shadow

ล่าเก๋งสีขาวรับดร.ขึ้นรถก่อนเป็นศพ ยังไม่ชัดเป็นฆาตกรรม ส่งศพพิสูจน์ชันสูตรรอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

อดีตผช.อธิการ ตร.เร่งล่าเก๋งมิตซูบิชิสีขาว รับผศ.ดร.ขึ้นรถก่อนเป็นศพกลางแม่น้ำ ยังไม่ฟันธงเป็นฆาตกรรมหรือไม่ ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการตายอีกครั้ง ที่นิติเวช รพ.ตำรวจ

กรณี ผศ.ดร.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พิบูลสงคราม หายตัวไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค. และต่อมาพบว่าเสียชีวิตอย่างปริศนา โดยพบศพลอยไปติดริมตลิ่งแม่น้ำน่านหน้าคริสต์จักร ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 ต.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

อดีตผช.อธิการ / ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ต.ต. ที่สภ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของสภ.เมืองพิษณุโลก สืบสวนจังหวัดพิษณุโลกและสืบสวนภาค 6 เพื่อคลี่คลายคดีการพบศพ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ที่เสียชีวิตลอยเป็นศพกลางแม่น้ำน่านอ.เมืองพิษณุโลก บริเวณสะพานโรงสีเบญพืชที่อยู่เเถวโรงงานผลิตสายรัดพลาสติก สายรัดกล่องรายใหญ่ในพื้นที่

โดยวันนี้ประชุมชุดสืบสวนเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง พร้อมกับเชิญ นางทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อายุ 52 ปี อาจารย์สาขาวิชาโทภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก น้องสาวผู้เสียชีวิต มาร่วมประชุมและให้ปากคำด้วย

ภายหลังการประชุมพล.ต.ต.ถาวร เปิดเผยว่า ในวันนี้ ต้องคลี่คลายคดีให้ได้เนื่องจากว่าสาเหตุของการเสียชีวิตต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ในวันนี้จะดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด

ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์เวรโรงพยาบาลมนเรศวรนั้น ยังไม่ได้แจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพียงแต่แจ้งด้วยวาจา ก่อนจมน้ำเสียชีวิต ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือฆาตกรรม และเพื่อความแน่ชัดของสาเหตุของการเสียชีวิต จึงต้องส่งให้นิติเวชรพ.ตำรวจชันสูตรสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่ประเด็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่มารับไปด้วยจากที่จอดรถ โรงแรมวังจันทน์ริเวอร์วิว อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งผู้เสียชีวิตนำรถยนต์ของตนเองมาจอดไว้ และมีผู้ชายขับรถยนต์ มิตซูบิชิ มารอรับผู้เสียชีวิตออกไป ก็จะเร่งติดตามมาชายคนดังกล่าวมาสอบสวนให้เร็วที่สุด ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค. นั้นไปทำกิจกรรมกับนศ.ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และพบเห็นผู้เสียชีวิตที่จ.อุตรดิตถ์

นอกจากนี้ ยังให้ชุดสืบสวนไปไล่เช็กกล้องวงจรปิดต่างๆ เนื่องจากวันสุดท้ายที่มีพบผู้เสียชีวิตนั้นคือวันที่ 2 ต.ค. ที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก เวลาประมาณ 14.00 น. มีผู้พบเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก จะมาพบเจ้าอาวาส แต่ไม่พบ จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย กระทั่งมาพบเป็นศพลอยน้ำในเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 3 ต.ค.

ผบก.ภ.จว. พิษณุโลก กล่าวต่อว่า ยังไม่ตัดประเด็นต่างๆ ทั้งการฆาตกรรมด้วยความขัดแย้งหรือประสงต่อทรัพย์ หรือจงใจฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากตามประวัตินั้น อาจารย์เคยมีประวัติรับการรักษาทางจิตเวช หลักฐานที่พบในตัวพบเงินจำนวนหนึ่ง และสร้อยคอก็เป็นของผู้เสียชีวิต ไม่ใช่ของผู้อื่น มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นของผู้เสียชีวิต แต่ไม่พบหลักฐานบัตรประจำตัวหรือกระเป๋าสตางค์ อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งติดตามชายที่มารับผู้เสียชีวิต ที่ขับรถยนต์มารับในวันที่ 1 ต.ค. มาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเวลา 10.40 น. ที่ลานจอดรถโรงแรมวังจันทร์ริเวอร์วิว ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนพร้อมทีมพิสูจน์หลักฐาน 6 เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์ของอาจารย์ที่จอดทิ้งไว้ในวันที่ 1 ต.ค. เป็นรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน ทีด้า สีบรอนซ์ทะเบียน กธง4183 พิษณุโลก

นายชลัณณพ เจริญสะอาด ช่างไฟซ่อมบำรุงโรงแรมวิงจันทน์ริเวอร์วิว ให้การว่า เห็นผู้เสียชีวิตมาจอดรถในเวลาประมาณ 12.40 น. พร้อมกับมีรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว มาจอดเทียบเพื่อรอรับอยู่ และก็เห็นอาจารย์ขึ้นรถไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อโปโล ด้านหลังมีตัวอักษรว่า ธีรธาดา

และในวันนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรถของผู้เสียชีวิต สภาพรถยนต์จอดล็อคเรียบร้อย ทรัพย์สินภายในเสื้อผ้าต่างๆ ยังมีอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่น้องสาวของผู้เสียชีวิต นางทรัตน์พรที่เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์ด้วย ยังอยู่ในอาการเศร้า บอกเพียงว่าอยากให้ชันสูตรใหม่ เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค. นำร่างผู้เสียชีวิตมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 4 วัดคูหาสวรรค์

ขณะที่วันนี้จะนำร่างไปชันสูตรที่รพ.ตำรวจ และถ้าชันสูตรเสร็จ จะฌาปนกิจตามกำหนดการที่วางไว้ คือวันที่ 9 ต.ค. ขณะนี้คุณแม่ทราบข่าวแล้วว่าลูกชายเสียชีวิต แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิต

ที่วัดคูหาสวรรค์ นายสมโภช ใจมน ครูร.ร.วัดคูหาสวรรค์ เทศบาล 2 ไวยาวัจกรวัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก พยานที่พบเห็นผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ตนและอาจารย์อรรจน์รู้จักกันมานาน แล้ว เนื่องจากเคยบวชเรียนด้วยกัน และตัวอาจารย์ก็ชอบมาที่วัดคูหาสวรรค์

ปกติอาจารย์เป็นยิ้มแย้ม ร่างเริง เมื่อวันที่ 2 ต.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. ตนเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาในวัดจากถนนใหญ่ ก็ทักทายกันปกติ บอกว่าจะมาพบเจ้าอาวาส แต่วันนั้นเจ้าอาวาสไม่อยู่ จากนั้นก็เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกไป กระทั่งมาทราบข่าว ก็รู้สึกตกใจมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *