shadow

ศาลพิพากษาประหารชีวิตชายคลุ้มคลั่ง ไล่แทงชาวบ้านกลางเมืองอุดรธานี

ศาลพิพากษาประหารชีวิตชายคลุ้มคลั่ง ไล่แทงชาวบ้านกลางเมืองอุดรธานี

อีกคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา กลางเมืองอุดรธานี บริหน้าหน้าร้านจำหน่าย กล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก เมื่อมีชายคลุ้มคลั่งไล่แทงชาวบ้านอย่างอุกอาจ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 คน และบาดเจ็บอีกหลายคน กระทั่งถูกจับตัวได้ ล่าสุด ศาลจังหวัดอุดรธานีพิพากษาประหารชีวิต

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 นายอิธิพล อิ่มผึ่ง อายุ 31 ปี เกิดคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายผู้คนตามถนน ในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งในวันเกิดเหตุ ทำให้ “น้องจูน” อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ว่าที่เกียรตินิยมอันดับ 2 และ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อายุ 16 ปี เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 6 คน กระทั่งถูกจับกุมตัวได้

ล่าสุด เมื่อวานนี้ ศาลจังหวัดอุดรธานี ได้อ่านคำพิพากษาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ขณะที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี โดยจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และ 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น “ให้ประหารชีวิต” ทั้งสองกระทง ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น “ให้จำคุกตลอดชีวิต” ทั้งหกกระทง ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร ให้ปรับ 1,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว “ให้ประหารชีวิต” และปรับ 1,000 บาท

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วว่า ลักษณะการกระทำความผิดของจำเลยเป็นไปโดยอุกอาจ โดยแทงผู้บริสุทธิ์ถึง 8 คน บริเวณกลางถนน และเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมทารุณ อำมหิตผิดมนุษย์ ไร้มนุษยธรรม ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แม้จำเลยจะรับสารภาพ แต่ก็มิได้เกิดจากการสำนึกผิด แต่เป็นเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ที่สมควรจะลดโทษให้จำเลย จึงตัดสินให้ “ประหารชีวิต”

หลังศาลอ่านคำพิพากษา ทีมสนามข่าว 7 สี ลงพื้นที่พบกับพ่อและแม่ของ “น้องจูน” หนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ซึ่งทางครอบครัวได้นำดอกไม้ และอาหารคาวหวาน มาตั้งไว้ที่หน้าเจดีย์บรรจุอัฐิของ “น้องจูน” พร้อมกับจุดธูปบอกว่า ศาลพิพากษาประหารชีวิตคนที่ทำร้าย “น้องจูน” แล้ว ก่อนจะเปิดใจว่า พอใจกับคำตัดสินลงโทษ แต่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งพ่อและแม่ก็ยังเสียใจ และทำใจไม่ได้ที่ต้องพลัดพรากลูกสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจไปตลอดชีวิต และขอให้เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ไปเกิดกับครอบครัวใครอีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *