shadow

ญาติเศร้า รับศพ สาวคลินิก พี่แฉ ผัวโหด ก็มีเมียใหม่ แต่ยังตามตื๊อน้องสาว ลั่นไม่ให้อภัย

จากกรณีนายดนุสรณ์ หรือเจ อายุ 28 ปี พนักงานขายโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ที่ก่อเหตุยิง น.ส.ปิยานุช อดีตภรรยา จนเสียชีวิต ที่คลินิก ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อมาตำรวจ สามารถตามจับกุมตัวนายดนุสรณ์ เอาไว้ได้ที่บ้านของพ่อแม่ผู้ก่อเหตุใน ต.ห้วยแม่เพียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่นิติเวชฯ ร.พ.รามาธิบดี นางนารีรัตน์ อายุ 38 ปี ลูกพี่ลูกน้อง และน.ส.นิศาชล อายุ 27 ปี ลูกพี่ลูกน้อง พร้อมด้วยญาติของนางสาวปิยานุช เข้าติดต่อขอรับร่างของผู้เสียชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าเสียใจ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ในพื้นที่หมู่ 3 ท่าไผ่ ต.ยกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก โดยจะมีการฌาปนกิจในวันที่ 22 ก.พ.

น.ส.นิศาชล เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุวานนี้ ตนก็ยังไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องที่จะถูกอดีตสามียิงเสียชีวิต ทีแรกคิดว่าเป็นคนที่ชื่อคล้ายกันเท่านั้น แต่ญาติคนอื่นๆก็สงสัย จึงได้ให้ตนมาตรวจสอบดูว่าใช่ญาติเรามั้ย ซึ่งญาติทุกคนไม่เชื่อว่าพี่จะโดนขนาดนี้ ตนก็รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตกใจเนื้อตัวสั่นไปหมด ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงอารมณ์รุนแรงขนาดนี้ แต่ตนก็รู้อยู่ว่าผู้ชายคนนี้ตบตีพี่ตนมาตลอด ล่าสุดก็มีการแจ้งความเนื่องจากพี่สาวตนถูกอดีตสามีบีบคอ ซึ่งผู้ชายคนนี้มักจะออกอุบายหลายวิธีในการหลอกให้พี่สาวตนไปพบ

นางนารีรีตน์ เปิดเผยว่า สาเหตุการหย่าร้างของน้องสาวหลังอยู่กินกับนายดนุสรณ์ อดีตสามีจนมีลูก 1 คนมานานกว่า 10 ปี เนื่องจากฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน หึงหวง ชอบลงไม้ลงมือ หนักสุดถึงขั้นข่มขู่ พ่อกับแม่ของผู้ตาย มาประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา จนผู้ตายทนไม่ไหวต้องตัดขาดจากครอบครัว เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาตามมาข่มขู่ได้อีก จนต้องหลบหนีไปขออาศัยอยู่กับเพื่อน แต่ฝ่ายชายยังตามตื๊อ และออกอุบายขอหย่า เพื่อหลอกล่อให้ผู้เสียชีวิตออกมาพบ จนทำเรื่องหย่าร้าง และกระทั่งมาก่อเหตุยิงน้องสาวจนเสียชีวิต

นางนารีรีตน์ เผยต่อว่า ก่อนหน้านี้อดีตสามีของผู้เสียชีวิต ก็มีภรรยาใหม่เช่นกันแต่ก็ยังมาตามตื๊อน้องสาวตนอยู่ ส่วนน้องตนก็มีคนใหม่หลังจากที่หย่าร้างกันและเพิ่งคบหากันได้ 1 สัปดาห์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวครอบครัวผู้ตายก็รู้เรื่องมาตลอด อีกทั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูลูกเลย ปล่อยให้อยู่กับตายาย ที่จ.ตาก โดยอ้างว่า ตายายเลี้ยงได้ ขณะนี้ทางพ่อแม่ และลูกชายของผู้เสียชีวิตทราบเรื่องและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าญาติทั้งหมดคงไม่ให้อภัย แม้จะสำนึกผิดและมาขอขมา

นางนารีรัตน์ เผยอีกว่า ส่วนกรณีแช็ตเฟซบุ๊ก ระหว่างผู้ต้องหากับเพื่อนชายคนใหม่ ญาติยอมรับว่าเพิ่งทราบเรื่องพร้อมกับสื่อมวลชน เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายบล็อกเฟซบุ๊กของญาติทุกคน จึงไม่มีใครรู้ความเคลื่อนไหว ส่วนน้องสาวเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง จนกระทั่งเริ่มมีปัญหากับอดีตสามี ก็เริ่มเป็นคนเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร รวมถึงปัญหาทั้งหมด ไม่ได้เล่าให้ใครฟังก่อนเสียชีวิต ญาติจึงไม่ทราบรายละเอียด ว่าผู้ตายมีเพื่อนชายหรือเพื่อนสนิทอีกหรือไม่ ตนอยากถามผู้ต้องหาว่าทำไมต้องโหดร้ายอำมหิต เนื่องจากได้หย่าร้างแยกทางกันไปแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *