shadow

ผวาทั้งแยกไฟแดง หนุ่มหัวร้อนคว้าเหล็กฟาดเก๋งพังยับทั้งคัน ตะโกนสั่ง “กราบ”

ผวาทั้งแยกไฟแดง หนุ่มหัวร้อนคว้าเหล็กฟาดเก๋งพังยับทั้งคัน ตะโกนสั่ง "กราบ"
หนุ่มสุดงง ถูกกระบะสายโหดไล่ตามด่า หาว่าขับรถปาดหน้า ก่อนจะใช้เหล็กสไลด์ทุบกระจกแตก รถพังยับทั้งคัน
จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ใน จ.อุดรธานี ขณะที่ชายคนหนึ่งได้ใช้ของบางอย่างทุบรถเก๋งฝั่งคนขับ พร้อมตะโกนว่า “กราบ” ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ก่อนที่จะบอกว่า หมดความอดทนแล้วจะเอาอย่างไร และด่าด้วยคำหยาบ และยังทำท่าเหมือนจะใช้สิ่งที่อยู่ในมือแทงเข้าไปในรถ
ความคืบหน้าล่าสุด วานนี้ (18 ก.พ.) เวลา 10.45 น. ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาททุบกระจกรถยนต์เก๋ง บริเวณ 3 แยกไฟแดงหน้าโรงงานผลิต ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า แห่งหนึ่งทางเข้าท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ถนนเลี่ยงเมือง อุดร-หนองบัวลำภู ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 896 อุทัยธานี จอดอยู่เลนขวาสุด บริเวณ 3 แยกไฟแดง โดยหันหน้าไปทาง จ.หนองบัวลำภู โดยมี นายเกียรติศักดิ์ อายุ 24 ปี เป็นคนขับรถและเป็นผู้เสียหาย และเพื่อนผู้ชายที่มาด้วยกัน 1 คน
สภาพกระจกรถถูกของแข็งทุบจนแตกที่บริเวณกระจกหน้า กระจกหลัง แตกร้าว ส่วนกระจกประตูคนขับแตกพังเสียหายทั้งบาน บนเกาะกลางถนนที่สร้างด้วยคอนกรีต พบซองใส่เหล็กสไลด์ของผู้ก่อเหตุตกอยู่ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยว่า ขับรถมาจาก ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี จะไปทำธุระที่ จ.หนองบัวลำภู ขับมาตามทางและแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร
ระหว่างจะเลี้ยวออกมาจากปั๊มน้ำมัน สังเกตเห็นรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สี่ประตู สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ แต่จำหมายเลข และหมวดอักษรไม่ได้ ขับมาจาก 4 แยกไฟแดง ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร
โดยขับในลักษณะมีอาการมึนเมา ขับแซงด้านซ้ายรถคันอื่นๆ มาตามถนนอุดร-หนองบัวลำภู เป็นจังหวะที่ตนขับออกมาพอดี และคนขับรถกระบะได้เปิดกระจกตะโกนด่าด้วยคำหยาบคาย หาว่าตนเองขับรถปาดหน้า
ด้วยความที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร และไม่ได้คิดโกรธอะไรก็ขับรถมาตามทางปกติ แต่รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับแซงขึ้นมาอยู่ด้านหน้า และพยายามเบรกรถแบบกระชั้นชิด เพื่อให้รถของตนเองชนท้าย ตนจึงหักหลบออก และชิดรถเข้าถนนฝั่งขวา ก่อนถึง 3 แยกไฟแดง ทางเข้าสนามบินฯ
หลังจากนั้นมีผู้ชายรูปร่างสันทัด 1 คน อายุ 30-35 ปี สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ที่เป็นคนขับรถกระบะ เปิดประตูและเดินตรงมาที่รถของตนเอง เข้ามากระชากประตูรถฝั่งคนขับ แล้วบิดกุญแจดับเครื่องยนต์รถที่ตนขับมากับเพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันที่ถูกทุบ
นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า ต่อจากนั้นชายคนดังกล่าวได้หยิบเหล็กสไลด์ออกมาทุบกระจกรถอย่างบ้าคลั่ง ตอนนั้นตนเองและเพื่อนอยู่ในอาการตกใจทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่เพื่อนของตนจะเปิดประตูรถวิ่งออกไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
พอชายคนนั้นทุบรถจนหนำใจแล้ว ได้เดินกลับไปยังรถกระบะที่จอดติดเครื่องไว้ขับหลบหนีไปทาง จ.หนองบัวลำภู อย่างรวดเร็ว ขอยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุและเคยมีเรื่องกันมาก่อน และยังสังเกตเห็นมีบุคคลอยู่ภายในรถกระบะที่เบาะด้านหลังอีก 1 คน ส่วนเบาะด้านหน้ารถกระบะด้านซ้าย ตนไม่แน่ใจว่ามีคนนั่งมาด้วยหรือไม่
ด้าน ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลักจากเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว จะได้เชิญตัวเจ้าของรถยนต์ที่เสียหายไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้น ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัดในการลงมือก่อเหตุ หลังจากนี้จะประสานไปยังชุดสืบสวน เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น