shadow
Featured

เศรษฐินีอุดรฯ ถูกหวย 90 ล้าน จัดงานวันเกิดโปรยแจกเงิน-ทอง คืนความสุขชาวบ้าน

แม่วรรณลี หญิงชาวอุดรถูกหวย 90 ล้าน คืนความสุขให้ชาวบ้าน โปรยเงินและทองรวม 3 แสนกว่าบาท 

วันนี้ (12 ก.ค. 63) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 171 หมู่ 10 บ้านหนองเหี้ย ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พบ นางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี พนักงานโรงงานถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาวสาวผู้โชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 หมายเลข 149840 จำนวน 15 ใบ 90 ล้านบาท ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 48 ปี และทำบุญบ้าน โดยมีการจัดอาหารเลี้ยงแขกที่มาอวยพรกว่า 200 คน และจัดหมอลำให้รับชม แต่ที่เป็นกิจกรรมสำคัญในงานวันนี้คือการแจกทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 30 เส้น และเงินธนบัตรฉบับละ 20 บาท เป็นเงินจำนวน 7 หมื่นบาท รวมมูลค่า 3 แสนบาท โดยการใช้พารามอเตอร์หรือร่มบินโปรยลงมาให้ชาวบ้านเก็บ ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับแจกหน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิก่อนเข้ามาร่วมงานด้วย

หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ ญาติและแขกที่มาร่วมงานได้อวยพรวันเกิดและรับประทานอาหาร เวลา 16.00 น. พ.ต.ท.สุรพล ทองเงิน สว.สส.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ได้นำพารามอเตอร์หรือร่มบิน จากชมรมร่มบินอุดรธานี จำนวน 10 เครื่อง นำห่อธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 7 หมื่นบาท และห่อกระดาษมีชื่อและลายเซ็นนางวรรณลี จำนวน 30 แผ่น เพื่อนำมาแลกเป็นทองคำกับนางวรรณลี ขึ้นบินไปบนท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านหนองเหี้ย แล้วโปรยห่อกระดาษเงินและทองลงมา โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมายืนรอเก็บเงินและทองประมาณ 3,000 คน ทุกคนรอเก็บอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาบินโปรยทองประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งมี พ.ต.ท.พิชิต เทพจันทร์ สวป.สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นำกำลังตำรวจและ อส. 30 นาย มารักษาความสงบเรียบร้อย

ส่วนผู้ที่เก็บได้กระดาษมีชื่อและลายเซ็นนางวรรณลี  ส่วนมากจะเป็นเด็กและเยาวชน เมื่อพบว่าเก็บได้ทองคำ ต่างก็วิ่งไปบอกพ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยน้องแชมป์ และ น้องตั้นท์ อายุ 14 ปี ชาวบ้านหนองเหี้ย สองผู้โชคดีได้ทองคำ เล่าว่า ดีใจ มีความสุขที่สุด จะนำลายเซ็นไปแลกสร้อยคอทองคำ นำไปไว้เป็นทุนการศึกษา และขอบคุณแม่วรรณลี ที่แจกโชคให้ในวันนี้ 

นางปิยะพร อายุ 47 ปี ผู้โชคดีคนอีกคนที่ได้รับทอง เปิดเผยว่า ช่วงค่ำเดินทางมาเป็นแขกมาร่วมงานวันเกิดนางวรรณลี โดยจอดรถยนต์ไว้ที่สนามโรงเรียน แล้วเดินมาบ้านงานกับเพื่อน พอเดินมาใกล้บ้านก็พบกระดาษในถังขยะ จึงเก็บมาเปิดในบ้าน พบว่าได้เงิน 20 บาท และทองคำหนัก 1 สลึง ดีใจมาก จึงนำไปแลกทองคำ เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 

นางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี เจ้าของวันเกิด เปิดเผยว่า วันนี้จะคืนความสุขให้ญาติพี่น้อง และแขกผู้มาร่วมงาน โดยจะแจกทองหนัก 1 สลึง 30 เส้น และเงิน 7 หมื่นบาท รวมทั้งสองอย่างมูลค่า 3 แสนกว่าบาท แนวคิดที่จัดงานวันเกิดและแจกเงินและทองเพราะว่า ภูมิใจที่ถูกหวย 90 ล้าน เพราะเทวดามองเห็นที่เราเป็นคนดี อีกทั้งเป็นวันเกิด วันทำบุญบ้าน จึงอยากมอบความสุขให้ผู้โชคดี คนไหนไม่ได้ทอง ก็ได้เงิน 20 บาท คนที่ได้ทอง ก็ขอให้มีความสุข พบเจอแต่สิ่งดีๆ ทำสิ่งใดก็ให้ประสบผลสำเร็จในชีวิต

Featured

รวบแล้ว ผัวฆ่าปาดคอเมีย ก่อนขโมยเงินมาเที่ยวผู้หญิง สารภาพแค้นเมีย ขอเงินไม่เคยให้

ตำรวจโคราช รวบตัวฆาตกรฆ่าปาดคอเมียได้แล้ว หลังก่อเหตุขโมยเงินเมียมาเที่ยวผู้หญิงในตัวเมือง สารภาพทำไปเพราะรำคาญเมียบ่นขอเงินไม่ยอมให้

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีนางเล็ก คำเคน อายุ 73 ปี ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านชั้นเดียวหลังโรงงานซองพลาสติกกันกระแทก  ซองกันกระแทกพลาสติก บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 10 บ้านดอนลำดวน ต.ประสุข อ.ชุมพวง จ.นครราชีมา โดยมีชาวบ้านพบศพขึ้นอืดคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ซึ่งจากคำให้การของญาติผู้เสียชีวิตคาดว่าผู้ก่อเหตุคือนายอำนวย บุญส่ง อายุ 63 ปี ชาว จ.สุรินทร์ สามีของผู้เสียชีวิต เนื่องจากหลังก่อเหตุ นายอำนวยฯ ได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ 1 ฉบับ ใจความว่า “รำคาญ จู้จี้จุกจิกขี้บ่น กูขยะแขยงมึง” จากนั้นนายอำนวยได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 แล้ว

ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ตามจับกุมนายอำนวย บุญส่ง ได้ที่บริเวณสวนรักษ์หน้าวัดพายัพ อ.เมืองนครราชสีมา โดยนายอำนวยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าปาดคอนางเล็ก คำเคน ภรรยาของตนเองจริง สาเหตุเพราะขอเงินภรรยาแล้วไม่ยอมให้ และถูกภรรยาบ่นให้ชุดใหญ่ จึงเกิดบันดาลโทสะ รอจังหวะที่ภรรยานอนหลับ ใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต หลังจากนั้นได้ขโมยเงินสดของภรรยาจำนวนหนึ่ง นั่งรถโดยสารเข้ามาในตัวเมืองนครราชสีมา ต่อมาได้นำเงินมาซื้อบริการทางเพศกับสาวบริการ และซื้อกาวมานั่งดมสารระหายที่บริเวณสวนสาธารณะ ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา จับกุมตัวได้ในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Featured

ข้าวเหนียวมูนทำพิษ หามชาวบ้าน 63 ราย อาเจียน-ท้องเสีย ส่ง รพ.ด่วน

หามชาวบ้าน 63 ราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ส่ง รพ.พะเยา มีอาการอาเจียนและท้องเสีย หลังกินข้าวเหนียวมูนที่ซื้อมาจากตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ก.ค.) ชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ดอกคำใต้ จำนวน 63 ราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลพะเยาข้างโรงงานถุงฟอยด์  ถุงเมทัลไลท์ ที่มีอาการอาเจียนและท้องเสีย หลังจากรับประทานข้าวเหนียวมูน ที่ซื้อมาจากตลาด

แพทย์หญิงจิรพร ภัทรนุธาพร ผู้อำนวนการโรงพยาบาลพะเยา ได้เข้าเยี่ยมดูอาการของผู้ป่วยที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลพะเยา หลังจากที่เมื่อเย็นวานนี้มีผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เข้ามารักษาตัวโดยมีอาการอาเจียนและท้องเสีย

จากการสอบถามทราบว่าทุกรายต่างก็บอกว่ารับประทานข้าวเหนียวมูนมา ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ทำการรักษา โดยที่ขณะนี้สามารถกลับบ้านได้ 19 ราย และยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 44 ราย มีอาการหนัก 1 รายซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

และขณะนี้ทางหน่วยสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ได้ออกทำการสอบสวนหาที่มาของโรค และฝากเตือนประชาชนให้ควรระวังอาหารในช่วงฤดูร้อน อาหารจะเสียได้ง่าย ผู้ประกอบการควรเก็บอาหารไว้ในที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม

Featured

เด็กหญิง 5 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงวัย 17 เอาไฟลนอวัยวะเพศ แม่บอกลูกใส่ร้ายผัวใหม่

พ่อพาลูกสาวร้องทุกข์ ลูกสาววัย 5 ขวบ ถูกสามีใหม่ของอดีตเมียทำร้าย เอาไฟลนอวัยวะเพศและขาพุพอง

(8 ก.ค.63) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หมู่ 2ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 7), ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี พนักงานโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล  ซองไปรษณีย์สีพาสเทล ชาว จ.สุพรรณบุรี พาน้องเมย์ (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 5 ขวบ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอช่วยติดตามคดี กรณีน้องเมย์ถูก นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พ่อเลี้ยง ใช้ไฟแช็คลนที่บริเวณขาและอวัยวะเพศจนผิวหนังพุพองเป็นแผลหลายแห่ง แถมข่มขู่ห้ามบอกว่าใครทำ ขณะที่แม่ของลูกชื่อนางแหม่ม (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี อ้างว่า ลูกสาวซุกซนนั่งทับยาจุดกันยุงเอง และแถมยังบอกกับลูกสาวว่าอย่าไปใส่ร้ายพ่อเลี้ยง

นายเอก กล่าวว่า ตนแยกทางกับนางแหม่มมาประมาณปีเศษ โดยตกลงกันว่าจะแบ่งเวลากันดูแลน้องเมย์ วัย 5 ขวบ ลูกสาวคนเดียว ในวันจันทร์-ศุกร์ ลูกอยู่กับแม่ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกจะอยู่กับพ่อ ต่อมานางแหม่มก็มีสามีใหม่ คือ นายเอก อายุ 17 ปี อยู่กินกันที่บ้านนางแหม่มใน จ.สุพรรณบุรี กระทั่งเมื่อปลายเดือน พ.ค 63 ตนได้ไปรับลูกมาอยู่ด้วยเห็นลูกมีอาการผิดปกติซึมเศร้าไม่ร่าเริง และที่ผิวหนังบริเวณต้นขาหลังทั้งสองข้างและอวัยวะเพศมีบาดแผลพุพองจากการถูกไฟลนทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ พอถามลูกก็ไม่ยอมบอกว่าไปโดนอะไรมา ตนจึงคิดว่าลูกอาจจะเล่นซนก็เป็นไป จากนั้นก็พาน้องเมย์ไปส่งคืนกับแม่

ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย.63 ตนก็ได้ไปรับน้องเมย์มาดูแลอีกครั้ง ก็พบว่าบริเวณรอยเดิมที่เป็นแผลใกล้อวัยวะเพศยังไม่หายและมีแผลใหม่เกิดขึ้นเพิ่มอีก ซึ่งนางแหม่มบอกว่าน้องเมย์อาจจะซุกซนไปนั่งทับยาจุดกันยุงจนเป็นแผล ซึ่งตนก็คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ ตนต้องใช้เวลาถามลูกอยู่นานกว่าลูกจะยอมบอกว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นเพราะถูกนายเอก พ่อเลี้ยง ใช้ไฟแช็คลนต้นขาและอวัยวะเพศ ตอนที่นอนอยู่ในห้องกัน 2 คน เวลาที่แม่ไม่อยู่ เพราะนายเอกโมโหที่น้องเมย์ปัสสาวะรดที่นอน ซึ่งตอนที่ถูกทำรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแต่ต้องอดทน เพราะนายเอกข่มขู่ห้ามบอกใคร

หลังทราบเรื่องตนก็ไม่ได้พาน้องเมย์ไปส่งให้แม่อีกเลย และได้พาลูกไปแจ้งความที่ สภ.ศรีประจันต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบสหวิชาชีพ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย ทั้งนี้นายเอก ได้ร้องทุกข์มาเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ ขอให้พนักงานสอบสวนจัดสอบวิชาชีพน้องเมย์ และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ซึ่งพ.ต.อ.ภัคภณ ได้สั่งการพนักงานสอบสวนประสานนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และอัยการ ร่วมสอบสหวิชาชีพเด็ก ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานผลตรวจร่างกายเพื่อขอเรียกและหมายจับ พร้อมกันนี้นางปวีณายังได้ประสานนางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าช่วยเหลือในด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็ก และให้พ่อเด็กฟ้องร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขอปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ และบ้านพักเด็กฯ สุพรรณบุรีจะติดตามการช่วยเหลือต่อไป

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ ได้รายงานมายัง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่า นายต้น (นามสมมุติ) พ่อเลี้ยงอายุ 17 ปี พร้อมผู้ปกครองได้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างซักถามและเตรียมสอบสหวิชาชีพเพื่อรอแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ช่วงนี้เด็กเล็กๆ ตั้งแต่ 3 ขวบ ถึง 6 ขวบ จะถูกกระทำโดยคนรู้จัก คนใกล้บ้าน และคนใกล้ชิด จึงขอเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครอง อย่าได้ไว้วางใจคนใกล้ชิดแม้แต่เพื่อนสนิทคุ้นเคยกันก็ตาม อย่าปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว หรือฝากไว้กับใครตามลำพัง ควรมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ดูแลอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นเด็กอาจจะตกเป็นเหยื่อของภัยสังคมโดยไม่คาดคิด

Featured

เมียแค้นสุมทรวง ผัวขอเลิกจะไปอยู่กับกิ๊กสาวใหญ่ บุกแทงศัตรูหัวใจดับอนาถ

เมียวัย 56 แค้นผัวขอเลิกจะไปอยู่กับกิ๊ก ซื้อมีดใหม่บุกบ้านแทงสาวใหญ่วัย 52 ดับอนาถ อ้างแค้นมานานแต่ไม่ได้ตั้งใจให้ตาย

(6 มิ.ย.63) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์  รอง ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี เดินทางไปสอบปากคำ น.ส.แก้วรุณ อายุ 56 ปี พนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ โฟมห่อกุหลาบผู้ต้องหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมมีดของกลาง ที่ใช้ในการก่อเหตุ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ก.ค. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกันบริเวณบ้าน ม.5 บ้านเดื่อโดม ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางหนูถิ่น อายุ 52 ปี ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่บริเวณลำคอ แขน หลัง ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลพิบูลมังสาหารและเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือ น.ส.แก้วรุณ อายุ 56 ปี เพราะก่อนเกิดเหตุ น.ส.แก้วรุณ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาผู้ตายที่บ้านและได้มีปากเสียงกัน จากนั้น น.ส.แก้วรุณ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี ออกติดตามจับกุมตัว น.ส.แก้วรุณ พร้อมของกลาง อาวุธมีดปลายแหลม ที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อกันเปื้อนที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ และจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุโดยจับกุมตัวได้ที่หน้าตลาดสดเทศบาลพิบูลมังสาหาร 

จากการสอบถาม น.ส.แก้วรุณ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยใช้อาวุธมีดแทงตามร่างกายของ นางหนูถิ่น เนื่องจากไม่พอใจที่นางหนูถิ่น มาติดพันกับสามีของตนเอง จึงมีความแค้นมาโดยตลอด บอกให้เลิกอย่ามายุ่งเกี่ยวกับสามี ก็ไม่ยอมเลิก อดทนมานานแล้ว

ล่าสุดสามีของตนเองซึ่งไปทำงานที่ จ.ราชบุรี ทราบข่าวว่าผู้ตายเลิกกับสามีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สามีจึงต้องการจะเลิกกับตนเองเพื่อมาอยู่กับผู้ตาย จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุซื้อมาจะใช้ก่อเหตุโดยเฉพาะ หลังจากที่แทงผู้ตายก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาแต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ตาย

Featured

เปิดคลิปนาทีช่วยชีวิตเด็กทารกอายุ 8 วัน สำลักนม พ่อหน้าซีดอุ้มลูกวิ่งหากู้ภัย

จากโพสต์ของกู้ชีพเอื้องผึ้ง เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ลงในเฟซบุ๊ก กู้ชีพ เอื้องผึ้ง มีข้อความว่า “ตรวจสอบเด็กสำลักนม หายใจติดขัด (บิดานำบุตรมาที่ห้องศูนย์) พบเด็กทารกแรกคลอดอายุ 8 วัน หายใจติดขัด เจ้าหน้าที่กู้ชีพทำการซักชั่น suction และ On o2 นำส่ง รพ.สารภี ตามคำร้องขอ”

ปรากฎว่าหลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวพร้อมรูปภาพขณะช่วยเหลือเด็กทารก วัย 8 วัน ได้มีผู้คอมเมนท์ชื่นชมการปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักวิชาการ จนทำให้เด็กทารกปลอดภัย

ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพเอื้องผึ้ง เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2563 ได้มีชายคนหนึ่งมีบ้านพักบริเวณด้านหลังโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ตำบลหนองผึ้ง ได้อุ้มเด็กทารกเพศหญิงวัย 8 วัน มาหาที่ศูนย์กู้ชีพเอื้องผึ้ง เทศบาลตำบลหนองผึ้ง มีลักษณะใบหน้าซีดพร้อมกับเล่าว่าขณะที่ภรรยาแม่ของเด็กกำลังให้นมลูก ปรากฎว่าลูกเกิดสำลักนม หายใจติดขัด เกิดตกใจจึงรีบอุ้มลูกมาขอความช่วยเหลือ

ทางเจ้าหน้าที่ฯ ทำการช่วยเหลือจนเด็กส่งเสียง “แง” ขึ้นมาและหายใจได้ ก่อนนำส่ง รพ.สารภี ตามคำร้องขอจนอาการเด็กปลอดภัย เพราะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและเป็นไปตามขั้นตอน ดังกล่าว

Featured

รวบหนุ่มอ้างเป็นเซียนพระ ตุ๋นปล่อยบูชาพระเครื่อง เหยื่อหลงเชื่อหลายราย

รวบหนุ่มอ้างตัวเป็นเซียนพระปล่อยบูชาพระเครื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก พบเหยื่อนับ 100 ราย สูญหลายแสนบาท

ตำรวจ กองปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัว นายศิวะเสกข์ หรือโอ๊ด (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พนักงานโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 6 หมาย ในข้อหาฉ้อโกงและพรบ.คอมพิวเตอร์ พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายหลายพื้นที่ เข้าร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายศิวะเสกข์ (ผู้ต้องหา) มีพฤติการณ์ทำตัวเป็นเซียนพระ ปล่อยบูชาพระเครื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อมีลูกค้าสนใจและสั่งซื้อพระเครื่อง ผู้ต้องหาจะให้ลูกค้าโอนเงินมาให้ก่อน แต่เมื่อลูกค้าโอนเงินไปแล้ว ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ส่งพระเครื่องให้ตามที่ตกลง และปิดเฟซบุ๊กหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลาย 100 ราย รวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายศิวะเสกข์ ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด จึงได้เดินทางลงไปตรวจสอบ และจับกุม จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเคยโดนหลอกมาก่อนจึงได้นำวิธีการดังกล่าวมาหลอกผู้อื่นต่อ เมื่อได้เงินมาก็จะนำไปเที่ยวและยอมรับว่าก่อเหตุมาแล้วนับไม่ถ้วน หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว ผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

Featured

โจรพ่อลูกแสบ ขโมยตะแกรงเผาศพกลางวันแสกๆ หลวงพี่เตือนระวังวิญญาณตามทวง

โจรแสบขโมยตะแกรงเผาศพ หลวงพี่เตือนถ้าไม่เอามาคืนอาจเจอดี ชีวิตไม่เป็นสุข

(2 ก.ค.63) เวลา 10.50 น. ร.ต.อ ชินาธิป บัวเข็ม รอง สารัตร สอบสวน  สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนร้ายเข้าไป ลักทรัพย์ ภายในวัดประดู่คำธเนตรนิมิตตรงข้ามโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล ซองไปรษณีย์สีพาสเทล บ้านเซ หมู่ 3 ต.หนองขอนกว้าง จึงรุดไปตรวจสอบ

พบพระเขตต์ ถิตวิริโย อาย 46 ปี พระลูกวัด ได้ไปชี้จุดตระแกรงเหล็ก ที่วางอยู่ข้างต้นไม้ หน้าเมรุเผา  ให้การว่า หลังจากปฏิบัติกิจของสงฆ์เสร็จ ได้นั่งอยู่ข้างกุฎิ ต่อมาได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ ขี่เข้ามาในวัด จึงหันไปมอง พบคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีส้ม จำป้ายทะเบียนไม่ได้ มากับเด็กชายอายุประมาณ 10 ปี มีรถเข็นพ่วงท้ายมาด้วย มาจอดหน้าเมรุ ตนไม่ได้สนใจ เพราะมักจะมีประชาชนขี่รถผ่านเข้าออกประจำ ต่อมาเห็นชายคนดังกล่าวเดินไปยกเอาตะแกรงเหล็กเผาศพที่พิงต้นไม้หน้าเมรุ จำนวน 2 แผ่น ขึ้นใส่รถเข็นด้านหลังรถจยย. แล้วขี่หลบไหนไป หลวงพี่วิ่งตามแต่ไม่ทัน จึงแจ้งตำรวจ

โดยเป็นตะแกรงเหล็ก 2 แผ่น น้ำหนักแผ่นละประมาณ 50 กก.เอาไว้สำหรับเผาศพในเมรุ แต่ที่นำออกมาไว้ภายในนอกเมรุ เพราะวัดได้ปรับปรุงซ่อมแซมเมรุ จึงนำตะแกรงออกมาไว้ด้านนอก หากมีการฌาปนกิจศพ ก็จะทำเมรุชั่วคราวกลางลานวัด แล้วนำตะแกรงเหล็กไปวางรองศพ ซึ่งเมรุนี้ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจทั้งศพคนทั่วไป ศพพระ และ ศพคนที่มีวิชาอาคม มาแล้วหลายศพ คนที่มาขโมยตะแกรงไปก็ขอให้นำมาคืน เพราะอาจจะเจอดี มีวิญญาณ หรือผี ติดตามไปทวงตะแกรงคืน ชีวิตจะไม่เป็นสุขแน่นอน

ส่วนนายสุนทร สีชาลู อายุ 51 ปี  พยานเห็นเหตุการณ์  ให้การว่า ตนเป็นพ่อค้าขายไม้กวาดเร่ อาศัยนอนค้างคืนที่ศาลาวัดแห่งนี้ประจำ ขณะที่ตนกำลังกวาดใบไม้ที่ลานวัด เห็นคนร้ายคาดว่าจะเป็นพ่อกับลูก ขี่รถจักรยานยนต์  มีรถเข็นพ่วงท้ายมาจอดที่หน้าเมรุ แล้วยกตระแกรงเหล็ก ขึ้นรถเข็นที่พ่วงท้าย ก่อนจะขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ร.ต.อ ชินาธิป บัวเข็ม สันนิษฐานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุลักตะแกรงเผาศพ น่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียงวัด หรือมาดูลาดเลาไว้ก่อน จึงรู้ว่ามีตะแกรงเหล็กวางอยู่นอกเมรุ อาจจะนำไปทำของขลัง หรือนำไปขายร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งจะได้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

Featured

หนุ่มทนไม่ได้ โดนท้ากล้าไหม ชักเหล็กขูดชาร์ป กระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงาน

หนุ่มทนไม่ได้ โดนท้ากล้าไหม ชักเหล็กขูดชาร์ป กระหน่ำแทงเพื่อนร่วมงาน

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 30 มิ.ย. ร.ต.อ.เติม สอนสังข์ รอง สวส. พงส.สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุคนแทงกัน ที่ หมู่ที่ 5 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย ม่วงสวย รอง ผกก.ป. หน่วยกู้ภัยหลังสวน กำลัง ตำรวจสายสืบ สายตรวจ สายตรวจตำบลวังตะกอ รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณริมถนนเอเซีย41 ขาขึ้น กทม. ห่างจาก รพ.หลังสวนเพียง 300 เมตร ที่หน้า โรงงานรับซื้อผลปาล์ม “พี เจ ปาล์ม ออย” เลขที่ 224 หมู่ที่ 5 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบเพียง “เหล็กขูดชาร์ป” ดัดแปลงมาจากไขควง 2 ด้ามหล่นอยู่ มีร่องรอยต่อสู้ในบริเวณดังกล่าว พนักงานของโรงงานชี้ให้ ตำรวจจับตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งกำลังเดินหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ตำรวจชุดสายตรวจตำบลวังตะกอ และ ตำรวจสายตรวจรถยนต์ จึงบุกเข้าจับกุม นายสมศักดิ์ กาลกำเนิด อายุ 29 ปี พนักงานโรงงานถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 1 ต.บางใหญ่ อ.กระบุรี จ.ระนอง อาชีพรับจ้าง ในสภาพมึนเมา แต่ยังพอพูดจาจับใจความได้ นายสมศักดิ์มีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ แต่ยอมให้ ตร.ควบคุมตัวแต่โดยดี
สอบถามได้การว่า “ในขณะที่กำลังทำงานใน โรงงานปาล์ม ที่กำลังจะปิด รอเพียงเสมียนคิดบัญชี นายสมศักดิ์ มีหน้าที่ดูแลโรงงานปาล์มด้วย เห็น นายแอ แรงงานข้ามชาติ อายุ 30 ปี เอาเพื่อนร่วมชาติที่ไม่ได้ทำงานในโรงงานฯเข้ามาในพื้นที่โรงงาน จึงส่งเสียงห้ามไม่ให้นายแอ นำคนภายนอกเข้ามาภายในโรงงาน

แต่นายแอ กลับพูดว่า กล้าไหม กล้าไหม ซึ่งถือว่าเป็นคำพูดท้าทาย และแรงงานข้ามชาติทั้งสองทำท่าเหมือนจะเข้ามาหาเรื่อง นายสมศักดิ์จึงกระโดดเข้าชกนายแอ และเกิดการต่อสู้กัน

นายสมศักดิ์ โมโหจึงล้วงเอาเหล็กขูดชาร์ปที่พกไว้ด้านหลัง แทงเข้าที่กลางหน้าอก 3 รู และข้างลำตัวขวา อีก 2 รู” เลือดตกใน ทำเอานายแอ ถึงกับทรุด อาการสาหัสทรุดอย่างรวดเร็ว

ดีที่อยู่ไม่ไกล รพ.หลังสวน เพื่อนคนงานจึงโทรเรียก รถพยาบาลมารับตัวนายแอ เข้ารักษาอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน เนื่องจาก เหล็กขูดชาร์ป แทงทะลุปอด ตำรวจจึงควบคุมนายสมศักดิ์ไว้ดำเนินคดี พยายามฆ่า และรอดูอาการนายแอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Featured

สาวโคราชฮือฮาพบ “เห็ดดาวดิน” ขึ้นในสวนหลังบ้าน นักวิชาการชี้ หายาก 1 ใน 10 ของโลก

วันที่ 28 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเห็ดประหลาด ขึ้นอยู่ในพื้นที่บ้านหลังโรงงานถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว จึงได้เดินทางไปที่บ้านใน ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบกับนางนางฐิตารีย์ พงศ์วิวัฒนา เจ้าของบ้าน ซึ่งได้พาไปดูบริเวณสวนหลังบ้าน พบว่ามีเห็ดลักษณะประหลาดคล้ายดาว ออกตามดินใต้ต้นไม้อยู่เกือบ 30 ดอก โดยนางฐิตารีย์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนเองได้รดน้ำต้นไม้สวนหลังบ้านและได้สังเกตเห็นเห็ดเข้าใจว่าเป็นเห็ดเผาะธรรมดา จนเมื่อเช้าที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ได้สังเกตเห็นเห็ดบานออกเป็นแฉกรูปดาว เลยสอบถามเพื่อนและได้หาข้อมูลจาก google จึงได้รู้ว่าเป็น “เห็ดดาวดิน” ที่หาดูได้ยากเป็น 1 ใน 10 ของโลกที่จะพบเจอ

แต่เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ตนเองจึงได้ส่งรูปภาพไปให้นายรุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ นักอนุกรมวิธานพืช ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชคลองไผ่ อ.สีคิ้ว ดูอีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นเห็ดหายาก ชื่อ เห็ดดาวดิน จริง ส่วนมากพบตามพื้นที่ป่าทั่วไปตามทวีปอเมริกาเหนือ และที่ประเทศไทยก็มีน้อยมาก ซึ่งที่ผ่านมาในประเทศไทยพบที่ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น หมู่ที่ 6 บ้านเขาโล้น ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยลักษณะเหมือนกันรูปร่างดอกเห็ดระยะแรกจะดอกกลมขนาดเล็ก 3-5 เซนติเมตรมีสีเทาดำคล้ายกับเห็ดเผาะ แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งเปลือกนอกเขตจะบานออกลักษณะเป็นแฉก 6-7 แฉกตรงกลางก็ยังเป็นก้อนกลมลักษณะคล้ายดาวสวยงามสะดุดตาสำหรับผู้ที่พบเห็น

ทั้งนี้นางฐิตารีย์ บอกอีกว่า ถ้ามีทางหน่วยงานภาพรัฐบาลหรือหน่วยงานใด สนใจจะเข้ามาสำรวจและวิจัยเห็ดดาวดินสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 080-4550746