shadow

ยายไม่เอาเรื่องสาวใหญ่ใช้แบงก์กาโม่ซื้อข้าว ตร.เผยเพิ่งพ้นคุก-สุดแสบพ่นเปลี่ยนสีรถ

จากกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์ด่าประณาม คนร้ายเป็นหญิงใช้แบงก์กาโม่ซื้อข้าวแกงจากร้านของ นางสมพิศ อายุ 70  ปี บ้านอยู่หมู่ 5 ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นรถเข็นขายข้าวผัดกระเพรา ข้าวไข่เจียว ลูกชิ้น อยู่หน้าโรงเรียนสุพรรณภูมิติดกับร้านจำหน่าย ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว ริมถนนหมื่นหาญ เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (24 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสืบหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ กระทั่งสามารถติดตามจับ น.ส.เดือนเพ็ญ (นามสมมติ) อายุ 53 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในพื้นที่ อ.อู่ทอง จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี

จากการสอบสวนทราบชื่อ น.ส.เดือนเพ็ญ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และอ้างว่าวันเกิดเหตุได้ขับรถออกมาหางานทำแต่น้ำมันหมด เมื่อมาถึงที่คุณยายยืนขายข้าวเห็นว่าคุณยายมีอายุมากแล้วน่าจะหลอกได้ง่ายๆ จึงคิดอุบายแวะเข้าไปหาสั่งซื้อข้าวและลูกชิ้นกับคุณยาย

โดยนำแบงก์กาโม่ที่นำติดตัวมายื่นให้และคุณยาย ส่งเงินทอนให้โดยไม่ได้ตรวจสอบแบงก์กาโม่ ที่ยื่นให้จึงรีบขี่รถหนีไปทันที หลังก่อเหตุได้กลับไปอยู่ที่บ้านในพื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี และ อ.อู่ทอง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระทั่งมาถูกจับได้ในที่สุด

พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า หลังจับตัวได้แล้ว ได้เชิญคุณยายมาดูตัวว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ โดยคุณยายยืนยันว่าเป็น น.ส.เดือนเพ็ญ แต่ไม่ประสงค์จะเอาเรื่อง ขอยกโทษและอโหสิกรรมให้ และยังบอกกับคนร้ายด้วยว่าหากไม่ข้าวกินจริงๆ ก็ให้มาขอยาย ยายไม่ใจร้าย ดีกว่ามาทำแบบนี้

แต่ถึงแม้คุณยายไม่เอาความ แต่ตนไม่ยอมปล่อยให้คนร้ายลอยนวลไปได้ง่ายๆ ได้สั่งการ พ.ต.อ.วรพจน์ วีเปลี่ยน ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียดอีกครั้งว่า น.ส.เดือนเพ็ญ เป็นผู้ต้องหามีหมายจับหรือไม่ เนื่องจากมีประวัติเคยถูกจับคดีฉ้อโกงติดคุกหลายเดือน หลังพ้นโทษได้มาทำงานของขายอยู่ที่ อ.อู่ทอง

เบื้องต้น ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุคนร้ายรายนี้มีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี ปกติรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นสีน้ำเงินแต่วันที่ก่อเหตุคนร้ายได้ใช้สีสเปรย์พ่นเป็นสีแดง หลังก่อเหตุได้กลับไปเปลี่ยนสีรถเป็นสีน้ำเงินตามเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่หลงประเด็นไประยะหนึ่ง สุดท้ายไม่รอดเงื้อมมือกฎหมายทำให้เชื่อว่าคนร้ายต้องเคยก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชน



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *