shadow
Featured

เสี่ยร้านเบาะ เคลียร์ปัญหากับเมีย เถียงกันลั่นบ้าน ก่อนลั่นไกดับแรงหึง

เสี่ยร้านเบาะ เคลียร์ปัญหากับเมีย เถียงกันลั่นบ้าน ก่อนลั่นไกดับแรงหึง

เหตุสลดเมื่อเสี่ยร้านเบาะ ขับฟอร์จูนเนอร์ จากระยอง มาเคลียร์ปัญหากับภรรยาสาว ถึงบุรีรัมย์ ก่อนก่อเหตุยิง 4 นัดซ้อน ต่อหน้าครอบครัว และลูกสาววัย 4 ขวบ

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 2564 ร.ต.อ.วีระชน ปรากฎมาก รองสว.(สอบสวน)สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเกิดเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งในอ.กระสัง ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผกก.สภ.กระสัง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.บุรีรัมย์ และแพทย์เวรรพ.กระสัง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างหน้าทีวีพบศพน.ส.จันทร์จิรา พินิจรัมย์ หรือกี้ อายุ 23 ปี นอนหงายเสียชีวิตในสภาพเลือดท่วมตัว จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณชายโครงทั้งสองข้าง และตามลำตัวรวม 4 นัด ทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 4 ปลอก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนางแต๋ว พินิจรัมย์ อายุ 65 ปี แม่ผู้เสียชีวิต ให้การว่า ตนเห็นลูกเขยคือนายสุริชัย อังกูรเจริญพร หรือนิว อายุ 33 ปี เสี่ยเจ้าของร้านรับทำเบาะที่จ.ระยอง เดินมากระหน่ำยิงลูกสาวจนเสียชีวิต ตนถึงกับช็อกเพื่อนบ้านต้องช่วยกันปฐมพยาบาลประคองตัวออกจากจุดเกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายประยูร พินิจรัมย์ พ่อผู้เสียชีวิต ให้การว่า หลังจากลูกสาวเลิกรากับสามีเก่ามาประมาณปีกว่า ก็มาคบหากับนายสุริชัย ผู้ก่อเหตุ โดยมีลูกสาวติดมาด้วย 1 คน และเพิ่งจะแต่งงานกันเมื่อปลายเดือน ต.ค. 63 หลังแต่งงานลูกสาวก็ไปอยู่กับกินกับนายสุริชัย ที่จ.ระยอง

โดยช่วงที่อยู่จ.ระยอง ลูกสาวจะโทรศัพท์มาบอกว่าแม่มีปากเสียงกับนายสุริชัย บ่อยครั้งเพราะนายสุริชัย เป็นคนขี้หึงชอบระแวงว่าลูกสาวตนจะนอกใจ แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานายสุริชัย ลูกสาว และหลานสาว ก็เดินทางมาพักที่บ้านอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วนายสุริชัย ก็กลับไปทำงานที่จ.ระยอง แต่ลูกสาวอยู่บ้านต่อไม่ได้ไปด้วย

กระทั่งก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.30 น. นายสุริยา ก็ขับรถมาที่บ้านบอกว่าจะมาเคลียร์ปัญหากับน.ส.จันทร์จิรา ตนจึงปล่อยให้ทั้งคู่คุยกัน แต่ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันผ่านไปประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด

ตนตกใจมากจึงรีบวิ่งมาดูก็เห็นลูกสาวนอนเสียชีวิตจมกองเลือดแล้ว ส่วนลูกเขยก็ขับรถหลบหนีไป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้และไม่ให้อภัยนายสุริชัย อย่างเด็ดขาดเพราะฆ่าลูกสาวตนเองอย่างโหดเหี้ยม กระหน่ำยิงตั้งหลายนัดทั้งที่ไม่มีทางสู้ แถมก่อเหตุต่อหน้าแม่ยาย และลูกสาววัยเพียง 4 ขวบ โดยไม่สะทกสะท้าน อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้านพ.ต.อ.วิษณุ ผกก.สภ.กระสัง จึงได้สั่งการให้ตั้งจุดสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ก็สามารถสกัดจับตัวนายสุริชัย ผู้ก่อเหตุได้ขณะขับรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน 3กช2020 กรุงเทพฯ ผ่านมาทางถนนหน้าโรงพักเพื่อจะหลบหนี พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนนายสุริชัย ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุยิงน.ส.จันทร์จิรา ภรรยาของตัวเองจริง เนื่องจากระแวงว่าภรรยาจะปันใจให้ชายอื่นจนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง จึงโมโหชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยออกมากระหน่ำยิงภรรยาจนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าคนตายโดยเจตนา” และข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครัวโดยผิดกฎหมาย” คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Featured

สลดซ้ำ ทิดสึกใหม่ คลั่งบุกทำร้ายอดีตภรรยา ถึงที่ทำงาน จบชีวิตตัวเองคาห้องขัง

สลดซ้ำ ทิดสึกใหม่ คลั่งบุกทำร้ายอดีตภรรยา ถึงที่ทำงาน จบชีวิตตัวเองคาห้องขัง

สลดซ้ำ ทิดสึกใหม่ คลั่งบุกทำร้ายอดีตภรรยา ถึงที่ทำงาน หลังโดนตำรวจเข้าจับกุม จบชีวิตตัวเองคาห้องขัง ใช้เสื้อผูกคอตัวเองเสียชีวิต

วันที่ 9 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีเหตุ ชายอายุ 46 ปี เพิ่งสึกพระได้เพียง 1 วัน ก่อเหตุ ใชีมีดดาวยาว บุกเข้าไปทำร้ายลูกชาย และอดีตภรรยา อายุ 44 ปี ที่โรงงาน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ในเขตเทศบาลเมืองนครนายก

โดยภาพวงจรปิดสามาถบันทึกภาพเหตุการณ์ ที่ผู้ก่อเหตุลงมืออย่างไม่ยั้ง กระทั่งตำรวจเข้ามาจับกุมตัวชายคนก่อเหตุเอาไว้ได้ เบื้องต้นทราบว่า ชายดังกล่าวเกิดความหึงหวงที่อดีตภรรยามีรักใหม่ จึงสึกออกมาก่อเหตุ

ล่าสุดมีรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา วันเดียวกัน ชายคนดังกล่าว ใช้เสื้อยืด สีดำของตัวเองที่สวมใส่อยู่ ก่อเหตุผูกคอตนเองจนเสียชีวิต หลังห้องขัง เบื้องต้นตำรวจได้ประสานแพทย์นิติเวชเข้ามาชันสูตร พร้อมประสานกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งรพ.ก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

Featured

จับโจ๋ รับงานส่งยาผ่านแอพ เทเลแกรม ตร.ขยายผล ตามรวบคาร้านรับส่งพัสดุ

จับโจ๋ รับงานส่งยาผ่านแอพ เทเลแกรม ตร.ขยายผล ตามรวบคาร้านรับส่งพัสดุ

จับโจ๋ รับงานส่งยาผ่านแอพ เทเลแกรม ตร.ขยายผล ตามรวบคาร้านรับส่งพัสดุ สารภาพ รับค่าจ้างมาครั้งละ 500-1,000 บาท ส่งพัสดุซุกยาให้ลูกค้า

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 ก.พ.2564 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผบช.น. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ จอกโคกสูง รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ สว.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.กิตติเชษฐ์ กิติสาร สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ

แถลงข่าวจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ หนัก 68 กรัม ยาบ้า 1,453 เม็ด ซุกซ่อนใน ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก โดยจับกุมที่ บริเวณบริษัทขนส่งพัสดุแห่งหนึ่ง สาขาเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท. ได้มีการจับกุม นายวรพลหรือตั้ม ดอนสำราญ อายุ 36 ปี ข้อหามียายาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย ก่อนขยายผลจนทราบว่า ยาเสพติดของกลางนั้น ต้นทางส่งมาจาก บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งสาขาเอกมัย จึงประสานข้อมูลมายัง สน.ทองหล่อ เพื่อร่วมกันสืบสวน

จนกระทั่ง ตำรวจพบว่า ผู้ที่นำยาเสพติดของกลางมาส่งให้กับนายวรพลหรือตั้ม คือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ต่อมาวันที่ 3 ก.พ.2564 ชุดสืบสวนสน.ทองหล่อ ได้จับกุม นายเอ ขณะขี่จยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาจอดที่หน้าบริษัทขนส่งดังกล่าว โดยในมือมีถุงพัสดุ ด้วยท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ก่อนพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในถุง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับว่าภายในซองพัสดุนั้น คือ ยาบ้าและยาไอซ์ ที่ตนเองกำลังจะส่งให้กับลูกค้า ตามที่ นายซิ่ง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง สั่งให้ตนเองมาส่ง โดยได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนรุ่นพี่ที่แนะนำให้รู้จัก ให้นำส่งไปส่งให้กับลูกค้า

โดยนายซิ่งจะนำยาเสพติดที่บรรจุซุกซ่อนไว้หลังกรอบโทรศัพท์พร้อมส่งไปวางตามจุด แล้วติดต่อมาหาผ่านทางแอพเทเลแกรม เพื่อให้ไปรับยาตามจุดที่นายซิ่งนำมาวาง หลังจากนั้นก็จะนำส่งตามที่ได้รับแจ้ง โดยได้ค่าจ้างเป็นเงินสดครั้งละ 500-1,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแกะซองพัสดุออกดูก่อนพบของกลาง

รับงานส่งยาผ่านแอพ เทเลแกรม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ แจ้งข้อหา“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อเพื่อดำเนินคดีต่อไป

Featured

ระทึกกลางกรุง! หนุ่ม 26 ซิ่งเก๋งชนดะ จนท.ยิงยางสกัดจับ ผงะซุกยาเค ใบกระท่อมอื้อ

ระทึกกลางกรุง! หนุ่ม 26 ซิ่งเก๋งชนดะ จนท.ยิงยางสกัดจับ ผงะซุกยาเค ใบกระท่อมอื้อ

หนุ่มวัย 26 ซิ่งเก๋งชนดะ จนท.ยิงยางล้อหน้าสกัดจับ รถพุ่งเสยขอบปูน ผงะซุกยาเค ใบกระท่อมอื้อ อ้างเอามาต้มกินเอง

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 29 ม.ค.64 พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.ป.สน.บางเขน รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บางเขน ว่าพบรถยนต์แต่งซิ่ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน กค 4783 สมุทรสาคร ลักษณะต้องสงสัย คาดมีสิ่งผิดกฎหมายพยายามหลบหนีการตรวจค้น ภายในซอยพหลโยธิน 57 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.ต.อดุลย์ โพธากาญ สวป., ร.ต.อ.ยงยุทธ เกตุแดง รอง สวป.สน.บางเขน และกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดที่ 4 เข้าสกัดจับกุม

ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหลบหนีออกทางปากซอยแจ้งวัฒนะ 4 มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน ถนนพหลโยธิน ขาออก เมื่อมาถึงช่วงก่อนจุดกลับรถใต้สถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปิดถนนเพื่อสกัดจับตามแผนยุทธวิธี กระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าววิ่งฝ่าพุ่งชนท้ายรถกระบะเสียหาย 1 คัน และพยายามขับพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้า

เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ยางล้อหน้าขวา 2 นัด ก่อนที่รถยนต์คันดังกล่าวจะเสียหลักพุ่งเสยชนขอบปูนเกาะกลาง หน้าร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ไม่สามารถขับวิ่งไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าชาร์จับกุมตัวคนขับไว้ได้ทราบชื่อนายนิวัฒน์ ฉายสว่าง อายุ 26 ปี และนายทีม(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

จากการตรวจค้นพบยาเคตามีน น้ำหนัก 5.19 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าขวากางเกงที่สวมใส่อยู่ และน้ำพืชกระท่อม 4 ขวด ใบกระท่อม 50 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าใส่อาหารฟู้ดแพนด้า วางที่เบาะนั่งด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายนิวัฒน์ ให้การว่า ซื้อพืชกระท่อมจากเพื่อนในราคา 600 บาท ก่อนนำมาต้มใส่ขวดไว้เพื่อนำไปดื่มกิน จากนั้นจึงขับรถมารับน้องชายที่อยู่ริมคลอง ภายในซอยพหลโยธิน 57 เพื่อเดินทางไป จ.สระบุรี ระหว่างขับรถออกมา ได้เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมา รู้สึกตกใจกลัวจะถูกจับ จึงขับรถหลบหนี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามมาจับกุม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สายตรวจชุดจับกุม จึงนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Featured

ลูกสาวใจสลาย ผ่านมาเจออุบัติเหตุแจ้งคนช่วย ขากลับแวะดูเป็นศพแม่ตัวเอง

ลูกสาวใจสลาย ผ่านมาเจออุบัติเหตุแจ้งคนช่วย ขากลับแวะดูเป็นศพแม่ตัวเอง

ลูกสาวร้องไห้แทบขาดใจ หลังจากขี่รถผ่านแล้วเห็นมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น บริเวณหน้าร้านจำหน่าย กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ไปแจ้งให้คนตรวจสอบ สุดท้ายไปดูกลายเป็นศพแม่ กู้ภัยใช้เวลาปลอบใจนานนับชั่วโมง

(25 ม.ค.64) เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถชนกัน มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงประสาน หน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ และแพทย์เวรโรงพยาบาลนางรอง ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบนถนนสายบ้านลุงปลาดุก-โนนสุวรรณ รถมุ่งหน้าไปทาง เข้าถนนทางหลวงหมายเลข 24 พบศพ นางพริ้ง อายุ 63 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพนอนหงายอยู่ข้างถนน บริเวณศีรษะ ถูกกระแทก มีแผลฉกรรจ์หลายแห่ง

ใกล้กันพบมอเตอร์ไซค์ ทะเบียน 102 บุรีรัมย์ ได้รับความเสียหายด้านหน้า แต่ไม่พบคู่กรณี ต่อมาได้มี นายล้วน อายุ 55 ปี ได้ออกมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถอีแต๋น และเป็นคู่กรณีของผู้เสียชีวิต

โดยนายล้วน เล่าว่า ได้ขับรถอีแต๋นออกมาจากซอยหมู่บ้าน แล้วไปจอดแอบอยู่ข้างถนน ทันใดนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ขับมาตามหลัง แล้วพุ่งจนอย่างจัง ด้วยความตกใจและเกรงว่าจะมีอุบัติเหตุซ้ำซ้อน จึงเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้านของตัวเองที่อยู่ใกล้กัน ก่อนจะมาแสดงตัว

ต่อมาได้มี นางจรวยพร อายุ 42 ปี มาจอดที่เกิดเหตุ และเมื่อเห็นสภาพศพของผู้ตาย และจำได้ว่าเป็นแม่ของตัวเอง ถึงกับเข่าทรุดอยู่กับที่ พร้อมกับร้องไห้ หน่วยกู้ภัยฯ จึงเข้าไปช่วยกันปฐมพยาบาล

ซึ่งจากการสอบถามนางจรวยพร เล่าให้กู้ภัยฟังว่า ตนกับแม่อยู่บ้านคนละหลัง ช่วงเกิดเหตุได้ขี่รถไปตามถนนในหมู่บ้าน เห็นรถอีแต๋นออกจากซอยมา แล้วเห็นคล้ายมีอุบัติเหตุ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรง

จึงขี่รถไปร้านค้าในหมู่บ้าน แล้วแจ้งให้แม่ค้าให้บอกเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่มาเป็นจำนวนมาก จึงแวะเข้าไปดูเห็นเป็นศพแม่ตายต่อหน้า

Featured

หมอหาดใหญ่กุมขมับ! คนไข้ดื้อไม่ยอมรักษา ป่วน รพ. สุดท้ายเฉียดตาย ต้องตัดขาขวาทิ้ง

หมอหาดใหญ่กุมขมับ! คนไข้ดื้อไม่ยอมรักษา ป่วน รพ. สุดท้ายเฉียดตาย ต้องตัดขาขวาทิ้ง

เฟซบุ๊ก Jirat Jiratham-opas แพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ โพสต์เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์อุทาหรณ์ที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เข้ามารักษาอาการปวดขา 2 ข้าง ที่เป็นมานาน 2 วัน โดยเท้าข้างขวาชา ขยับนิ้วเท้าไม่ได้ เท้าข้างซ้ายแค่ชา จึงได้ตรวจอาการโดยการทำ CTA พบว่าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขาดับทั้ง 2 ข้าง

หลังทราบผลการตรวจแพทย์แนะนำให้รีบผ่าตัดด่วน ไม่อย่างนั้นจะเสียขาทั้ง 2 ข้าง แต่ผู้ป่วยหนุ่มคนนี้กลับไม่ยอมผ่าตัด พร้อมบอกว่าขอเวลาทำใจกลับบ้าน โดยแพทย์ได้พยายามอธิบายหลายรอบ และบอกอนาคตที่ชัดเจนหากยังไม่รีบรักษา แต่ชายคนนี้ก็ยังคงไม่ยอมผ่าตัด แพทย์จึงขอต่อรองให้นอน รพ. เพื่อให้ยาละลายลิ่มเลือด แต่ผู้ป่วยคนนี้กลับอาละวาด เขย่าเตียง เกรี้ยวกราด ปีนลงจากเตียง เจ้าหน้าที่ไปห้าม เกือบโดนทำร้าย

สุดท้าย แพทย์จึงตามใจคนไข้อนุญาตให้กลับบ้าน คิดในใจว่าผู้ป่วยคนนี้ต้องอาการหนัก ทนปวดไม่ไหว และต้องรักษาจนเหนื่อยอีกแน่นอน แต่ยังคงหวังว่าคนไข้อาจเปลี่ยนไปรักษาที่อื่น เพราะไม่เชื่อใจหมอที่นี่แต่ไม่กล้าบอก

และหลังจากนั้นอีก 1 วัน คนไข้คนเดิมก็ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะปวดจนทนไม่ไหว แต่รอบนี้อาการหนักกว่าเดิม เท้าดำไปหนึ่งข้าง พร้อมยกมือไหว้ขอให้ช่วย แต่อาการล่าสุดพบว่า เนื้อขาขวาตายและมีสีดำแล้วต้องตัด ส่วนขาซ้ายก็อาการหนัก ทางแพทย์จึงส่งเข้าห้องผ่าตัดทันที โดยใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่า 8 ชั่วโมง จนสามารถรักษาขาซ้ายเอาไว้ได้ ไม่ต้องถูกตัดขาทั้ง 2 ข้าง

ซึ่งการผ่าตัดในครั้งนี้ใช้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา ทั้งหมอผ่าตัด หมอดมยา ทีม ICU ที่ต้องคอยเฝ้าดูอาการผู้ป่วย ทีมเฉพาะทางด้านไต และทีมแพทย์ด้านโรคหัวใจที่มาช่วยหาสาเหตุ พบว่ามีลิ่มเลือดเป็นจำนวนมาก หมอเหนื่อยไม่เท่าไหร่ แต่หากคนไข้เสียชีวิตทุกอย่างที่ทำมากลายเป็นศูนย์ทันที

พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า ทีหลังเวลามีปัญหาไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ฟังข้อมูลจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ให้ดี แล้วใช้สติ อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ อย่าเอาแต่ใจ อย่างเคสนี้หากผู้ป่วยยอมทำตามที่หมอบอกตั้งแต่แรก คงไม่ต้องเสียขา และเสี่ยงเสียชีวิต

Featured

จับตายเอเย่นต์ยานรก! ชักปืนยิงสู้ตร.เจอสวน 2หนุ่มซวยโผล่ซื้อก่อนเดือด

จับตายเอเย่นต์ยานรก! ชักปืนยิงสู้ตร.เจอสวน 2หนุ่มซวยโผล่ซื้อก่อนเดือด

จับตายเอเย่นต์ยานรก! ตำรวจสืบนครปฐม ล่อซื้อนัดส่งกันในซอย จู่โจมจับเจอชักปืนยิงใส่ ต้องยิงสวนสู้ป้องกันตัว โดนไป 8 นัดฟุบสิ้นใจ 2หนุ่มลูกค้าซวยด้วยโผล่ซื้อก่อนนาทีบุก

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 ม.ค.2564 พล.ต.ต.สุรชาติ มณีจักร ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ชัชปัณกาณฑ์ คล้ายคลึง พ.ต.อ.ไพโรจน์ คุ้มภัย รอง ผบก. พ.ต.อ.อดิชัย กัณหา รอง ผบก.ศพฐ.7 แพทย์รพ.ศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 7 ร่วมกันเข้าชันสูตรพลิกศพ นายวสันต์ อายุ 40 ปี บ้านอยู่ ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ภายในซอยไผ่เตย ตรงข้ามวัดไผ่ล้อม ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม หลังถูกตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ล่อซื้อจับกุมแต่ปรากฎว่าใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงถูกวิสามัญฆาตกรรม จากการตรวจสอบสภาพศพ พบมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าอก 2 นัด หลัง 2 นัด กกหู 1 นัด แขน 2 นัด หัวไหล่ขวา 1 นัด โดยมีอาวุธปืน ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ข้างตัว พร้อมยาเค 1 ขีด ยาอี 40 เม็ด เงินสด 5,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ถูกกระสุนปืนยิงประตูเหล็กทะลุเป็นรูไปถึงเครื่องซักผ้าที่ตั้งอยู่ในบ้าน พ.ต.อ.ชัชปัณกาณฑ์ เปิดเผยว่า สำหรับนายวสันต์ เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามจับกุมตัว ซึ่งเจ้าตัวเองก็รู้จึงพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา จนวันนี้ชุดสืบสวนจังหวัดวางแผนล่อซื้อโดยนัดส่งยาเสพติดกันในซอย จึงนำกำลังมาดักซุ่มเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายวสันต์ ขับรถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กร 7918 นครปฐม เข้ามาจอดใกล้รถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน ฉล 6655 กทม.” จากนั้นมีชายลงจากรถกระบะเข้าไปในนั่งในรถของเก๋ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ทำให้ชายที่มากับรถกระบะรีบเปิดประตูวิ่งหนี ส่วนนายวสันต์ชักปืนยิงปืนต่อสู้ ทำให้ เจ้าหน้าที่ต้องยิงตอบโต้ป้องกันตัว กระสุนถูกนายวสันต์เสียชีวิต ส่วนชายที่วิ่งหลบหนีไปถูกจับกุมไว้ได้พร้อมชายคนขับรถกระบะอีกคน ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกค้าของนายวสันต์ที่มาซื้อยาเสพติด โดยไม่รู้ว่านายวสันต์ถูกตำรวจวางแผนล่อซื้อในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะได้สอบสวนขยายผลเพื่อโยงไปสู่การจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ต่อไป “

Featured

จเรตำรวจแห่งชาติ จับตาผลสอบสวน 5 เสือ สภ.บางบัวทอง 30 วันรู้เรื่อง!

จเรตำรวจแห่งชาติ จับตาผลสอบสวน 5 เสือ สภ.บางบัวทอง 30 วันรู้เรื่อง!

จเรตำรวจแห่งชาติ สั่งการผบช.ภ.1 ตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีตำรวจกองปราบฯ ทลายบ่อน ‘เจ๊นาง’ หากผิดจริง รับโทษทางวินัยแน่นอน

จากกรณีกำลังตำรวจกอบปราบปราม เข้าทลายบ่อน “เจ๊นาง” จับกุมนักพนันได้ 40 คน ภายในบ้านเลขที่ 14/11 ปากซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ย่านโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป พื้นที่สภ.บางบัวทอง เหตุเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบเมื่อหน้าวันที่ 15 ม.ค. 2564 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร มีคำสั่งให้ตนสั่งการให้ผบช.ภ.1 รายงานข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุมบ่อนการพนัน ในเขตพื้นที่สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า จะรอผลจากกรรมการที่สืบข้อเท็จจริงซึ่งขณะนี้ ทางผบช.ภ.1 ได้สั่งให้ ผู้รับผิดชอบของสภ.บางบัวทอง ตั้งแต่ระดับ ผกก.ถึง สารวัตรมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แล้ว

หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าบกพร่องก็ต้องมีการลงโทษทางวินัย แต่หากพบว่าไม่บกพร่อง ก็จะมีคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติต่อไป ทั้งนี้ได้กำชับ ผบช.ภ.1 ไปแล้วว่าให้ดำเนินการไปตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 อย่างเคร่งครัด โดยให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่ามั่วสุมเล่นการพนันกันเพราะผิดกฏหมาย และเสี่ยงกับการติดโรค โควิค-19 ซ้ำยังต้องมาถูกจับกุมดำเนินคดีด้วย และขอกำชับตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่อย่าปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันโดยเด็ดขาดมิฉะนั้นจะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยได้ทางปกครองอย่างไม่มีข้อยกเว้น

Featured

ไฟไหม้รีสอร์ตไม้สักที่แม่สอด วอดทั้งหลัง เสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

ไฟไหม้รีสอร์ตไม้สักที่แม่สอด  วอดทั้งหลัง เสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 มกราคม 2564 ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านห้วยหินฝน ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หลายหน่วยงาน เร่งเข้าร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้ โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้

จากการตรวจสอบ พบเปลวไฟลุกไหม้เรือนไม้สักสองชั้นอย่างรุนแรง จนวอดเสียหายทั้งหลัง และลามไหม้บ้านพักไม้สักชั้นเดียวที่อยู่ติดกันอีก 2 หลังอย่างรวดเร็ว เนื่องจากขณะเกิดเหตุ มีลมพัดแรง นอกจากนี้เปลวไฟยังลุกลาม ไหม้กองไม้สักเก่าแก่ขนาดต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้กันอีกจำนวนมาก วอดเสียหายในกองเพลิง

โดยเบื้องต้นประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ทางรีสอร์ตปิดให้บริการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีคนงานเฝ้าอยู่เพียงคนเดียว จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟไหม้ป่าที่บริเวณริมรั้วด้านนอกรีสอร์ต และเกิดสะเก็ดเปลวไฟปลิวลอยมาไหม้หญ้าแห้งภายในรีสอร์ต ประกอบกับขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรง ทำให้เปลวไฟลุกไหม้ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิต

Featured

ผ่านมาแค่8วัน รถแหกโค้งตกเหวถนนขึ้น ภูชี้ฟ้า ซ้ำรอยอุบัติเหตุสลดสาวดับ2

ผ่านมาแค่8วัน รถแหกโค้งตกเหวถนนขึ้น ภูชี้ฟ้า ซ้ำรอยอุบัติเหตุสลดสาวดับ2

ผ่านมาแค่8วัน รถแหกโค้งตกเหวถนนขึ้น ภูชี้ฟ้า ซ้ำรอยอุบัติเหตุสลดสาวดับ2 ชาวบ้านวอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งปรับปรุงถนนเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ธ.ค.2563 พ.ต.ต.รัตนพล บั้งเงิน สว.(สอบสวน) สภ.เทิง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ตกเขา ในพื้นที่บ้านร่มฟ้าไทย ม.24 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย จึงรายงานผู้บังคับัญชาทราบก่อนประสาน แพทย์เวร รพ.เทิง ชุดกู้ภัยทต.เวียงเทิง หน่วยกู้ภัยแสงธรรมจุดเทิง และสมาคมกู้ชีพกู้ภัยเทิง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนทางขึ้นภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นทางโค้งจุดเดียวกับที่มีเกิดอุบัติ รถตกเหวเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 คน เป็นพนักงงานจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าทีได้พบรถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน งท 3280 เชียงใหม่ พลิกคว่ำ ตกอยู่ในร่องเขาลึกประมาณ 200-300 เมตร สภาพพังทั้งคันใกล้กันพบชาย 2 คน ทราบชื่อคือนายปรเมศวร์ อายุ 44 ปี เป็นคนขับขี่ และนายธานินทร์ อายุ 45 ปี นั่งมากับรถ โดยทั้งคู่ร่างกายมีแผลถลอก ไม่มีอาการบาดแผลบาดเจ็บร้ายแรง โดยบริเวณที่เกิดหเตุมีชาวบ้านคอยช่วยเจ้าหน้าที่นำรถขึ้นมาจากร่องเขา และมุงดูเป็นจำนวนมากจากการสอบถามทราบว่าทั้งคู่เดินทางมาจากเชียงใหม่ จะไปเที่ยวที่ภูชี้ฟ้า แต่มาประสบอุบัติเหตุก่อนถึงที่หมาย โดยจุดเกิดเหตุเป็นถนนทางเชื่อมต่อจากบ้านประชาภักดี ม.25 ไปบ้านร่มฟ้าไทย ม.24 ต.ตับเต่า ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าช่วงเช้ามีหมอกมากทำให้ถนนลื่น หากผู้ที่ไม่ชินเส้นทางมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่ายและบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามทางชาวบ้านฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาปรับปรุงถนนเส้นทางดังกล่าวเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต