้เสียหาย และเพื่อนผู้ชายที่มาด้วยกัน 1 คน
สภาพกระจกรถถูกของแข็งทุบจนแตกที่บริเวณกระจกหน้า กระจกหลัง แตกร้าว ส่วนกระจกประตูคนขับแตกพังเสียหายทั้งบาน บนเกาะกลางถนนที่สร้างด้วยคอนกรีต พบซองใส่เหล็กสไลด์ของผู้ก่อเหตุตกอยู่ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยว่า ขับรถมาจาก ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี จะไปทำธุระที่ จ.หนองบัวลำภู ขับมาตามทางและแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร
ระหว่างจะเลี้ยวออกมาจากปั๊มน้ำมัน สังเกตเห็นรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สี่ประตู สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ แต่จำหมายเลข และหมวดอักษรไม่ได้ ขับมาจาก 4 แยกไฟแดง ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร
โดยขับในลักษณะมีอาการมึนเมา ขับแซงด้านซ้ายรถคันอื่นๆ มาตามถนนอุดร-หนองบัวลำภู เป็นจังหวะที่ตนขับออกมาพอดี และคนขับรถกระบะได้เปิดกระจกตะโกนด่าด้วยคำหยาบคาย หาว่าตนเองขับรถปาดหน้า
ด้วยความที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร และไม่ได้คิดโกรธอะไรก็ขับรถมาตามทางปกติ แต่รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับแซงขึ้นมาอยู่ด้านหน้า และพยายามเบรกรถแบบกระชั้นชิด เพื่อให้รถของตนเองชนท้าย ตนจึงหักหลบออก และชิดรถเข้าถนนฝั่งขวา ก่อนถึง 3 แยกไฟแดง ทางเข้าสนามบินฯ
หลังจากนั้นมีผู้ชายรูปร่างสันทัด 1 คน อายุ 30-35 ปี สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ที่เป็นคนขับรถกระบะ เปิดประตูและเดินตรงมาที่รถของตนเอง เข้ามากระชากประตูรถฝั่งคนขับ แล้วบิดกุญแจดับเครื่องยนต์รถที่ตนขับมากับเพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันที่ถูกทุบ
นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า ต่อจากนั้นชายคนดังกล่าวได้หยิบเหล็กสไลด์ออกมาทุบกระจกรถอย่างบ้าคลั่ง ตอนนั้นตนเองและเพื่อนอยู่ในอาการตกใจทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่เพื่อนของตนจะเปิดประตูรถวิ่งออกไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
พอชายคนนั้นทุบรถจนหนำใจแล้ว ได้เดินกลับไปยังรถกระบะที่จอดติดเครื่องไว้ขับหลบหนีไปทาง จ.หนองบัวลำภู อย่างรวดเร็ว ขอยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุและเคยมีเรื่องกันมาก่อน และยังสังเกตเห็นมีบุคคลอยู่ภายในรถกระบะที่เบาะด้านหลังอีก 1 คน ส่วนเบาะด้านหน้ารถกระบะด้านซ้าย ตนไม่แน่ใจว่ามีคนนั่งมาด้วยหรือไม่
ด้าน ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลักจากเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว จะได้เชิญตัวเจ้าของรถยนต์ที่เสียหายไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้น ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัดในการลงมือก่อเหตุ หลังจากนี้จะประสานไปยังชุดสืบสวน เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับสาวแสบ อ้างตัวเป็นหมอทำงานในคลินิก เคยถูกจับหลายครั้งแต่ไม่เข็ด

จับสาวแสบ อ้างตัวเป็นหมอทำงานในคลินิก เคยถูกจับหลายครั้งแต่ไม่เข็ด

จับสาวแสบ อ้างตัวเป็นหมอสมัครทำงานในคลินิก พบประวัติเคยถูกจับหลายครั้งแต่ยังกลับมาก่อเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ที่กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่แถลงผลการปฏิบัติงาน กรณีจับกุมผู้ต้องหาสวมตัวรอยเป็นหมอรับจ้างทํางานในคลินิก

โดยจับกุมตัว น.ส.ณัฐชานันท์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ฐานความผิด “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ใช้คําหรือข้อความที่แสดงให้ ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีประกอบวิชาชีพเวชกรรม ,ฉ้อโกง โดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน และ เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายผู้อื่นหรือประชาชน”

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.ณัฐชานันท์ฯ มีพฤติกรรมหลอกลวง โดยหลอกเอาเอกสารใบประกอบวิชาชีพแพทย์ นํามาสวมรอยเป็นแพทย์ เข้าไปทํางานในคลินิกหลายแห่ง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ป คบ. จับกุมดําเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังผู้ต้องได้รับการประกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากแพทย์หญิงเอ (นามสมมุติ) ได้ถูก น.ส.ณัฐชานันท์ฯ นําใบประกอบวิชาชีพและเอกสารสําคัญไปแอบอ้าง เข้าทํางานคลินิกย่านบางบอน แถวโรงงาน เครื่องซีลถุงแบบมือกด เครื่องซีลปิดปากถุง กรุงเทพ จํานวน 1 แห่ง และคลินิกในจังหวัดปทุมธานี จํานวน 2 แห่ง ทําให้ได้รับความ เสียหาย เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงดําเนินการเพิกถอนการประกันตัวและออกหมายจับ น.ส.ณัฐชานันท์ฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวอีกครั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 พบน.ส.ณัฐชานันท์ฯ อยู่ที่บริเวณถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ จึงแสดงตัวเพื่อจับกุม

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ได้กระทําความผิดจริง โดยได้นําสําเนาใบประกอบวิชาชีพของแพทย์หญิง จํานวนหลายท่านที่ได้จากการโพสต์กระทู้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ อ้างว่า จะเปิดสถานเสริมความงาม ต้องการรับสมัคร แพทย์มาทํางาน พร้อมให้ส่งเอกสารมาให้ทางไลน์จากนั้นก็นําเอกสารดังกล่าวมาใช้ เพื่อสมัครทํางานในสถาน เสริมความงามในกทม. เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่กระทําความผิดในลักษณะเดิมอีก น.ส.ณัฐชานันท์ฯ อ้างว่าตนต้องการเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจําวันและตนทําอย่างอื่นไม่เป็น จึงต้องหวนกลับมากระทําความผิดในลักษณะเช่นเดิมอีก

ทั้งนี้ตรวจสอบพบว่ามีคดีซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวน ไปจนถึง ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ และรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล อีก 4 คดี และในระหว่างที่ผู้ต้องหาประกันตัวไป ได้นําใบประกอบวิชาชีพของแพทย์หญิงเอ (นามสมมุติ) สวมรอยเป็น แพทย์ทํางานในคลินิกจํานวนทั้งหมด 3 แห่ง โดยพนักงานสอบสวนจะเรียกคลินิกดังกล่าวมาสอบปากคําและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

บีบหัวใจ เจ้าของเล่านาทีเซ็น “การุณยฆาต” แมวสุดที่รัก ป่วยน้ำคั่งในสมอง

บีบหัวใจ เจ้าของเล่านาทีเซ็น "การุณยฆาต" แมวสุดที่รัก ป่วยน้ำคั่งในสมอง
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพใบเซ็นยินยอม การุณยฆาตแมว น้อยชื่อดอฟ พร้อมแคปชันบีบหัวใจว่า “วินาทีที่เซ็นชื่อลงไปในใบนั้น มันคือเวลาที่ใจทั้งใจมันสลายลงไป เมื่อต้องรู้ว่าชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองกำลังจะจากไปแบบที่ไม่มีวันกลับมา
ผมอยู่กับดอฟมา 6 ปี อยู่กันแค่สองชีวิตมาตลอดในเวลาเกือบ 24 ชั่วโมง ในแต่ละวัน และคนที่รู้ว่าดอฟต้องสู้กับความเจ็บปวดมานานมากขนาดไหนก็คือผมเอง
ผมอาจจะมีสังคมมีครอบครัว มีเพื่อน มีงานให้ทำ มีโลกใบอื่นนอกเหนือจากที่มีกับเค้า แต่สำหรับเค้าผมคือโลกทั้งใบของเค้ามาโดยตลอด
ดอฟเป็นแมวที่มีน้ำคั่งในสมองก้อนใหญ่ จนต้องผ่าตัดต่อท่อเพื่อระบายน้ำออกจากสมองมาไว้ที่ช่องท้อง ฝังเอาไว้อยู่ในตัวของเขามาตลอดเวลาเกือบ 3 ปี ทุกครั้งที่ดอฟเจ็บปวดทรมาน ผมเจ็บปวดและทรมานไปด้วยไม่ต่างกัน มันเจ็บที่เราช่วยอะไรเค้าไม่ได้ ดอฟมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินยา กดอาการเจ็บปวดของเขาเอาไว้เท่านั้น ผมรู้ว่ามันคือวงจรที่ทรมานมาก สำหรับเขากับการที่ต้องหายปวดเพื่อกลับไปปวดใหม่ มันหนักหนามากเกินกว่าที่ชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่งควรจะได้รับมานานมากเกินไปแล้ว นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ผมดูแลเขาดีกว่าที่ผมดูแลตัวผมเอง

เราสื่อสารกันด้วยแววตาของเขามาตลอดว่าถ้าเค้ายังอยากสู้อยู่ ยังอยากมีชีวิตอยู่ ผมยอมเสียทุกอย่าง ขายของ กล่องเบเกอรี่ กล่องเค้ก เงินเก็บที่มี ข้าวของที่สะสมถูกเปลี่ยนมาเพื่อรักษาชีวิตของเค้าเอาไว้ ผมแลกทุกอย่างได้ถ้าเค้ายังแสดงออกว่ายังอยากสู้อยู่
ผมตัดสินใจหาข้อมูลทางเลือกอีกทาง ที่ให้เค้าไปอย่างสบายที่สุดด้วยการ put to sleep จนมั่นใจว่ามันจะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย ที่ผมแสดงออกให้กับเค้าได้ว่าผมรักมากแค่ไหนในกรณีสุดท้ายของเราเตรียมเอาไว้ แล้วเริ่มทำใจมาตั้งแต่ตอนนั้น
จนกระทั่งวันที่มันหนักเกินกว่าที่เค้าจะสู้ต่อก็มาถึง ดอฟแสดงออกทางแววตาว่าเค้าไม่ไหวแล้ว แสดงออกว่าได้โปรดปล่อยเค้าไป ความเห็นแก่ตัวของผมที่จะยื้อเค้าเอาไว้ก็จบลง
ผมเลือกทางที่จะปล่อยให้เค้าไปอย่างสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ คิดโดยแทนตัวเองลงไปเป็นเค้าว่าถ้าเราอยู่ในจุดนั้น เรายังอยากจะมีชีวิตแบบที่ต้องวนลูปความเจ็บปวดนี้อยู่มั้ย เลือกเส้นทางที่ผมจะทรมานไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้เอาไว้ เพียงเพื่อขอให้เส้นทางแห่งความเจ็บปวดของเค้าจบลง แต่พอมาถึงเวลาจริงๆแล้ว การจากลามันไม่เคยง่ายแบบที่เราเคยคิด เคยเตรียมใจว่าจะผ่านมันไปได้เลย
คุณหมอที่โรงพยาบาลยังคงเป็นกลุ่มคนที่น่ารักมากสำหรับดอฟมาเสมอ ขอบคุณที่ช่วยเอ็นดูน้องมาโดยตลอด รักดอฟเหมือนแมวของตัวเอง คุณหมอผลัดกันร่ำลาดอฟก่อนที่จะเดินยาให้เค้า
ดอฟจากไปแล้ว ในแบบที่หลับสบายด้วยสีหน้าที่มีความสุขในแบบที่ผมมักจะลงรูปการหลับแบบสบายที่สุดของเค้า เพราะนั้นคือเวลาเดียวที่ดอฟน่าจะมีความสุขมากที่สุด
ผมขอบคุณทุกคนที่รักและเอ็นดูน้องมาตลอด ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือเวลาที่เขาเจ็บปวด ขอบคุณทุกคนที่คอยถามไถ่อาการ ขอบคุณทุกคนมากๆจริงๆ
สุดท้ายอยากขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงผม ผมมั่นใจว่าจะผ่านช่วงเวลาที่เคยมีเค้าไปได้ ด้วยการที่มีเวลาที่ไม่มีเค้าเข้ามาแทนเช่นกัน แม้เวลานี้มันจะยากเกินไปหน่อยก็ตาม
ขอบคุณครับ”

คุณอ้น ได้เล่าถึงความผูกพันของเขากับดอฟ แมวที่เขาเลี้ยงมานาน 6 ปี ว่าดอฟ มีความผิดปกติมาตั้งแต่เกิด เพราะเป็นแมวที่ข่วนไม่เป็น กัดไม่เป็น กระโดดไม่เป็น และมองไม่ค่อยเห็น จนวันหนึ่งดอฟมีอาการแปลกๆ นอนเอาหัวไปชนขอบเตียงอยู่ 2 วัน จึงตัดสินใจพาดอฟไปหาหมอและทำ MRI กับ CT-Scan ผลคือน้องเป็นน้ำคั่งในสมอง ดอฟมีอาการชัก ผวา นาน 3 ปี ดอฟต้องต่อท่อระบายน้ำที่คั่งในสมองออกมาไว้ที่ช่องท้อง ด้วยการฝังท่อไว้ในร่างกาย
คุณอ้น รู้ดีว่าดอฟจะไม่หายและต้องทรมานจากอาการป่วย จึงใช้เวลาทำใจนาน 2 ปี ก่อนตัดสินใจให้หมอ การุณยฆาต เพื่อส่งดอฟไปสู่สุขคติ และเพื่อหยุดความทรมานของดอฟ
คุณอ้นยังบอกอีกว่า การการุณยฆาต หรือการ Put to sleep ในไทยเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าทำได้โดยถูกกฏหมาย จึงอยากให้มีการเผยแพร่ข้อมูลให้ความรู้เรื่องนี้ เพราะคิดว่าทุกคนควรได้เลือกเวลาตายของตัวเอง

ผวาครอบครัวงูเห่าซุกใต้ถุน จับได้ตัวเดียวยาว 1 เมตร เจ้าของบ้านเผยมีใหญ่กว่านี้

ผวาครอบครัวงูเห่าซุกใต้ถุน จับได้ตัวเดียวยาว 1 เมตร เจ้าของบ้านเผยมีใหญ่กว่านี้
ผวาครอบครัวงูเห่าซุกใต้ถุน จับได้ตัวเดียวยาวกว่า 1 เมตร เจ้าของบ้านเผยนี่แค่ตัวลูก มีใหญ่กว่านี้ และมีหลายตัว เชื่อเป็นงูเจ้าที่
ที่ จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี รับแจ้งจากเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวต้นไทร เลขที่ 134/1 หมู่2 ต.มดแดง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ตรงข้ามกันเป็นร้านจักส่งของ กล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ รับแจ้งว่ามีงูเห่าขนาดใหญ่เลื้อยเข้าติดตาข่ายดักปลาที่ข้างบ้านขอให้มาช่วยจับไปปล่อยในที่ปลอดภัยให้ด้วย หลังรับแจ้งได้ประสานอาสากู้ภัยในพื้นที่นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ไปตรวจสอบ
พบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ริมถนนสายมดแดง-โพธิ์พระยา หน้าบ้านมีต้นไทรขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี ที่โคนต้นมีศาลตั้งอยู่ 1 หลังภายในรั้วบ้านเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว มีกระถางไม้มงคลจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่เกือบทั่วบริเวณบ้านและที่ด้านหลังบ้านซึ่งอยู่ติดกับทุ่งนาพบงูเห่าขนาดใหญ่ยาวประมาณ 80 เซนติเมตร ถูกตาข่ายดักปลาพันติดลำตัวอยู่ 1 ตัว อาสากู้ภัยจึงใช้กรรไกร ตัดตาข่ายออกก่อนจะนำใส่กระสอบไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ปลอดภัย
สอบถาม นางชญาภัชร์ อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านเมื่อวันก่อนลูกสาวได้ยืนเอาผ้าอุดรูที่บานหน้าต่างหลังบ้านขณะกำลังใช้อุดรูอยู่ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกเย็นที่บริเวณเท้าก็ตกใจ วิ่งไปเรียกลูกน้องผู้หญิงที่ช่วยขายก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านมาช่วยดู จุดที่ลูกสาวยืนก็พบว่าที่ชายขอบปูนผนังบ้านมีรูคล้ายโพรงจึงก้มดูก็เห็นหัวงูขนาดใหญ่ อยู่ในโพรงและแลบลิ้นใส่ก็ตกใจพากันวิ่งหนีไปที่หน้าบ้านเมื่อตั้งสติได้จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยจับ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพร้อมอุปกรณ์การจับได้ช่วยสำรวจรอบบ้านก็พบคราบงูเห่าขนาดใหญ่เพิ่งจะลอกคราบไม่นานอยู่ใกล้กับโพรงรอบบ้าน 2 คราบแต่ไม่พบตัวงู
อาสากู้ภัยจึงช่วยกันขุดหาบริเวณที่เป็นโพรงก็ไม่พบ จึงนำตาข่ายดักปลามาวางดักไว้รอบบริเวณด้านหลังบ้านพร้อมนำหัวไก่มาวาง เพื่อล่อให้เจ้างูเห่าออกมากินกระทั่งสายจึงเดินไปดูก็พบว่ามีงูเห่าขนาดใหญ่ติดอยู่ คาดว่ายังมีงูเห่าอยู่ที่โพรงใต้ถุนบ้านอีกหลายตัวเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีงูเห่าขนาดเล็กเข้าไปในบ้านและถูกลูกสาวตีตายแล้วหลายตัว และตัวที่ถูกจับได้นี้ก็ไม่ใช่ตัวที่เจอเมื่อวันก่อนเพราะตัวที่เจอใหญ่กว่านี้มาก จึงแจ้งอาสากู้ภัยมาช่วยแกะออกไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
ทางด้านนายสานิตย์ อายุ 60 ปี ญาติเจ้าของบ้านเล่าว่าวันก่อนตนได้รับแจ้งจากหลานสาวว่ามีงูขนาดใหญ่อยู่ที่หลังบ้านช่วงกลางคืนตนจึงมาดูโดยใช้ไฟฉายส่องหาก็พบงูขนาดใหญ่ ลำตัวยาวกว่า 1 เมตร ชูคอใส่ก่อนจะเลื้อยหายเข้าไปในโพรงใต้ถุนบ้านและไม่สามารถจับได้จึงแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยหา ส่วนงูเห่าตัวที่จับได้วันนี้เป็นคนละตัว ตัวนี้ตนคิดว่าน่าจะเป็นลูกของตัวที่ตนเจอวันก่อน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านี้มากและตนเชื่อว่างูตัวที่ตนพบนั้น น่าจะเป็นงูเจ้าพ่อต้นไทร ที่อยู่หน้าบ้านห่างกันประมาณ 100 เมตร และเชื่อว่ายังมีงูเห่าอยู่ในโพรงใต้ถุนบ้านอีกหลายตัว ถ้าปล่อยไว้อาจจะเกิดอันตรายกับเจ้าของบ้านได้